สร้างชาติด้วยทุนวัฒนธรรม! สถาบันพระปกเกล้า ผนึก 6 ภาคส่วน ยกระดับ ‘ปนว.2’ ดันเมืองรองโตอย่างยั่งยืน

สถาบันพระปกเกล้า จับมือ มูลนิธิเสริมสร้างพลังชุมชนวัฒนธรรมและธรรมาภิบาล เปิดหลักสูตร ‘ปนว. รุ่น 2’ ระดม 55 ผู้บริหารระดับสูงจาก 6 ภาคส่วน ร่วมถอดรหัส “เหมืองทองหลังบ้าน” เปลี่ยนมรดกทางวัฒนธรรมเป็นมูลค่าเศรษฐกิจ นำร่องยกระดับเมืองรอง 4 พื้นที่เป้าหมายสู่ความยั่งยืน
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับ มูลนิธิเสริมสร้างพลังชุมชนวัฒนธรรมและธรรมาภิบาล จัดพิธีเปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรนักบริหารระดับสูงของชาติด้านการขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน (ปนว.) รุ่นที่ 2 โดยมี รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางผู้นำระดับสูง 55 คน จาก 6 ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคการเมือง ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ชี้ไทยดุมรดกโลก แต่ตกขอบท่องเที่ยว—เปรียบ “มีเหมืองทอง แต่ยังจน”

รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวเปิดงานพร้อมตั้งโจทย์ใหญ่ระดับชาติว่า ประเทศไทยเป็นดินแดนที่มีทุนทางวัฒนธรรมเข้มแข็งและติดอันดับต้นๆ ของโลก แต่ความพร้อมในการนำมาต่อยอดเป็น “การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม” กลับอยู่ในอันดับที่ต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนว่าไทยยังใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ไม่เต็มศักยภาพ
“เหมือนกับเรามีเหมืองทองหลังบ้าน แล้วเราก็ยังจนอยู่” รศ.ดร.อิสระ กล่าวเน้นย้ำ
เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เผยอีกว่า ในรุ่นที่ 2 นี้ ได้ยกระดับเป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรของสถาบันพระปกเกล้าอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเพิ่มความเข้มข้นทั้งเนื้อหาและเกณฑ์การเข้าร่วมกิจกรรม เพราะการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง จำเป็นต้องใช้นักบริหารระดับสูงที่สามารถขับเคลื่อนและผลักดันให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้จริงในปฏิบัติการ
ผนึกกำลัง 4 พื้นที่นำร่อง ดันข้อเสนอนโยบายยกระดับเมืองรอง

ด้าน ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ประธานมูลนิธิเสริมสร้างพลังชุมชนวัฒนธรรมและธรรมาภิบาล ในฐานะผู้อำนวยการแผนงานเชิงกลยุทธ์ กล่าวรายงานว่า หลักสูตรนี้มุ่งพัฒนาทักษะเชิงยุทธศาสตร์ภายใต้แนวคิด “สร้างชาติด้วยทุนวัฒนธรรม” โดยผู้เข้าร่วมการศึกษาจะได้ลงมือทำวิจัยและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อเปลี่ยน “เมืองรอง” ให้เป็น “เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม” ใน 4 พื้นที่นำร่อง ได้แก่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช, อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี, จ.ลำปาง และ จ.กาฬสินธุ์ โดยมี ดร.ธนภณ วัฒนกุล ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญ ร่วมกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด
ดร.ถวิลวดี ย้ำว่า การอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานทุนวัฒนธรรมเป็นหน้าที่ของทุกคน โดยภาครัฐและภาควิชาการต้องสนับสนุนทั้งกลไกและทรัพยากร เพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

ขณะที่ ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย ได้บรรยายพิเศษหัวข้อ “ทุนวัฒนธรรมสร้างชาติ” โดยชี้ว่า ทุนทางวัฒนธรรมสามารถสร้างได้ทั้งความเข้มแข็งทางสังคมและมูลค่าทางเศรษฐกิจไปพร้อมกัน พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จจากการพัฒนาย่านวัฒนธรรม 15 พื้นที่ ในช่วงปี 2561–2567 ที่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนรวมกว่า 725 ล้านบาท
ดร.สีลาภรณ์ เสนอทางออกทิ้งทายว่า ต้องเชื่อมโยงการอนุรักษ์วัฒนธรรมเข้ากับระบบตลาด เทศกาล ผลิตภัณฑ์ และการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ เพื่อแปลงคุณค่าทางจิตใจให้กลายเป็นรายได้ของชุมชน ควบคู่ไปกับการรักษารากเหง้าและมรดกทางวัฒนธรรม นำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในท้ายที่สุด
//
อ่านแล้ว54 times!

