SCGC ผ่านมาตรฐาน มอก. 9999 นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้บริหารธุรกิจต่อเนื่อง สร้างภูมิคุ้มกันเพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง

กรุงเทพฯ – 24 กันยายน 2569 : เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC และ 12 บริษัทในกลุ่มธุรกิจ SCGC ได้ผ่านมาตรฐานแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม มอก. 9999 โดยสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งมอก. 9999 เป็นการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในองค์กรธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมในการบริหารและการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตและประสิทธิภาพ ความเสี่ยง สังคม สิ่งแวดล้อม และเสริมภูมิคุ้มกันให้องค์กร พร้อมทั้งรับการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน โดยมี นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) หรือ MASCI เป็นผู้มอบประกาศนียบัตรรับรอง และนายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC พร้อมทั้งกรรมการผู้จัดการทั้ง 12 บริษัท เป็นผู้รับมอบ

มอก.9999 หรือมาตรฐานแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม โดยสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นการสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับองค์กรธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ผ่านหลัก “3 ห่วง 2 เงื่อนไข” ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี ภายใต้เงื่อนไขความรู้และคุณธรรม สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรที่ผ่านมาตรฐาน มอก. 9999 จะสามารถรู้เท่าทัน เตรียมพร้อม ปรับตัว และตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในโลกที่มีความเสี่ยงและมีความผันผวนมากขึ้น การมี “ภูมิคุ้มกัน” จะทำให้องค์กรสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขัน มองเห็นโอกาสใหม่ และเดินหน้าธุรกิจท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC กล่าวว่า “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเมื่อนำมาใช้ในการบริหารธุรกิจ ไม่ได้หมายถึงการหยุดเติบโตหรือไม่ต้องแข่งขัน แต่คือการเติบโตอย่างมีเหตุผล รอบคอบ และมีภูมิคุ้มกัน หัวใจสำคัญคือการบริหารจัดการโดยประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง รู้ศักยภาพของตนเอง มองเห็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง โดยนำข้อมูลมาใช้ประกอบการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล เพื่อให้องค์กรเดินหน้าอย่างรอบคอบ เท่าทันสถานการณ์ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเติบโตอย่างมั่นคง”

“ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การไม่ปรับตัวนับเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจเช่นกัน SCGC จึงให้ความสำคัญกับการรักษาความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัล AI และนวัตกรรม มาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ใช้ข้อมูลเป็นพื้นฐานในการวางแผนและตัดสินใจ พร้อมพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบ เพื่อให้องค์กรรู้เท่าทันทั้งโอกาสและความเสี่ยง ปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมเติบโตอย่างสมดุล มั่งคั่ง และยั่งยืน” นายศักดิ์ชัยกล่าวเสริม

โดยบริษัทที่ผ่านมาตรฐาน มอก. 9999 ในครั้งนี้ประกอบด้วย บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) บริษัทระยองโอเลฟินส์ จำกัด บริษัทไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) บริษัททีพีซี เพสต์ เรซิน จำกัด บริษัทไทยโพลิเอททีลีน จำกัด บริษัทมาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด บริษัทระยอง เทอร์มินัล จำกัด บริษัทระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด บริษัทเร็ปโก เมนเทนแนนซ์ จำกัด บริษัทอาร์ไอแอล 1996 จำกัด บริษัทระยองไปป์ไลน์ จำกัด บริษัทนวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด และบริษัทมาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด
อ่านแล้ว62 times!

