ตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) “หลบยังไงก็โดนอยู่ดี” ตํารวจทางหลวงแพร่ สกัดจับชาวเมียนมาร์รับจ้างขนคนต่างด้าว

แบ่งปันข่าวนี้ :

ตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) “หลบยังไงก็โดนอยู่ดี” ตํารวจทางหลวงแพร่ สกัดจับ
ชาวเมียนมาร์รับจ้างขนคนต่างด้าว รวบคนขับ-ชาวเมียนมาร์หลบหนีเข้าเมือง 20 ราย
ค่าขนเที่ยวละ 3,000 บาท


กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตํารวจทางหลวง (บก.ทล.)
ภายใต้การอํานวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก.,
พล.ต.ต.บุญลือ ผดุงถิ่น ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.มีชัย กําเนิดพรม รอง ผบก.ทล.,
พ.ต.อ.สาธิต สมานภาพ ผกก.๕ บก.ทล,พ.ต.ท.มงคล นนทธีระโรจน์ รอง ผกก. ๕ บก.ทล.
พ.ต.ท.ดร.เจต จึงประเสริฐศรี รองผกก. ๕ บก.ทล. พ.ต.ท.พิชญา ทวิชศรี รรท.สว.ส.ทล. 6 กก. ๕ บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นําโดย ร.ต.อ.ณัฐศักดิ์ จักรทิพย์ รอง สว.ส.ทล. 6 กก. ๕ บก.ทล. ด.ต.วีระ บุญ
ชู,ด.ต.หญิง พิมชญดา จิณะไชย ,ด.ต.อาจหาญ จินดาหอม,ด.ต.คมเดช ฟ้ากระจ่าง,ด.ต.เวชพิสิฐ ทิพย์ธันวา
,ด.ต.วชิรพงศ์ เพชรมณี,จ.ส.ต.โกวิทย์ ปากสวัสดิ์
ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาจํานวน 8 ราย ดังนี้

  1. Mr.Yan Lonie Soc อายุ 26 ปี สัญชาติเมียนมาร์ (นําพา)
  2. Miss Phyu Phyu win อายุ 24 ปี สัญชาติเมียนมาร์ (นําพา)
  3. Mr.SAW MOO KEL อายุ 22 ปี สัญชาติเมียนมาร์
  4. Mr.MYO MIN อายุ 30 ปี สัญชาติเมียนมาร์
  5. Mr. MTET AUNG อายุ 31 ปี สัญชาติเมียนมาร์
  6. Mr.KHUN YARI KHAM อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมาร์
  7. Mr. YE KYAW WIN อายุ 32 ปี สัญชาติเมียนมาร์
  8. Mr.THANT HTUT SOE อายุ 39 ปี สัญชาติเมียนมาร์
  9. Mr.YE SEIN อายุ 47 ปี สัญชาติเมียนมาร์
  10. Mr. SUNEL อายุ 20 ปี สัญชาติเมียนมาร์
  11. Mrs. AYE AYESU อายุ 42 ปี สัญชาติเมียนมาร์
  12. Mr.NAUNG MYO THU อายุ 21 ปี สัญชาติเมียนมาร์
  13. Mr.NINE AUNG อายุ 20 ปี สัญชาติเมียนมาร์
  14. Mr.MYO HTET อายุ 43 ปี สัญชาติเมียนมาร์
  15. Mr.KHON NYUNT อายุ 43 ปี สัญชาติเมียนมาร์
  16. Mr.BIN BAHARDU อายุ 37 ปี สัญชาติเมียนมาร์
  17. Mrs.SIMAR อายุ 32 ปี สัญชาติเมียนมาร์
  18. Mrs.THAN TINWIN อายุ 21 ปี สัญชาติเมียนมาร์
  19. Mrs.WAI WAI LIN อายุ 21 ปี สัญชาติเมียนมาร์
  20. Mrs.WUTTYI MOE อายุ 21 ปี สัญชาติเมียนมาร์
    โดยผู้ต้องหาที่ 1 และ2 ถูกแจ้งข้อกล่าวหาฐาน “ให้การช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือกระทําด้วย
    ประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายหลบหนีการจับกุม”
    ผู้ต้องหาที่ 3-20 ถูกแจ้งข้อกล่าวหาฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร
    โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทาง”
    พร้อมตรวจยึดของกลาง จํานวน 2 รายการ ดังนี้
  21. รถยนต์ยี่ห้อ TOYOTA หมายเลขทะเบียน นข 2359 พะเยา หมายเลขตัวถัง 53-0002-54 จํานวน 1 คัน
    สถานที่จับกุม บริเวณริมถนน ทล.103 กม. ที่ 27 ต.ห้วยหม้าย อ.สอง จว.แพร่
    พฤติการณ์ สืบเนื่องตามนโยบายของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และ กองบัญชาการตํารวจ
    สอบสวนกลาง ให้ดําเนินการสืบสวนปราบปรามและจับกุมการกระทําผิดเกี่ยวกับการลักลอบนําพาคนต่างด้าว
    เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและเครือข่ายสแกมเมอร์มาอย่างต่อเนื่อง ตํารวจทางหลวงแพร่ได้เฝ้าติดตามกลุ่ม
    รถยนต์ต้องสงสัยที่ใช้รับ-ส่งคนต่างด้าวซึ่งลักลอบเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะ
    เส้นทางรับคนต่างด้าวจากพื้นที่ จ.เชียงราย ไปส่งยังพื้นที่ ตอนในของประเทศ จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มรถ
    ดังกล่าวใช้ทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางเลี่ยงเพื่อหลบหลีกการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ มีการแบ่งหน้าที่เป็นรถ
    นําทางคอยสังเกตการณ์และรถรับส่งคนต่างด้าว พร้อมติดต่อประสานงานกันผ่านแอปพลิเคชันสนทนาตลอด
    เส้นทาง เจ้าหน้าที่จึงนําข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์และวางแผนสกัดจับกุม
    ต่อมาวันที่ 24 ต.ค.69 เจ้าหน้าที่ตํารวจ ส.ทล.6 กก.5 บก.ทล. ได้รับแจ้งจากสายลับ(ขอปกปิดนาม
    ประสงค์จะขอรับเงินสินบนนําจับ) ว่ามี ลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเดินทางเข้าสู่จังหวัดตอนในของประเทศ
    พ.ต.ท.พิชญา ทวีชศรี รรท.สว.ส.ทล.6 กก.5 บก.ทล. จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดจับกุม ออกตรวจสอบใน
    พื้นที่ที่รับผิดชอบและพบรถตู้ต้องสงสัย ยี่ห้อ โตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน นข 2359 พะเยา ขับรถใน
    ลักษณะส่ายไปมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้เรียกให้ผู้ขับขี่หยุดรถ จากการตรวจสอบบัตรประจําตัว
    ประชาชนและเอกสารประจําตัวของผู้ขับขี่ พบ Mr.Yan Lonie Soc อายุ 26 ปี สัญชาติเมียนมาร์ ที่อยู่ –
    หมายเลข Passport- ผู้ขับขี่ และ Miss Phyu Phyu win อายุ 24 ปี สัญชาติเมียนมาร์ ที่อยู่ – หมายเลข
    Passport- นั่งข้างผู้ขับขี่ ซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าว และไม่มีเอกสารหนังสือเดินทางแสดงต่อเจ้าหนักงานชุดจับกุม
    และยังพบผู้โดยสารชาวเมียนมาร์โดยสารมากับรถยนต์คันดังกล่าว จํานวน 19 ราย จากการสอบถาม Mr.Yan
    Lonie Soc ยอมรับว่าเป็นผู้นําพาบุคคลทั้งหมดขึ้นรถตู้คันดังกล่าว โดยได้รับผู้โดยสารจาก บริเวณสะพาน
    กลับรถ ใน อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย จากนั้นได้เดินทางมากับรถคันดังกล่าวเพื่อพาบุคคลต่างด้าวทั้ง 19
    รายไปส่ง สถานที่ปลายทาง จ.พิษณุโลก โดยได้รับค่าจ้างขับรถเป็นเงินจํานวน 3,000 บาท และเป็นเหตุให้ถูก
    จับกุมตัวที่ บริเวณริมถนน ทล.103 กม. ที่ 27 ต.ห้วยหม้าย อ.สอง จว.แพร่ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้
    จากการสืบสวนทราบว่า Mr. Yan Lonie Soc อายุ 26 ปี(คนขับ) ชาวเมียนมา และ Miss Phyu
    Phyu win อายุ 24 ปี(ภรรยาคนขับ) ชาวเมียนมา รับชาวเมียนมา ที่ จ.เชียงราย แถวๆ 7-11 ใน อ.เมือง
    เชียงราย และได้นําบุคคลต่างด้าวไปส่ง ปลายทางไป จ.พิษณุโลก โดยชาวเมียนมาเขามาในไทย เสียต่อหัว
    ประมาณคนละ 30,000-40,000 บาท ผู้ต้องหาที่ 1-2 ได้ค่าจ้างขน เที่ยวละ 3,000 โดยทํามาแล้ว 3 ครั้ง
    ครั้งที่ 1 ขับจากเชียงราย มาส่งแพร่ แถวโรงงานผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว มีรถนําขับมาส่ง
    ครั้งที่ 2 ขับจากเชียงราย มาส่ง พิษณุโลก มีรถนําขับนํามา ส่งในอําเภอเมืองพิษณุโลก
    ครั้งที่ 3 ขับจากเชียงรายจะไปส่งพิษณุโลกจําทางได้เลยขับมาเอง และมาโดนจับที่ จ.แพร่
    การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการสกัดกั้นการลักลอบนําพาคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
    และตัดเส้นทางการลําเลียงจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่พื้นที่ชั้นในได้อีกหนึ่งจุด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นําตัวผู้ต้องหา
    พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.สอง จ.แพร่ เพื่อดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
    ตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์และเตือนภัยประชาชน ดังนี้
  22. หากพบกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัย เช่น เดินทางเป็นกลุ่มผิดปกติ ไม่มีเอกสาร
    ประจําตัว หรือหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตํารวจทันที เนื่องจากอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการ
    อาชญากรรมข้ามชาติ
  23. ขับรถรับจ้างที่รับงานรับ–ส่งชาวต่างชาติซึ่งไม่มีเอกสารยืนยันตัวตน โดยรับงานผ่านกลุ่มสนทนา
    หรือคนกลางที่ไม่ทราบตัวตน มีความผิดฐานช่วยเหลือบุคคลหลบหนีเข้าเมือง และอาจมีความผิดฐานอื่นที่
    เกี่ยวข้อง
  24. การรับจ้างขนคนต่างด้าวด้วยค่าจ้างเพียงหลักพันบาท อาจต้องแลกด้วยโทษจําคุกหลายปีและ
    ทรัพย์สินที่ถูกยึดทั้งหมด
    ข้อกล่าวหาข้างต้นมีโทษตามกฎหมาย ดังนี้
    1.พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 ผู้ใดรู้ว่าคนต่างด้าวใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืน
    พระราชบัญญัตินี้ ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม
    ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 50,000 บาท
  25. พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 62 คนต่างด้าวผู้ใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืน
    มาตรา 11 หรือมาตรา 12 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท
  26. พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 81 คนต่างด้าวผู้ใดอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
    หรือการอนุญาตสิ้นสุดหรือถูกเพิกถอน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้ง
    จําทั้งปรับ
    ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.พิชญา ทวิชศรี รรท. สว.ส.ทล.6 กก.5 บก.ทล. เบอร์โทร
    08 2419 5636 จ.ส.ต.วิษัยศิษฎ์ เรียนแพง ผบ.หมู่ ส.ทล.6 กก.5 บก.ทล. เบอร์โทร 08 9907 9560
    “การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
    ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
    ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจําเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคําพิพากษาถึงที่สุด
    ดังนั้น สําหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”

กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง
“มืออาชีพ เป็นกลาง เคียงข้างประชาชน”
1106 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
Website : https://cib.go.th/
FB : ตํารวจสอบสวนกลาง Youtube : ตํารวจสอบสวนกลาง

อ่านแล้ว108 times!

แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.