รพ.สุราษฎร์ เร่งแก้ปัญหาจัดจุดจอดรถจักรยานยนต์ ที่จอดเต็มฟุตปาธ ส่วนอาคารใหม่ที่เคยเกิดปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน คาดเสร็จปลายเดือน ก.ค.ปีนี้

สภาพฟุตบาธบริเวณหน้าโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี มีรถจักรยานยนต์ของประชาชนมาจอดจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อการใช้ทางเท้าของประชาชนที่ใช้เส้นทางทั้งผู้ป่วยมารับการรักษาและประชาชนทั่วไป
จากการสอบถามทราบว่าเป็นรถจักรยานยนต์ ของประชาชนที่มาใช้บริการโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี เนื่องจากลานจอดรถเดิมด้านหน้าตึก รพ.ปิดปรับภูมิทัศน์ ตั้งแต่ 15 พ.ค.-11 พ.ย.69 ประชาชนจึงได้มาจอดบนฟุตบาธ ทั้งที่โรงพยาบาลจัดที่จอดรถ จยย.จุดใหม่ไว้ให้ แต่ยังมีประชาชนจำนวนมากเลือกที่จะใช้ฟุตบาธเป็นที่จอดรถ และไม่ฟังคำเตือนจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาล ทำให้ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ที่มาจอดรถบนฟุตบาธ เกิดเรื่องทะเลาะกับพ่อค้าแม่ค้า ที่มาใช้พื้นที่ฟุตบาทหน้าโรงพยาบาลขายของ

เบื้องต้นทางโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ได้ประสาน เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ร่วมแก้ไขปัญหา เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยของผู้ใช้ทางเท้าจำนวนมาก พร้อมขอให้ประชาชนที่ใข้รถจักรยานยนต์ เข้าไปจอดรถยังจุดจอดรถจักรยานต์ ภายในโรงพยาบาล ที่สามารถจอดรถ จยย.ได้ประมาณ 500-600 คัน
โดยนายแพทย์ปณิธาน สื่อมโนธรรม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจาก ทางโรงพยาบาลได้ดำเนินการปรับภูมิทัศน์ เพื่อให้สอดคล้องในการพัฒนาเป็น โรงพยาบาล ตติยภูมิขั้นสูง ทำให้ลานจอดรถจักรยานต์จุดเดิมต้องปิด แต่เราก็ได้เตรียมจุดจอดรถใหม่ ไว้ให้แล้ว ซึ่งก็มีที่ว่างอีกมากและบางจุดก็ร่มด้วย พร้อมจัดระเบียบการจอดที่ดีขึ้น เพื่อให้สามารถจอดได้รถจักรยานต์ได้มากกว่า 600 คัน สนองความต้องการให้ประชาชนให้มากที่สุด พร้อมให้เจ้าหน้าที่คอยแจ้งเตือนประชาชนไม่จอดบนฟุตบาธให้ไปจอดในลานจอดรถ

ส่วนตึกผู้ป่วยนอกหลังใหม่ ที่เคยเกิดปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน จนสร้างกว่า 7 ปีไม่เสร็จ ก่อนที่จะได้ผู้รับเหมาใหม่มารับงานค้างจนตอนนี้ สามารถก่อสร้างได้เสร็จสมบูรณ์ สามารถเบิกจ่ายไปแล้ว 13 งวด จากทั้งหมด 16 งวด โดยคาดว่าจะเสร็จในช่วงเดือนกรกฎาคม ปีนี้ ซึ่งจะส่งผลดีในการลดความแออัดภายในโรงพยาบาลของผู้รับบริการตึกผู้ป่วยนอก ที่ผู้รับบริการต่างรอคอยเพื่อการรับบริการด้านสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น


ทางด้านเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ มาร่วมจัดระเบียบบนทางเท้าหน้าโรงพยาบาล เร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ให้ผู้ใช้ทางเท้าเกิดความสะดวกและความปลอดภัยมากที่สุด
//////
อ่านแล้ว56 times!
