สคบ. พร้อมเป็นโซ่ข้อกลางความคืบหน้าเศรษฐีนีช้ำ! ทุ่ม 300 ล้าน ซื้อบ้าน หวังชมวิวสนามกอล์ฟย่านบางพลี สุดท้ายได้ “ตาข่าย-ต้นไม้” บังมิด

แบ่งปันข่าวนี้ :

สคบ. พร้อมเป็นโซ่ข้อกลางความคืบหน้าเศรษฐีนีช้ำ! ทุ่ม 300 ล้าน ซื้อบ้าน หวังชมวิวสนามกอล์ฟย่านบางพลี สุดท้ายได้ “ตาข่าย-ต้นไม้” บังมิด

สคบ. พร้อมเป็นโซ่ข้อกลาง เปิดพื้นที่ไกล่เกลี่ย เศรษฐีนี ซื้อบ้าน โดนตาข่ายบังวิวสนามกอล์ฟ หวัง 2 ฝ่าย อยู่ด้วยกันอย่างสันติสุข

จากกรณีสื่อมวลชนนำเสนอข่าว เศรษฐีนีช้ำ! ทุ่ม 300 ล้าน ซื้อบ้าน หวังชมวิวสนามกอล์ฟย่านบางพลี สุดท้ายได้ “ตาข่าย-ต้นไม้” บังมิด เครียดจนป่วยซึมเศร้า จี้สนามกอล์ฟ แก้ไขให้เหมือนเดิม นั้น

ล่าสุดวันนี้ 15 พ.ค. 2569 เวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พูดคุยกับ นายฤทธิรอน ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อพูดคุยถึงทางออกในกรณีดังกล่าว

นายฤทธิรอน ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยกับทีมข่าวว่า “สำหรับเรื่องที่ผู้ร้องมาพบในวันนี้ เพื่อจะร้องขอความเป็นธรรมในกรณีที่มีความพิพาทกันระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คือกรณีที่มีการซื้อห้องชุดแล้วปรากฏว่า ทัศนียภาพไม่เป็นไปตามคำมั่น หรือเป็นไปตามโฆษณา

ซึ่งกรณีนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. จะรับเรื่องร้องทุกข์ไว้เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งแนวทางปฏิบัติ จะมีการส่งหนังสือเรียก ถึงผู้ประกอบธุรกิจ รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานจากทางผู้ร้อง ว่ามีรายละเอียด ข้อเท็จจริง สัญญา และก็คำโฆษณาเป็นอย่างไร

ในส่วนของ สคบ. จะมีกระบวนการในการไกล่เกลี่ยซึ่งเป็นการระงับข้อพิพาทเบื้องต้น เพื่อหาข้อยุติระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจนะครับ โดยมีเจ้าหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจา เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกัน ซึ่งหากสามารถตกลงกันได้ ก็จะมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันไว้ แต่ในกรณีที่การไกล่เกลี่ยไม่เป็นผล ทาง สคบ. จะมีขั้นตอนในการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อพิจารณาว่าจะมีมติให้ดำเนินคดีแพ่งแทนผู้บริโภคหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคในขั้นต่อไปตามกฎหมาย“กลไกหนึ่งที่ สคบ. สามารถให้ความช่วยเหลือได้ในส่วนที่รวดเร็ว คือกระบวนการในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่เกิดขึ้น ให้อยู่ด้วยกันได้อย่างสันติสุข ซึ่งก็สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ซึ่งท่านกำกับดูแล สคบ. ปัญหาทุกปัญหา สคบ. สามารถจะเข้าไปอำนวยความยุติธรรม ช่วยเหลือได้ในมิติใด ก็ให้รีบดำเนินการ เช่นกันเรื่องนี้ผู้ร้องมาร้อง ก็ดำเนินการโดยเร็วที่สุดสำหรับเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นไหม ก็ต้องเรียนว่ามีกรณีพิพาท เคยมีการเกิดขึ้น แล้วก็ประเด็นมันก็อยู่ที่ว่า ผู้ที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ ถ้าเป็นผู้จัดสรร ท่านมีการโฆษณา ยื่นขอจัดสรรแผนผังโครงการไว้อย่างไร ระบุไว้อย่างไร แล้วต่อมาไม่มีการจัดทำไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง หรือโฆษณา หรือหลักฐาน หรือสัญญา อาจจะเข้าข่ายที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค แต่ทั้งนี้ต้องดูที่พยานหลักฐาน ดูที่การโฆษณา ดูที่เอกสารสัญญาต่าง ๆ ซึ่งผมก็เชื่อมั่นว่า กรณีนี้ และกรณีหลาย ๆ กรณีที่ สคบ. รับคำร้องไว้ ก็ได้รับความร่วมมือจากผู้ร้องและผู้ประกอบธุรกิจ ที่จะหันหน้าเข้ามาพูดคุยกัน เพื่อหาทางออกกัน หลาย ๆ เรื่องจบไปได้ด้วยดี”เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ที่สำคัญ และเป็นเรื่องที่ค่อนข้างที่จะละเอียดอ่อนในการอยู่ร่วมกัน ตนมุ่งหวังว่า ผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจ จะให้มีส่วนร่วม เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ตามที่ สคบ. ได้มีหนังสือเชิญไป“ นายฤทธิรอน ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าว นายฤทธิรอน ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า สำหรับกรณีเรื่องที่ไกล่เกลี่ยที่ สคบ. มีข้อพิพาททำนองนี้ ในเรื่องของวิวบดบังทัศนียภาพ ไม่เห็นแสงอาทิตย์ในยามค่ำ ไม่เป็นไปตามโฆษณา หรือพูดง่ายๆ ภาษาชาวบ้านคือ ‘ไม่ตรงปก’ กระบวนการไกล่เกลี่ยในเรื่องของสนามกอล์ฟ หรือพื้นที่ที่โล่งกว้างเนี่ย ก็สามารถจะงดเว้นกิจกรรมในช่วงบริเวณที่ใกล้จุดเกิดเหตุลงได้ คือสามารถไกล่เกลี่ยและตกลงกันได้ เช่น งดการใช้ ถ้าเป็นสนามกอล์ฟก็งดการเล่นกอล์ฟไปในหลุมใดหลุมหนึ่ง ที่ที่ทำให้ทัศนียภาพนั้น กลับคืนมาตามที่โฆษณา หรือตามธรรมชาติ

นายฤทธิรอน ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวกล่าวต่อว่า และก็มีบริบทหนึ่งที่ว่า ร้องผ่าน สคบ. ไกล่เกลี่ยกันไม่ได้ จำเป็นต้องไปพิสูจน์ในชั้นศาลต่อ กระบวนการในการอำนวยความยุติธรรมทางคดีทางศาล ก็จะเป็นเรื่องการฟ้องคดี ซึ่งข้อเท็จจริงที่ปรากฎคือว่า คำมั่น คำโฆษณา คำรับรอง เอกสารต่างๆ ตามกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา เมื่อเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาเนี่ย ก็ต้องผูกพันกันตามสัญญา รับว่าจะจัดให้มี แล้วไม่ดำเนินการให้มีตามที่โฆษณา ถือว่าผิดสัญญา อยู่ในข่ายที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค ถ้าเกิดว่าไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ การเยียวยาหรือชดใช้เป็นเงินเพื่อทดแทนความเสียหาย ก็อาจจะต้องติดตามมา อันนี้ก็เป็นบริบทของการแก้ไขปัญหาและทิศทางที่เคยเกิดขึ้น

เมื่อถามว่าซึ่งส่วนใหญ่จบลงด้วยยังไงครับ ฝ่ายหนึ่งเขายอมรับกันยังไงได้บ้างครับ

“มันก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงนะ และพยานหลักฐาน รวมถึงความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย บางกรณี ผู้ร้องสมัครใจไกล่เกลี่ย แต่ผู้ประกอบธุรกิจไม่สมัครใจเนี่ย มันก็ไม่ได้มีสถิติหรือข้อมูลจะยืนยันได้ว่า จะจบลงด้วยความสมัครใจที่ดี ก็กรณีทำนองแบบนี้ ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการเขาให้ความร่วมมือ แล้วก็คาดหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากกรณีที่มีการร้องเรียนเช่นเดียวกัน“ นายฤทธิรอน ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวทิ้งท้าย

อ่านแล้ว89 times!

แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.