กรมทางหลวงเดินหน้าศึกษาออกแบบ MR 10 ช่วง ทล.32 – สุพรรณบุรี เชื่อมวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก รองรับขนส่ง

กรมทางหลวงเดินหน้าศึกษาและออกแบบโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 91 ( MR10 ) ช่วงทางหลวงหมายเลข 32 – จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงโครงข่ายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ฝั่งตะวันตก รองรับการเดินทางและการขนส่งสินค้าในอนาคต
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุม TM Convention Hall 1 โรงแรมทีเอ็มแลนด์ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายกองตรีปพนศักดิ์ ขันติชัยมงคล นายอำเภออุทัย เป็นประธานเปิดการประชุมปฐมนิเทศโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 1) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาเพื่อทบทวนการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ สำรวจและออกแบบรายละเอียด รวมถึงศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 91 (MR10) ช่วงทางหลวงหมายเลข 32–สุพรรณบุรี โดยก่อนเริ่มการประชุมมีการร่วมยืนไว้อาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรรราชธิดา กับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งของประเทศไทย ที่เกิดขึ้นอีกด้วย

การประชุมจัดขึ้นเพื่อชี้แจงความเป็นมา วัตถุประสงค์ ขอบเขตการศึกษา แนวคิดการพัฒนาโครงการ และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประกอบการออกแบบโครงการให้มีความเหมาะสมทั้งด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ สังคม และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนให้น้อยที่สุด
สำหรับโครงการ MR10 ช่วงทางหลวงหมายเลข 32–สุพรรณบุรี เป็นส่วนหนึ่งของโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 91 ซึ่งได้รับการกำหนดให้เป็นถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ฝั่งตะวันตก ทำหน้าที่เป็นเส้นทางเลือกสำหรับการเดินทางและการขนส่งสินค้า เชื่อมโยงภูมิภาคต่าง ๆ โดยไม่ต้องผ่านพื้นที่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ช่วยลดปริมาณการจราจร ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเข้าสู่โครงข่ายหลักของประเทศ
โครงการดังกล่าวจะพัฒนาเป็นทางหลวงพิเศษควบคุมการเข้า-ออกตลอดสาย รองรับการเดินทางด้วยความเร็วสูง โดยแนวเส้นทางจะวางขนานกับโครงการรถไฟสายสุพรรณบุรี–นครหลวง–บ้านภาชี ต่อเนื่องจากโครงการ MR10 ช่วงทางหลวงหมายเลข 32–บรรจบทางหลวงหมายเลข 305 ซึ่งกรมทางหลวงได้ดำเนินการสำรวจและออกแบบมาตั้งแต่ปี 2568

กรมทางหลวง โดยสำนักสำรวจและออกแบบ ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ได้แก่ บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด บริษัท ซีวิล แอนด์ สตรัคเจอรัล เอ็นยิเนียร์ส จำกัด และบริษัท ดาวฤกษ์ คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด ดำเนินการศึกษาทบทวนความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ สำรวจและออกแบบรายละเอียด พร้อมจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยใช้ระยะเวลาศึกษาโครงการรวม 450 วัน
ผลการศึกษาขั้นต้นพบว่า แนวเส้นทางโครงการผ่านพื้นที่รับน้ำหลายแห่ง จึงมีแนวคิดออกแบบเป็นทางยกระดับหรือสะพานบก เพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วม ไม่กีดขวางการระบายน้ำจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ และให้สอดคล้องกับโครงการรถไฟสายใหม่ช่วงกาญจนบุรี–สุพรรณบุรี–ชุมทางบ้านภาชี ซึ่งออกแบบเป็นทางยกระดับตลอดแนวเช่นกัน ช่วยลดผลกระทบด้านการระบายน้ำ การแบ่งแยกชุมชน และแก้ไขปัญหาจุดตัดกับถนนเดิม โดยกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาจะนำเสนอรูปแบบทางเลือกของโครงการในการประชุมครั้งต่อไป
ภายหลังการประชุม กรมทางหลวงจะรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปประกอบการศึกษาและออกแบบรายละเอียดให้มีความสมบูรณ์ พร้อมเดินหน้าจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเผยแพร่ข้อมูลโครงการให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบอย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ การประชุมปฐมนิเทศโครงการจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการพัฒนาโครงการอย่างรอบด้าน
โดยผู้สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าและรายละเอียดของโครงการฯ ได้ที่เว็บไซต์ www.mr10-hw32-suphanburi.com แฟนเพจเฟซบุ๊ก : MR10 ทล32 – สุพรรณบุรี และ Line Official โครงการ : @174zxqvf (MR10-ทล32-สุพรรณบุรี)
อ่านแล้ว58 times!
