ลุยปลุกชีพสนามม้าโคราชร้าง 7 ปี สมาคมม้าแข่งฯ ทุ่มงบเอง ปั้น “เมืองม้า” ดึงต่างชาติ-หนุนอาชาบำบัดเด็กพิเศษ ย้ำไม่ใช่สนามพนัน

เมื่อเวลา 13:00 น วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุนทร แพงไพรี นายกสมาคมม้าแข่งจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงกรณีมีการเผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับการปรับปรุงสนามม้าในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ว่า สมาคมมีเป้าหมายฟื้นฟูสนามม้าที่ถูกปล่อยร้างมานานกว่า 7 ปี ให้กลับมาเป็นศูนย์ฝึกซ้อมและทดสอบม้ามาตรฐาน เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมม้าไทย สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับจังหวัดนครราชสีมาสู่การเป็น “เมืองม้า” ของประเทศ

นายสุนทร กล่าวว่า สมาคมจัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนภาครัฐในการอนุรักษ์และพัฒนาอุตสาหกรรมม้าไทย ซึ่งถือเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยได้ประสานขอใช้พื้นที่สนามม้าเดิมที่มีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมใช้งาน แต่ถูกทิ้งร้างหลังยุติการแข่งขันมานานกว่า 7 ปี เพื่อปรับปรุงเป็นสนามฝึกซ้อมและสนามทดสอบม้ามาตรฐาน โดยใช้งบประมาณของสมาคมทั้งหมด ไม่ใช้งบประมาณของภาครัฐ และเพียงขอรับการอำนวยความสะดวกจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ ซึ่งอยู่ในความดูแลของกองทัพภาคที่ 2

นายสุนทร ระบุว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมม้าไทยอยู่ในภาวะถดถอย จากเดิมประเทศไทยเคยมีฟาร์มม้าเกือบ 20 แห่ง แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 2-3 แห่งเท่านั้น ขณะที่ในจังหวัดนครราชสีมายังมีม้ากว่า 200 ตัว ที่ขาดสนามฝึกซ้อมและทดสอบมาตรฐาน ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยเสียโอกาสในการพัฒนาศักยภาพและดึงดูดม้าจากต่างประเทศเข้ามาฝึกซ้อมหรือแลกเปลี่ยนทางการค้า

สมาคมจึงตั้งเป้าพัฒนาสนามแห่งนี้ให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมม้าของประเทศไทย เชื่อมโยงเศรษฐกิจในหลายมิติ ทั้งฟาร์มม้า โรงแรม ร้านค้า การท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวข้องในรูปแบบห่วงโซ่อุปทาน สร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดนครราชสีมา

นายสุนทร ยังกล่าวว่า สังคมจำนวนมากยังเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าอุตสาหกรรมม้าแข่งเกี่ยวข้องกับการพนัน ทั้งที่แท้จริงม้ายังสามารถสร้างประโยชน์ได้อีกหลายด้าน ทั้งการอนุรักษ์สายพันธุ์ การท่องเที่ยว การกีฬา และการนำม้าปลดระวางมาใช้ในกิจกรรมอาชาบำบัด (Horse Therapy) สำหรับเด็กออทิสติกและผู้มีความต้องการพิเศษ
“ปัจจุบันผู้ปกครองต้องพาเด็กเดินทางไปรับบริการอาชาบำบัดต่างจังหวัด เสียค่าใช้จ่ายครั้งละกว่าพันบาท หากโคราชมีศูนย์อาชาบำบัด สมาชิกก็สามารถนำเด็กมาใช้บริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ถือเป็นการใช้ประโยชน์จากม้าเพื่อสังคมอย่างแท้จริง” นายสุนทร กล่าว

สำหรับข้อกังวลว่าการปรับปรุงสนามม้าจะนำไปสู่การกลับมาเปิดสนามแข่งขันเชิงพาณิชย์นั้น นายสุนทร ยืนยันว่า สนามแห่งนี้มีวัตถุประสงค์เป็นเพียงสนามฝึกซ้อมและทดสอบม้า เปรียบเสมือนสนามซ้อมของนักกีฬา ไม่ใช่สนามแข่งขันเพื่อการพนันหรือธุรกิจเชิงพาณิชย์ โดยม้าแข่งแต่ละตัวมีมูลค่าตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านบาท จึงจำเป็นต้องมีลู่วิ่งที่ได้มาตรฐานเพื่อป้องกันการบาดเจ็บของม้าและผู้ขี่ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้าของม้าและนักลงทุนจากต่างประเทศ

นายสุนทร กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้ทุกภาคส่วน ทั้งกองทัพ จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังร่วมกันผลักดันให้จังหวัดนครราชสีมาเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมม้าของประเทศ ทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว สุขภาพ และ Wellness พร้อมพัฒนาพื้นที่โดยรอบให้เป็นแลนด์มาร์กด้านการออกกำลังกายและการพักผ่อนของประชาชน โดยคาดว่าการปรับปรุงสนามจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนปรับสภาพพื้นที่ กำจัดวัชพืช และเติมทรายมาตรฐานสำหรับการฝึกซ้อมม้าต่อไป.
อ่านแล้ว50 times!
