ตำรวจทางหลวงอยุธยา ขยายผลทลายเครือข่ายขนแรงงานเถื่อน จับฟอร์จูนเนอร์อัดแรงงานเมียนมา 12 คน คาถนนโรจนะ

ตำรวจทางหลวงพระนครศรีอยุธยา สนธิกำลังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพระนครศรีอยุธยา ขยายผลจากการจับกุมขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวก่อนหน้านี้ จนสามารถสกัดจับรถยนต์อเนกประสงค์ที่ใช้ลักลอบขนแรงงานชาวเมียนมา 12 คน ขณะขับผ่านถนนโรจนะในพื้นที่ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาพบผู้โดยสารนั่งอัดแน่นอยู่ภายในรถและไม่มีเอกสารแสดงตนแต่อย่างใด
วันนี้ 21 กรกฎาคม 2569 พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้สืบสวนขยายผลจากการจับกุมขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวก่อนหน้านี้
จนทราบว่า จะมีการลำเลียงแรงงานต่างด้าวไปพักไว้ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อรอการกระจายตัวไปยังพื้นที่ต่าง ๆ โดยใช้รถยนต์อเนกประสงค์รับแรงงานจากแนวชายแดนผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนเข้าสู่กรุงเทพมหานคร

จากการเฝ้าติดตามพฤติกรรม พบว่ารถยนต์อเนกประสงค์คันต้องสงสัยได้เดินทางไปรับแรงงานต่างด้าวจากพื้นที่ภาคเหนือ และกำลังมุ่งหน้าผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ตามเส้นทาง กระทั่งพบรถยนต์อเนกประสงค์ ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีเทา ทะเบียน กฉ 9905 ราชบุรี ขับมาตามถนนสายเซีย ก่อนเบี่ยงซ้ายเข้ามายัง ถนนโรจนะ โดยมีลักษณะตัวรถคล้ายบรรทุกน้ำหนักมากและใช้ความเร็ว เจ้าหน้าที่จึงขับติดตามพร้อมส่งสัญญาณไฟและเสียงให้หยุดรถ ก่อนสกัดตรวจสอบได้บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 15 – 16 ถนนโรจนะ ตำบลคานหาม อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

จากการตรวจค้น พบผู้ขับขี่คือ นาย ซอ คิม มอง วิน (SAW KHIN MAUNG WIN) อายุ 34 ปี สัญชาติเมียนมา และภายในรถพบชายสัญชาติเมียนมาอีก 12 คน นั่งอัดแน่นอยู่ภายในรถ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหนังสือเดินทางหรือเอกสารประจำตัว ปรากฏว่าไม่มีผู้ใดสามารถนำมาแสดงได้
จากการสอบสวน นาย ซอ คิม มอง วิน คนขับ ยอมรับว่า เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 16.00 น. ได้รับการติดต่อจากชายไทยชื่อเล่น “ นายอ้วน ” ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ใช้ชื่อบัญชี “ จิ่งคนหล่อ ” ให้ไปรับแรงงานต่างด้าวจำนวน 12 คน จากจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำไปส่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยได้รับค่าจ้างคนละ 3,000 บาท และยอมรับว่าทราบดีว่าแรงงานทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแสดงตนที่ถูกต้อง
ด้านแรงงานต่างด้าวทั้ง 12 คน ให้การผ่านล่ามว่า ได้ลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยเสียค่าใช้จ่ายคนละประมาณ 7,000 – 8,000 บาท และยอมรับว่าไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง


นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบว่าแรงงานต่างด้าวทั้งหมดอยู่ในอาการอ่อนเพลียจากการเดินทาง และยังไม่ได้รับประทานอาหาร เนื่องจากผู้ขับขี่ไม่กล้าจอดพักระหว่างทาง เกรงว่าจะเป็นที่สังเกต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจัดหาอาหารและน้ำดื่มให้รับประทาน เพื่อบรรเทาความหิวและอ่อนล้า ก่อนควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาผู้ขับขี่ในความผิดฐาน “ รู้ว่าคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ เพื่อให้พ้นจากการจับกุม ” ส่วนแรงงานต่างด้าวทั้ง 12 คน ถูกแจ้งข้อหา “ เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ”
ภายหลังเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรอุทัย อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการและผู้ว่าจ้างที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
อ่านแล้ว64 times!

