พันโท ดร. สินธพ แก้วพิจิตร ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว นำทีมลุยปัตตานีชูศักยภาพสู่จุดหมายท่องเที่ยวสำคัญ

แบ่งปันข่าวนี้ :

พันโท ดร. สินธพ แก้วพิจิตร ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว นำทีมลุยปัตตานี
ชูศักยภาพสู่จุดหมายท่องเที่ยวสำคัญ

พันโท ดร. สินธพ แก้วพิจิตร ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร ส.ส.จังหวัดนครปฐม
พร้อมด้วย นายบาฮารุดดีน ยูโซะ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่5นายยอดชาย พึ่งพร โฆษกคณะกรรมาธิการ และ ดร. ยูนัยดี วาบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ นำคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ศึกษาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดปัตตานี ทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม พร้อมผลักดันให้เกิดการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่

  พันโท ดร. สินธพ แก้วพิจิตร ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายบาฮารุดดีน ยูโซะ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ห้า นายยอดชาย พึ่งพร โฆษกคณะกรรมาธิการ และ ดร. ยูนัยดี วาบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ พร้อมทั้งคณะที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ โบราณสถาน สถาปัตยกรรม ตลอดจนความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนา ซึ่งถือเป็นอัตลักษณ์สำคัญของพื้นที่ เพื่อหาแนวทางยกระดับการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้

 โดยจุดแรก คณะกรรมาธิการได้พบปะเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทั้งกำลังพลจากกรมทหารพรานที่ 43 เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และอาสาสมัครในพื้นที่ เพื่อรับฟังข้อมูลสถานการณ์ พร้อมทั้งมอบกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

จากนั้น คณะกรรมาธิการได้เดินทางไปสักการะวัดช้างให้ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงและเป็นสถานที่ประดิษฐานสรีรสังขารของหลวงปู่ทวด พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบสักการะอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

ต่อมา คณะกรรมาธิการได้เข้าสักการะศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดปัตตานี และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก

 จากนั้น คณะกรรมาธิการได้เข้าร่วมกิจกรรมกีฬาสีครั้งที่ 38 ของโรงเรียนดรุณศาสตร์วิทยา ถนนท่าเสด็จ ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี โดยคณะกรรมาธิการได้เยี่ยมเยียนและร่วมให้กำลังใจนักเรียนแต่ละคณะสี รวมถึงรับฟังข้อมูลการจัดการศึกษาของโรงเรียน ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนที่จัดการเรียนการสอนด้านศาสนาควบคู่กับหลักสูตรสามัญ

จุดสุดท้าย คณะกรรมาธิการได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์วังพิพิธภักดี หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วังสลินดงบายู ซึ่งตั้งอยู่บนถนนกลาพอ ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี อาคารแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และมีอายุกว่า 100 ปี นับเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และความรุ่งเรืองของเมืองสายบุรีในอดีต

นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังถูกใช้เป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมทางศาสนา การอบรมคุณธรรมจริยธรรม และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชุมชนอีกด้วย

พันโทสินธพ กล่าวว่า จังหวัดปัตตานีเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรมที่ประกอบด้วยชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม และชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขมาอย่างยาวนาน การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการรับฟังความคิดเห็นและหาแนวทางฟื้นฟูการท่องเที่ยวของจังหวัดปัตตานี รวมถึงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง ทั้งวัดช้างให้ ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว และพิพิธภัณฑ์วังพิพิธภักดี ซึ่งล้วนมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ

พันโทสินธพ กล่าวอีกว่า การท่องเที่ยวถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น คณะกรรมาธิการจึงเตรียมจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐบาล เพื่อผลักดันให้เกิดการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อยกระดับศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดปัตตานีและพื้นที่ใกล้เคียง

พร้อมกันนี้ คณะกรรมาธิการยังได้ร่วมให้กำลังใจนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนดรุณศาสตร์วิทยา โดยมองว่ากีฬาเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการหล่อหลอมเยาวชนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ มีระเบียบวินัย มีความรักความสามัคคี และพร้อมเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต

“จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ เราพบว่าบรรยากาศและวิถีชีวิตของประชาชนในจังหวัดปัตตานีไม่ได้เป็นอย่างที่หลายคนกังวล ชาวบ้านมีความเป็นมิตร มีน้ำใจ และพร้อมต้อนรับผู้มาเยือน จึงอยากเชิญชวนให้ประชาชนเดินทางเข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดปัตตานีด้วยตัวเอง” พันโทสินธพกล่าว

อ่านแล้ว146 times!

แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.