เจ้าของบริษัทเดินรถเข้าแจ้งความเอาผิดกับร้านจำหน่ายตั๋วที่ไม่ได้รับอนุญาต นำตั๋วไปเปลี่ยนแปลงราคาเอาเปรียบผู้โดยสาร

จากกรณีมีนักท่องเที่ยวโพสต์รูปตั๋วที่มีการเปลี่ยนแปลงราคาค่าโดยสารของบริษัทพันทิพย์พร้อมกับเขียนข้อความว่า“สวัสดีครับขออนุญาตเตือนภัยนะครับ พอดีผมไปเที่ยวที่เขื่อนรัชชประภาและได้ซื้อตั๋วกับวินรถตู้นึงในราคาไป390บาทกลับ390
ผมไปกับแม่2คน จ่ายเงินไปในราคา
1560บาท ซึ่งผมเอ๊ะใจซึ่งราคาหน้าตั๋วเขียน300แต่ทำไมเก็บเงินผม390 ผมจึงได้ถามคนขับรถตู้ ปกติเขาไป200กลับ200 ที่คิวรถตู้ตลาดเกษตร 2 เผื่อมีใครเคยเจอแบบผมบ้างครับคนขายตั๋วชื่อแส..“

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 2 มิ.ย.69 ที่สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี นายเอกสิทธิ์ กนกวิจิตร กรรมการผู้จัดการ บจก.พันทิพย์ (1970) นำเแกสารหลังฐานเข้าแจ้งความกับพ.ต.ท.วีรชาติ สีห์รา สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เกียวกับเรื่องทางร้านจำหน่ายตั๋วที่ไม่ได้รับอนุญาต เปลี่ยนแปลงราคาเพิ่มค่าตั๋วรถตู้ประจำทางสายสุราษฎร์-เขื่อนรัชชประภา สร้างความเสียหายให้กับทางบริษัทเป็นอย่างมาก

นายเอกสิทธิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีมีผู้ใช้บริการรถโดยสารซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพร้อมแม่เพื่อที่จะไปเที่ยวที่เขื่อนรัชชประภา โดยใช้ในเส้นทางตลาดเกษตร2-เขื่อนรัชชประภา และได้ซื้อตั๋วโดยสารจากร้านจำหน่ายตั๋วที่ไม่ได้รับอนุญาต (ทัวร์ผี) จำหน่ายตั๋วโดยสารเกินราคาจากที่กำหนด โดยร้านจำหน่ายตั๋วโดยสารได้ส่งคนแอบแฝงตนมาในคราบผู้โดยสารมาซื้อตั๋วจากศูนย์บริการรับ-ส่งผู้โดยสารและนำตั๋วโดยสารนั้นไปแก้ไขราคาค่าโดยสารจาก 200 บาท เป็นราคาใหม่ 300 บาท และยังเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มอีก 90 บาท รวมเป็นเงิน จำนวนน 390 บาทต่อคน รวมค่านโดยสารไปกลับเป็นเงินจำนวน 1,560 บาท สร้างความเสียหายให้กับบริษัท และการท่องเที่ยวของสุราษฎร์ธานีเป็นอย่างมาก ซึ่งหลังจากที่ตนเองได้ทราบเรื่อง ได้ประสานไปยังนายธีระศักดิ์ (สงวนนามสกุล) นักท่องเที่ยวที่ได้รับความเสียหาย ได้เล่าว่าได้พาแม่เดินทางมาจาก กทม.เพื่อที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่เขื่อนรัชชประภา และได้ซื้อตั๋วรถตู้โดยสารที่ร้านขายตั๋วแห่งหนึ่ง โดยมีนายแต๋ม (นามสมมุติ)เป็นคนขายตั๋วให้ แต่ตนเองรู้สึกว่าราคาแพงกว่าปกติและในตั๋วยังมีการเปลี่ยนแปลงราคาอีกด้วย จำได้นำเรื่องดังกล่าวไปโพตส์เตือนภัยกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆที่อาจจะโดนแบบตนเอง และทำให้เสียความรู้สึกเป็นอย่างมาก จึงได้พาแม่เดินทางกลับ กทม. โดยไม่ท่องเที่ยวต่อที่ จ.สุราษฎร์ธานี จึงได้นำหลังฐานเข้าแจ้งความเอาผิดกับทางร้านขายตั๋วดังกล่าว และยืนยันว่าทางบริษัทพันทิพย์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับทางร้านขายตั๋วแต่อย่างใด และจะเดินเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะได้เรียกเจ้าของร้านขายตั๋วมารับทราบข้อกล่าวหา“กระการเปลอมแปลงเอกสาร และใช้เอกสารปลอม”

ด้านนายธีรยุทธ สุขราษฎร์ นักวิชาการขนส่งชำนาญการพิเศษ สำนักงานขนส่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ก่อที่จะเกิดเรื่องดังกล่าว ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ทำหนังสือถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อขอจัดระเบียบเกี่ยวกับผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะ รวมไปถึงร้านจำหน่ายตั๋วรถโดยสารไม่ว่าจะเป็นในตัวเมืองรวมถึงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยได้ดำเนินการตรวจตราและจับกุมทันทีที่พบว่ามีการกระทำความผิดกฎหมาย แต่ก็ยังมีผู้ลับลอบกระทำผิดอยุ่บ้าง ซึ่งทางขนส่งจังหวัดจะได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องต่อไป
///////
อ่านแล้ว70 times!
