“มทร.อีสาน” จับมือ “เนเชอรัล เอ็นเนอร์ยี เทค” ปั้นช่างอิเล็กทรอนิกส์-โทรคมนาคม ป้อนอุตสาหกรรมยุคใหม่ ดันกำลังคนสมรรถนะสูงสู่ตลาดแรงงาน

นครราชสีมา – มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) เดินหน้ายกระดับการผลิตกำลังคนสมรรถนะสูง จับมือ บริษัท เนเชอรัล เอ็นเนอร์ยี เทค จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) มุ่งพัฒนาองค์ความรู้และทักษะวิชาชีพด้านช่างฝีมือ ช่างอิเล็กทรอนิกส์ และช่างโทรคมนาคม สอดรับความต้องการของตลาดแรงงานและภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ พร้อมส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพและความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และบริษัท เนเชอรัล เอ็นเนอร์ยี เทค จำกัด โดยมี นางสาวธิดาทิพย์ จำปาแดง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนเชอรัล เอ็นเนอร์ยี เทค จำกัด ร่วมลงนาม ณ ห้องประชุมแคแสด ชั้น 2 อาคารสำนักงานกิจการสภา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จังหวัดนครราชสีมา

โดยมีผู้เข้าร่วมพิธีจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอนก เจริญภักดี รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ นโยบายและแผน ผู้ช่วยศาสตราจารย์นัฐวุฒิ ทิพย์โยธา รองอธิการบดีฝ่ายส่งเสริมและพัฒนากิจการมหาวิทยาลัย รองศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์ศักดิ์ โยธา ผู้ช่วยอธิการบดี อาจารย์ ดร.จารุพงษ์ บรรเทา ผู้ช่วยอธิการบดี และอาจารย์ธนินทร์ ระเบียบโพธิ์ ผู้ช่วยอธิการบดี
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอนก กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นขับเคลื่อนการผลิตและพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยความร่วมมือกับบริษัท เนเชอรัล เอ็นเนอร์ยี เทค จำกัด จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการสู่การปฏิบัติจริง สร้างโอกาสให้นักศึกษา บุคลากร และประชาชน ได้พัฒนาทักษะวิชาชีพตามมาตรฐานอุตสาหกรรม พร้อมยกระดับศักยภาพกำลังคนของประเทศให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล
ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต กล่าวว่า มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการพัฒนากำลังคนแห่งอนาคตต้องอาศัยการบูรณาการระหว่างองค์ความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยี และประสบการณ์จากภาคธุรกิจ ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษา การพัฒนาทักษะวิชาชีพ และการสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับนักศึกษาและประชาชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน
ขณะที่ นางสาวธิดาทิพย์ กล่าวว่า บริษัทมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานในการพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพและมีทักษะตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี ประสบการณ์จากการดำเนินธุรกิจ รวมถึงโอกาสในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ เพื่อให้นักศึกษาและผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง และสร้างคุณค่าให้กับองค์กรและสังคมในอนาคต

สำหรับกรอบความร่วมมือสำคัญ ประกอบด้วย การจัดอบรมให้ความรู้ทางวิชาการ ทักษะเชิงช่าง และมาตรฐานการทำงานให้แก่นักศึกษาและประชาชนที่สนใจ โดยใช้ห้องอบรมและพื้นที่ฝึกปฏิบัติของมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ การประชาสัมพันธ์หลักสูตรฝึกอบรมของมหาวิทยาลัยผ่านเครือข่ายสมาชิกของบริษัทซึ่งมีจำนวนกว่า 250,000 คน การสนับสนุนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ การฝึกงาน และสหกิจศึกษาสำหรับนักศึกษา ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมและงานวิจัยร่วมกัน เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาและต่อยอดผลงานสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ รวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมทางวิชาการและกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกันในอนาคต
ภายหลังพิธีลงนาม ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมประชุมหารือแนวทางการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการศึกษา การพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรม และการเสริมสร้างสมรรถนะกำลังคนด้านช่างฝีมือ ช่างอิเล็กทรอนิกส์ และช่างโทรคมนาคม โดยมุ่งเน้นการสร้างกำลังคนคุณภาพสูงที่มีความรู้ ทักษะ และมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงานและภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนผู้แทนจากบริษัท เนเชอรัล เอ็นเนอร์ยี เทค จำกัด ประกอบด้วย นางสาวธิดาทิพย์ จำปาแดง กรรมการผู้จัดการ นางสาวโชติมา แก้วดอนไพร Secretary และนายอุเทน ภาคสันเทียะ Marketing
การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานในการสร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง สร้างโอกาสทางการศึกษา ยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรม และขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่เศรษฐกิจฐานความรู้และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน
//////
อ่านแล้ว62 times!
