หลวงพี่น้ำฝน นำคณะสงฆ์ ลุยน้ำท่วมมอบเตียงผู้ป่วย ช่วยครอบครัวพ่อแม่สูงวัย ดูแลลูกชายนอนป่วยติดเตียง

ในพื้นที่จังหวัดนครปฐมช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้หลายพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัย มีมวลน้ำท่วมขังอยู่ในชุมชนหลายแห่ง ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับการดำเนินชีวิตโดยเฉพาะครอบครัวที่ไม่มีความพร้อมทางด้านปัจจัย และในกลุ่มของบ้านเรือนที่มีผู้ป่วยติดเตียง รวมถึงผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ร่วมกัน
โครงการธนาคารแห่งกำลังใจ วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม โดยพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสฯ ยังคงให้ความใส่ใจกับกลุ่มผู้เปราะบางทางสังคม ซึ่งในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ต่างๆในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ได้การประสานร้องขอรับการสนับสนุนเตียงสำหรับผู้ป่วย เครื่องใช้และปัจจัยในการดำรงชีพ จากครอบครัวที่มีฐานะยากจน ในพื้นที่ตำบลสามควายเผือก อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม จากนั้นได้ทำการประสานความร่วมมือ ในการตรวจสอบ พบว่ามีครอบครัวดังกล่าวกำลังประสบปัญหาในสภาวะของน้ำท่วมขังบริเวณรอบพื้นที่อาศัย

จากนั้นหลวงพี่น้ำฝน พร้อมคณะสงฆ์และเจ้าหน้าที่ของวัดไผ่ล้อมฯ ได้นำเตียงสำหรับผู้ป่วย พร้อมเครื่องใช้เป็นข้าวสารอาหารแห้งน้ำดื่ม เดินเท้าลุยน้ำเข้าไปไปเยี่ยมนายสยาม ชื่นตะโก อายุ 48 ปี ซึ่งป่วยติดเตียงจากสภาวะพิษสุราเรื้อรังและกรดในเลือดสูงทำให้กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง โดยมีบิดาอายุ 90 ปี และมารดาอายุ 69 ปี คอยเป็นผู้ดูแล และให้อาหารทางสายยางกับบุตรชายเพียงคนเดียว ท่ามกลางมวลน้ำที่รอบบ้าน และใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก
ในการพูดคุยและให้กำลังใจกับครอบครัวดังกล่าว หลวงพี่น้ำฝน ได้กำลังใจทั้งสามชีวิต ที่ต้องประสบภาวะมีผู้ป่วยติดเตียงและมีผู้สูงวัยอาศัยกันเพียงลำพังภายในบ้าน โดยได้แนะให้เห็นว่า สุรา คือต้นตอของปัญหา หากดื่มแล้วไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ความทุกข์ทรมานจึงไม่ได้ก่อเกิดกับผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงบิดาและมารดา ที่ต้องขันกลับช่วยลูกลูกชายในวัยที่ควรจะจะกลับมาเลี้ยงดูบิดามารดาได้


หลวงพี่น้ำฝน เผยว่าการมอบเตียงสำหรับผู้ป่วยและปัจจัยยังชีพในครั้งนี้ไม่ได้แค่เพียงช่วยผู้ป่วยที่นอนติดเตียงเป็นหลักเท่านั้นแต่หากเป็นการช่วยบิดามารดาที่สูงวัยและต้องรับภาระในการดูแลบุตรชายที่ไม่สามารถทำงานได้หรือดำรงชีวิตได้ตามปกติ นี่คือกำลังใจที่สำคัญสำหรับหัวอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ และอยากฝากถึงสังคมว่าการดื่มสุราในทางโลกไม่ใช่เรื่องผิดแต่จะผิดก็ต่อเมื่อดื่มแล้วไม่สามารถควบคุมสติหรือดูแลสุขภาพร่างกายได้ผลจึงปรากฏส่งกลับมาถึงผู้มีพระคุณที่ต้องคอยเลี้ยงดู ซึ่งนอกจากการช่วยเหลือทางด้านกายภาพแล้วก็จำเป็นจะต้องให้แนวทางธรรมสำหรับผู้ที่ยังคงรักในการดื่มให้มีสติสามารถควบคุมดูแลตัวเองได้ และคนมองถึงคนข้างหลังที่กำลังเฝ้ารอความรักและการดูแลจากเรา หากไม่ดำเนินชีวิตไปตามครรลองคลองธรรมที่ควรจะเป็นแล้วก็จะเกิดปัญหาชีวิตยิ่งในช่วงเกิดสภาวะภัยพิบัติก็จะยิ่งลำบากมากกว่าครอบครัวอื่นนั่นเอง
อ่านแล้ว60 times!

