“Chang Music Connection Presents Melody Of Life 17” ผนึกกำลังพันธมิตร ขับเคลื่อน Music Economy

แบ่งปันข่าวนี้ :

“Chang Music Connection Presents Melody Of Life 17” ผนึกกำลังพันธมิตร ขับเคลื่อน Music Economy ดันเทศกาลดนตรีใจกลางเมืองสู่พื้นที่สร้างสรรค์คนรุ่นใหม่

เดินหน้าสู่ปีที่ 20 ของการจัดงาน สำหรับ “Chang Music Connection Presents Melody Of Life 17” (ช้าง มิวสิคคอนเนคชั่น พรีเซนต์ เมโลดี้ ออฟ ไลฟ์ 17) เทศกาลดนตรีใจกลางเมืองที่จัดต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน โดยปีนี้เตรียมกลับมาสร้างสีสันให้กับศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 16–18 ตุลาคม 2569 พร้อมยกระดับเทศกาลดนตรีให้เป็นมากกว่าพื้นที่ชมคอนเสิร์ต ด้วยการเชื่อมโยงดนตรี ศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ ไลฟ์สไตล์ และแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน ภายใต้ความร่วมมือของ SPICYDISC, centralwOrld และพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วน โดยในงานแถลงข่าวได้รับเกียรติจาก คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ บอสใหญ่จากค่ายเพลง SPICYDISC, คุณคุณายุธ เดชอุดม Asset Director, centralwOrld และ คุณนงนุช บูรณะเศรษฐกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อํานวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) ร่วมด้วยตัวแทนศิลปินไม่ว่าจะเป็น MAX JENMANA / The Parkinson / La Ong Fong / Better Weather / MAKARA / Playground / Markpoom / PURPLECAT / NAP A LEAN / KACHAIN / Arty / Debest / MILLER / VIINX / MUTE. / Patrick Noel / JULAJUCK / KOBE มาร่วมรักโลกไปด้วยกัน ณ ห้อง Town Hall , at work อาคาร centralwOrld Offices ชั้น 3

สำหรับปีนี้ “Melody Of Life” เดินหน้าสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อร่วมสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมดนตรีและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นำโดย ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง, PEA (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค), โป๊ยเซียน, ธนาคารออมสิน, ยืดเปล่า, SCG, AIS, Mikku Immu, Fruitales และเซ็นทรัลทำ สะท้อนรูปแบบความร่วมมือระหว่างผู้จัดงาน ภาคธุรกิจ และองค์กรต่าง ๆ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างประสบการณ์และพื้นที่สำหรับคนรุ่นใหม่

จุดเด่นของงานคือการจัดเต็ม 4 เวที พร้อมศิลปินกว่า 100 ชีวิต เปิดพื้นที่ให้คนดนตรีได้แสดงศักยภาพและเชื่อมต่อกับผู้ชมในวงกว้าง ขณะเดียวกันยังมีกิจกรรมที่เชื่อมโยงดนตรีเข้ากับศิลปะ ไลฟ์สไตล์ และความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เทศกาลกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้ชมสามารถใช้เวลาได้ตลอดทั้งวัน ทั้งการชมคอนเสิร์ต เดินเลือกซื้อสินค้า และร่วมกิจกรรมภายในงาน อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือแนวทางด้านสิ่งแวดล้อม โดย “Melody Of Life” พัฒนารูปแบบการจัดงานที่ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันแนวคิด Carbon Neutral Event ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการนำความบันเทิงและความคิดสร้างสรรค์มาสร้างความตระหนักด้านความยั่งยืน

นอกจากนี้ยังเปิดกว้างให้คนรุ่นใหม่ได้มีพื้นที่โชว์ความสามารถ ใน SPAWN MUSIC CONTEST เปิดเวทีค้นหาศิลปินและวงดนตรีรุ่นใหม่ ทั้งระดับมหาวิทยาลัยและระดับมัธยมศึกษา ผู้เข้าร่วมจะได้ต่อยอดจากการแข่งขันสู่โอกาสขึ้นแสดงจริง และมีโอกาสพัฒนาผลงานร่วมกับค่าย SPICYDISC , KEY VISUAL DESIGN CONTEST ชวนนักศึกษาและนักออกแบบรุ่นใหม่มาตีความภาพลักษณ์
ของ Melody of Life ผ่านมุมมองสะท้อน PEOPLE – MUSIC – PLANET / VISUAL CONCERT DESIGN CO-LAB ประกวดออกแบบ Visual Concert ทีจะถูกนำไปแสดงบนเวทีคอนเสิร์ตจริง / HARMONY FOREST CO-LAB ชวนร่วมสร้าง Art Installation จากวัสดุหมุนเวียน เปลี่ยนพลาสติกในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นประสบการณ์ทางศิลปะที่ผู้ชมมีส่วนร่วมได้ / EXHIBITION ART SHOWCASE : A CITY GALLERY FOR THE NEXT GENERATION จะรวบรวมผลงานศิลปะ งานออกแบบ และ Prototype Project จากนักศึกษาและคนรุ่นใหม่มาจัดแสดงภายในงาน

อีกความพิเศษของปีนี้ คือเพลงธีมประจำ Melody Of Life ที่สร้างสรรค์โดยโปรดิวเซอร์ THE BOYKOR มาถ่ายทอดแนวความคิด Music for tomorrow ได้จัดเจนยิ่งให้ขึ้น ร่วมกับศิลปินเสียงเอกลักษณ์อย่าง ลุลา มาร่วมร้องในเพลงBlue Planet ซึ่งนี่เป็นเพียงเวอร์ชั่นแรกเพราะยังมีอีก 2 เวอร์ชั่นจาก The Rube และ No One Else ให้ได้ฟังเร็วๆ นี้ อีกหนึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นในปีนี้นั่นก็คือ MASCOT ภายใต้แนวคิด THE WORLD WE BUILD TOGETHER เพราะทุกอย่างล้วนสำคัญในการเจริญเติบโตจะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้ต้องมีทุกองค์ประกอบรวมเข้าไว้ด้วยกันจึงเกิดมาเป็น MASCOT ระบุบ DNA ของ Melody of life ได้อย่างลงตัว

“Chang Music Connection Presents Melody Of Life 17” (ช้าง มิวสิคคอนเนคชั่น พรีเซนต์ เมโลดี้ ออฟ ไลฟ์ 17) จึงไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลดนตรีที่รวบรวมศิลปินกว่า 100 ชีวิตเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เกิดจากความร่วมมือของผู้จัด ภาคธุรกิจ และพันธมิตรหลากหลายกลุ่ม เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศของดนตรีและความคิดสร้างสรรค์ให้เติบโตไปพร้อมกับสังคม โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และเปิดให้เข้าชมฟรีตลอดทั้งงาน

อ่านแล้ว58 times!

แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.