ชาวบ้านหมู่บ้านออมทอง ร้อง ผบช.ภ.1 จี้ตั้งสอบวินัยร้ายแรง-อาญา สภ.บางปู ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ แฉถูกคุกคาม จ่อยื่น ป.ป.ช. ขอคุ้มครองพยาน

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.30 น. นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย นำชาวบ้านจากหมู่บ้านออมทอง ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ผบช.ภ.1 เพื่อขอส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 157 และมาตรา 200 รวมทั้งส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีพนักงานสอบสวนพร้อมผู้บังคับบัญชา สภ.บางปู ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยมีพันตำรวจโทหญิง อังคณา ศิริคณินทร์ สว.ฝอ.1 บก.อก.ภ.1 เป็นผู้รับเรื่อง
นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย กล่าวว่าสืบเนื่องจากกลุ่มผู้เสียหายได้เคยยื่นหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับคดีฉ้อโกงประชาชนและการบิดเบือนสิทธิกรรมสิทธิ์อาคารที่อยู่อาศัยในพื้นที่วัดดัง ย่านบางปู ซึ่งพบว่าพนักงานสอบสวน สภ.บางปู ได้สรุปสำนวนความเห็น “ควรสั่งไม่ฟ้องผู้ถูกกล่าวหากับพวก” และส่งสำนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ทั้งที่ทราบดีว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งอยู่ในอำนาจไต่สวนของ ป.ป.ช. ต่อมาอัยการจังหวัดสมุทรปราการได้มีหนังสือคืนสำนวน เนื่องจากพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจทำความเห็นควรสั่งไม่ฟ้องตั้งแต่แรก

นางสาวสุรีย์ญา ระบุว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการรวบรัดตัดความ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเสนออนุมัติสั่งการเพื่อช่วยเหลือผู้ถูกกล่าวหา จึงเรียกร้องให้ ผบช.ภ.1 พิจารณาดำเนินการดังนี้:
- รับเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเข้าประกอบสำนวนคำร้องเรียน
- ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางปู ผู้รับผิดชอบสำนวน และผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นที่อนุมัติลงนาม
- รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 157 และ 200 เพื่อส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ไต่สวน
- พิจารณาให้ผู้เกี่ยวข้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือปรับย้ายไปช่วยราชการ เพื่อป้องกันไม่ให้เข้ามาแทรกแซงพยานหลักฐานหรือกดดันคดี
- แจ้งผลการดำเนินการสอบสวนวินัยและความคืบหน้าให้ผู้ร้องเรียนทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย กล่าวว่า “ในวันนี้ทางกลุ่มผู้เสียหายได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้า หลังจากที่ได้เคยยื่นเรื่องร้องเรียนไว้ที่จเรตำรวจ โดยมีความประสงค์ต้องการเร่งรัดให้มีการทราบผลการดำเนินการโดยเร็ว เนื่องจากใกล้ถึงกำหนดกระบวนการสืบพยานของกลุ่มผู้เสียหายแล้ว ซึ่งทางกลุ่มจำเป็นต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนทุกองค์ประกอบ”

“สำหรับการเข้ายื่นหนังสือและประสานงานกับทางตำรวจภูธรภาค 1 (ภ.1) นั้น ทางหน่วยงานดังกล่าวรับปากว่าจะเร่งดำเนินการให้โดยเร็วที่สุด โดยทางกลุ่มผู้เสียหายได้ชี้แจงถึงความจำเป็นและความเดือดร้อนอย่างแท้จริงของชาวบ้าน พร้อมทั้งขอความอนุเคราะห์ให้เร่งรัดการดำเนินงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก”
นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ญาติทางกลุ่มผู้เสียหายยังแสดงความกังวลใจเกี่ยวกับกรณีที่มีกลุ่มคณะกรรมการชุมชน หรือ อสม. เข้ามาแฝงตัวหรือมีพฤติกรรมในลักษณะคุกคามสมาชิกในกลุ่ม โดยตั้งข้อสังเกตว่าอาจเข้ามาเพื่อล็อบบี้ ข่มขู่ หรือสร้างความหวาดกลัว ทำให้สมาชิกไม่กล้าต่อสู้คดี รวมถึงอาจมีพฤติกรรมหลอกลวงให้เซ็นสัญญาหรือเอกสารต่างๆ ลักษณะเดียวกับที่ผู้เสียหายบางท่านเคยประสบมา จึงอยากฝากผ่านสื่อมวลชนไปยังผู้ที่มีพฤติการณ์ดังกล่าวให้หยุดการกระทำดังกล่าวทันที เนื่องจากคดีความได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลแล้ว หากยังไม่หยุดพฤติการณ์ดังกล่าว ทางกลุ่มผู้เสียหายจะดำเนินการ ดำเนินคดีต่อบุคคลที่เข้ามาสร้างความยุ่งเหยิงกับพยาน
และหากยังไม่หยุดให้ไปเจอกันที่ชั้นศาล
หลังจากนี้ สุรีย์ญา เตรียม ยื่นเรื่องขอรับการคุ้มครองพยานจาก ป.ป.ช. และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีหมู่บ้านออมทองจังหวัดสมุทรปราการนั้น เป็นกรณีพิพาทเกี่ยวกับที่ดินและอาคารซึ่งเป็นทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงประเด็นสัญญาที่เป็นโมฆะกรรม โดยมีตัวละครสำคัญและผู้ร่วมขบวนการเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ตั้งแต่วัดชื่อดัง เจ้าอาวาส ไวยาวัจกร กรรมการชุมชน ตลอดจนนายทุน ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่รัฐบางราย ในพื้นที่วัดดัง ย่าน ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ เนื่องจากชาวบ้านเชื่อว่าทางวัดมีพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชนเป็นปกติธุระ หลังมีการนำที่ดินที่ของวัด มาปล่อยขายให้กับชาวบ้านในลักษณะโครงการบ้านจัดสรรและให้สิทธิ์ในการเช่าที่ดินถาวร ตั้งแต่ปี 2537 แต่ภายหลังทางวัดกลับเปลี่ยนสัญญาและยื่นฟ้องขับไล่ชาวบ้าน หวังยึดอาคารบ้านเรือนของชาวบ้าน โดยกรณีดังกล่าวชาวบ้านได้แจ้งความวัดและไวยาวัจกรวัด ที่สภ.บางปูแล้ว ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากตำรวจระบุว่าเป็นคดีแพ่ง แต่ประชาชนรับทราบจากอัยการจังหวัดสมุทรปราการที่พิจารณาแล้วเห็นว่าคดีนี้มีมูลความผิดการทุจริตต่อหน้าที่ตามหนังสือของ อัยการ ที่ อส 0058(สป)/3680
อ่านแล้ว80 times!

