อดีตข้าราชการบำนาญวัย 63 ปี เปิดใจถูกมิจฉาชีพอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไฟฟ้า หลอกโอนเงินเก็บสร้างบ้าน 1.56 ล้านบาท

แบ่งปันข่าวนี้ :

อดีตข้าราชการบำนาญวัย 63 ปี เปิดใจถูกมิจฉาชีพอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไฟฟ้า หลอกโอนเงินเก็บสร้างบ้าน 1.56 ล้านบาท หายเกลี้ยงบัญชี เผยเงินเก็บทั้งชีวิตเตรียมไว้สร้างบ้านหลังใหม่ในบั้นปลาย

เมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 ในพื้นที่ตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายรัตนชัยนันท์ ญาติ ปลื้น อายุ 63 ปี อดีตข้าราชการบำนาญได้ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนหลังจาก ถูกมิจฉาชีพ หลอกให้กด SMS ก่อนเข้าระบบ line หลังจากนั้นเงินหายเกลี้ยงบัญชี 1,562,002 บาท เกือบล้มทั้งยืน ซึ่งเป็นเงินที่เก็บสะสมไว้สำหรับนำไปใช้ในการก่อสร้างบ้านหลังใหม่ ก่อนเกิดเหตุประมาณ 4-5 วัน ตนได้เดินทางไปติดต่อเกี่ยวกับการขอเพิ่มขนาดมิเตอร์ไฟฟ้าจากเดิม 15 แอมป์ เป็น 30 แอมป์ แต่ในวันดังกล่าวเอกสารและหลักฐานที่ต้องใช้ยังไม่ครบ จึงเดินทางกลับบ้านเพื่อเตรียมเอกสาร และยังไม่ได้กลับไปดำเนินการกับทางการไฟฟ้าอีก

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ได้มีโทรศัพท์เข้ามาหา โดยปลายสายอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า และทราบเรื่องการขอเพิ่มขนาดมิเตอร์ไฟฟ้าของตน พร้อมแจ้งว่าจะมีขั้นตอนเกี่ยวกับการคืนเงิน ก่อนจะหลอกให้ดำเนินการผ่านโทรศัพท์ โดยส่งลิงก์เข้ามาทาง SMS และให้เพิ่มเพื่อนผ่านแอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet ก่อนจะบอกทางไลน์ให้ทำตามขั้นตอนต่างๆผูกบัญชีเข้ากับธนาคาร

จากนั้นมิจฉาชีพได้พูดคุยและแนะนำขั้นตอนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ตนหลงเชื่อว่าเป็นกระบวนการดำเนินการเพื่อคืนเงินจากการขอเพิ่มมิเตอร์ไฟฟ้าจริง จำนวนเงิน 5,000 บาท โดยระหว่างนั้นคนร้ายพยายามพูดคุยและให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จนตนไม่ทันระวังตัว

นายรัตนชัยนันท์ กล่าวว่า หลังจากดำเนินการตามที่มิจฉาชีพแนะนำ ไม่นานโทรศัพท์มีเสียงแจ้งเตือน จึงเข้าใจในเบื้องต้นว่าเงินอาจถูกโอนเข้าบัญชีและคิดว่าเป็นขั้นตอนการคืนเงิน จึงไม่ได้ตรวจสอบทันที กระทั่งผ่านไปประมาณ 30 นาที จึงกลับมาตรวจสอบบัญชีธนาคาร ปรากฏว่าเงินในบัญชีถูกโอนออกไปจนหมด เป็นเงินจำนวน 1,562,002 บาท

เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินเก็บสะสมที่เตรียมไว้สำหรับใช้ในการก่อสร้างบ้าน ทำให้เมื่อทราบว่าเงินหายไปทั้งหมดรู้สึกตกใจและเสียใจอย่างมาก จนแทบไม่สามารถนอนหลับได้ อย่างไรก็ตาม พยายามตั้งสติและทำใจ พร้อมเข้าแจ้งความและประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอให้ช่วยติดตามเส้นทางการเงินและเร่งดำเนินการกับกลุ่มมิจฉาชีพ ในระหว่างที่เดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคนร้ายก็พยายามลบร่องรอยการคุยไลน์ทางแชททิ้งแม้กระทั่งช่วงที่ให้ตำรวจดูก็ถูกลบต่อหน้าต่อตาตำรวจจึงทำให้หลักฐานในการพูดคุยหายเกลี้ยง

นายรัตนชัยนันท์ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินการติดตามเงินและหาตัวผู้ก่อเหตุ โดยหวังว่าจะสามารถติดตามเงินจำนวนดังกล่าวกลับคืนมาได้ พร้อมฝากถึงกลุ่มมิจฉาชีพว่า การกระทำดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก จึงอยากให้หยุดก่อเหตุและเลิกทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว

ส่วนประชาชนทั่วไป นายรัตนชัยนันท์ ฝากเป็นอุทาหรณ์ว่า อย่าหลงเชื่อบุคคลที่โทรศัพท์มาอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับเงินหรือการคืนเงิน หากมีข้อสงสัยควรติดต่อหน่วยงานโดยตรงและตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดก่อนดำเนินการใดๆ

“อยากฝากเตือนทุกคนให้ระมัดระวังการใช้โทรศัพท์ เพราะมิจฉาชีพมีวิธีพูดและวิธีหลอกล่อจนทำให้เราหลงเชื่อและเคลิ้มตามไปทีละขั้น เหมือนมีวิชาหรือวิธีบางอย่างที่ทำให้เราขาดสติ ทางที่ดีที่สุด หากมีบุคคลแปลกหน้าโทรมาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่และพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเงิน อย่าเข้าไปพูดคุยหรือทำตามขั้นตอนที่เขาบอก ควรวางสายแล้วติดต่อหน่วยงานนั้นโดยตรง” นายรัตนชัยนันท์ กล่าว

อ่านแล้ว46 times!

แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.