สหเวชฯ จุฬาฯ ลุยบ้านครัว! ผนึก 3 คณะตรวจสุขภาพเชิงรุก ชูโมเดล “สุขภาวะยั่งยืน”

จุฬาฯ นำทีมสหวิชาชีพลงพื้นที่ชุมชนบ้านครัว ให้บริการตรวจสุขภาพกาย ใจ และโภชนาการครบวงจร ตั้งแต่คัดกรองกระดูกพรุน ความเสี่ยงโรคหัวใจ ไปจนถึงสุขภาพจิต พร้อมส่งต่อผู้มีความเสี่ยงเข้าสู่ระบบบริการที่เหมาะสม

กรุงเทพฯ — ที่สุเหร่ากองอาสาจาม หรือมัสยิดยามิอุลค็อยรียะห์ ชุมชนบ้านครัว คณะสหเวชศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ และคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึกกำลังจัดกิจกรรม “สหเวชศาสตร์เสริมสร้างสุขภาพชุมชนบ้านครัวแบบบูรณาการและยั่งยืน” นำโดย รศ.ดร.กภ.อนงค์ ตันติสุวัฒน์ รองคณบดีคณะสหเวชศาสตร์ พร้อมคณาจารย์ บุคลากร และนิสิต โดยได้รับความร่วมมือจากคณะนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง การเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ 15 (4ส15) สถาบันพระปกเกล้า ในการสนับสนุนการทำงานร่วมกับชุมชน
ตรวจครบ ทั้งกาย ใจ และโภชนาการ

กิจกรรมนี้ คณะสหเวชศาสตร์ได้ระดมบุคลากรจาก 4 สาขา ได้แก่ กายภาพบำบัด เทคนิคการแพทย์ รังสีเทคนิคและฟิสิกส์ทางการแพทย์ และโภชนาการและการกำหนดอาหาร มาบูรณาการร่วมกับคณะพยาบาลศาสตร์ และคณะจิตวิทยา ให้บริการตรวจคัดกรองความเสี่ยงหกล้ม วัดแรงบีบมือประเมินความแข็งแรงกล้ามเนื้อ เจาะเลือดตรวจวิตามินดี ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) และ Homocysteine เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
ต่อเนื่องด้วยการตรวจมวลกระดูกคัดกรองภาวะกระดูกพรุน วิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายด้วยเครื่อง BIA และให้คำปรึกษาด้านโภชนาการรายบุคคล เพื่อช่วยให้ประชาชนปรับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
ด้านสุขภาพจิต ทีมงานจัดคัดกรองสุขภาพจิต กิจกรรม “Care จิต Care ใจ” และเวิร์กช็อป “Mind Fullness – ดอกไม้ใจดี” เพื่อเสริมความรู้และทักษะการดูแลอารมณ์ให้ครบทุกมิติ

รศ.ดร.กภ.อนงค์ ตันติสุวัฒน์ หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า หัวใจสำคัญของโครงการนี้ไม่ใช่เพียงการนำบริการตรวจสุขภาพลงไปสู่ชุมชน แต่คือการทำงานร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนรู้ภาวะสุขภาพและความเสี่ยงของตนเองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม และมีความรู้ที่จะนำไปดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัวได้ในระยะยาว

โครงการนี้มุ่งสร้าง “Health Literacy” หรือความรอบรู้ด้านสุขภาพ ให้ประชาชนเข้าใจความเสี่ยง ปรับพฤติกรรม และตัดสินใจดูแลสุขภาพได้อย่างถูกต้อง หากพบผู้มีความเสี่ยง ทีมงานจะประสานส่งต่อเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพที่เหมาะสมเพื่อให้การดูแลต่อเนื่องไม่ขาดตอน

ด้านนายยรรยง อามีน อิหม่ามประจำมัสยิดยามิอุลค็อยรียะห์ และนางมีนา มุหมัดอารี อาสาสมัครสาธารณสุข ระบุตรงกันว่า กิจกรรมนี้ช่วยให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเดินทาง เข้าถึงบริการตรวจสุขภาพและบริการเฉพาะทางได้สะดวกขึ้น พร้อมอยากให้มีการจัดกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องทุกปี
ตัวเลขพิสูจน์ผล เปลี่ยนพฤติกรรมได้จริง
ผลการประเมินที่ผ่านมาชี้ชัดว่าโครงการเดินมาถูกทาง โดยพบว่าประชาชน ร้อยละ 70 มีความรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น และ ร้อยละ 75 ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองไปในทิศทางที่ดีขึ้น
//
อ่านแล้ว48 times!

