ไทยเขย่า FBA เปิดเกมใหม่! ปลดล็อก 8 ธุรกิจ ดึงทุนต่างชาติ — ดร.ศิริโรจน์ แห่ง CSMJ ชี้โอกาสยกระดับไทยสู่ Regional Hub

กระทรวงพาณิชย์รื้อกำแพง FBA มีผล 28 ส.ค. 69 ปลดล็อก 8 กิจกรรม ตั้งแต่ Shared Services–Treasury–Telecom ถึงบริการการเงินและปิโตรเลียม ลด Regulatory Friction ดันไทยสู่ Regional Hub นักลงทุนต่างชาติได้แต้มต่อ “โครงสร้างธุรกิจคล่องตัวขึ้น”
จับตาเกมใหม่ดึงเงินลงทุนต่างชาติ หลัง กระทรวงพาณิชย์ ปรับกิจกรรมบางประเภทออกจากขอบเขตควบคุมตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (FBA) มีผลตั้งแต่ 28 สิงหาคม 2569 ครอบคลุม 8 กิจกรรมสำคัญ ทั้ง Shared Services, Treasury Center, โทรคมนาคมบางประเภท ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริการทางการเงิน และงานรับเหมาช่วงด้านการเจาะสำรวจปิโตรเลียม
แม้ไม่ใช่การเปิดเสรีต่างชาติทั้งระบบ แต่การลดข้อจำกัด FBA ทำให้กิจกรรมที่เข้าเงื่อนไข ไม่ต้องขอใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองภายใต้ FBA ถือเป็นการลดต้นทุนและขั้นตอนด้านกฎระเบียบ พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบโครงสร้างธุรกิจ
ดร.ศิริโรจน์ โรจน์วรพร Partner แห่ง CSMJ International Law Firm สำนักงานกฎหมายชั้นนำระดับสากล มองว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ควรตีความเพียงการลดขั้นตอนทางกฎหมาย แต่เป็น Strategic Opportunity ที่บริษัทต่างชาติควรนำกลับมาทบทวนโครงสร้างการลงทุนในไทย โดยเฉพาะบริษัทที่มี Regional Headquarters, Shared Services Center, Treasury Center หรือ Financial Operations อยู่ในภูมิภาค
ชี้ Shared Services–Treasury ตัวเร่งไทยสู่ Regional Hub
การปลดล็อก Shared Services เปิดโอกาสให้บริษัทข้ามชาติรวมงานสนับสนุน เช่น IT, HR, บัญชี และงานบริหารไว้ในประเทศไทยได้คล่องตัวขึ้น ขณะที่ Treasury Center อาจเพิ่มบทบาทไทยในฐานะฐานบริหารสภาพคล่อง เงินสด และความเสี่ยงทางการเงินของกลุ่มบริษัทในภูมิภาค
โจทย์จึงไม่ได้อยู่เพียงว่าไทยจะดึงเงินลงทุนได้มากขึ้นเท่าไร แต่คือ ไทยจะดึง “ฟังก์ชันสำคัญ” ของบริษัทข้ามชาติเข้ามาตั้งในประเทศได้มากแค่ไหน
อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือ นักลงทุนต่างชาติอาจมีทางเลือกในการจัดโครงสร้างธุรกิจเพิ่มขึ้น จากเดิมที่กิจกรรมบางประเภทต้องพิจารณา Foreign Business License, Joint Venture หรือสิทธิประโยชน์จาก BOI เพื่อให้ดำเนินธุรกิจได้ เมื่อกิจกรรมบางส่วนหลุดจาก FBA บริษัทจึงอาจเปลี่ยนจากการ “ออกแบบโครงสร้างเพื่อให้ผ่านข้อจำกัด” ไปสู่การ “ออกแบบโครงสร้างเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดทางธุรกิจ”
ดร.ศิริโรจน์ แนะเปิดแฟ้มโครงสร้างลงทุนเดิม
ดร.ศิริโรจน์ แนะนำบริษัทต่างชาติให้ทำ Foreign Investment Structure Review โดยเฉพาะธุรกิจที่ลงทุนในไทยมานาน เพื่อประเมินว่าโครงสร้างถือหุ้น Joint Venture ใบอนุญาต BOI/FBL รวมถึงกิจกรรมของบริษัทในปัจจุบัน ยังเหมาะสมกับกฎใหม่หรือไม่
“กฎหมายที่เปลี่ยนวันนี้ อาจทำให้โครงสร้างการลงทุนที่เคยเหมาะสมเมื่อหลายปีก่อน ไม่ใช่โครงสร้างที่มีประสิทธิภาพที่สุดในวันนี้”
การปรับ FBA ครั้งนี้จึงอาจเป็นมากกว่าการปลดล็อก 8 ธุรกิจ แต่กำลังเปลี่ยนโจทย์ของนักลงทุนจาก “จะเข้าประเทศไทยโดยไม่ติด FBA อย่างไร” เป็น “เมื่อกำแพงลดลงแล้ว ไทยจะเป็นฐานธุรกิจระดับภูมิภาคของเราได้หรือไม่” และคำตอบอาจขึ้นอยู่กับว่า นักลงทุนรายใดปรับโครงสร้างธุรกิจได้เร็วที่สุด
อ่านแล้ว46 times!

