ข่าว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ไอ้ตี๋หนุ่มคลั่งยิงดับครูขอโทษรับหลอนยาก่อนถูกคุมฝากขังปัดทำแผนหวั่นถูกรุมประชาทัณฑ์ ด้านบรรยากาศงานศพ

สุดอาลัย “ ครูปภัสรา ” เหยื่อคลั่งปืนโหด คนแห่รดน้ำศพแน่นวัด พ่อเศร้าห่วงหลาน 3 คน จี้ลงโทษถึงที่สุด ไม่อโหสิกรรม
ความคืบหน้าคดีชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงประชาชนกลางถนนในพื้นที่ ส่งผลให้คุณครู เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดในพื้นที่ อำภเอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 27 เมษายน 2569 พ.ต.อ.ปริญญา ทองมา ผู้กำกับการ สภ.ลาดบัวหลวง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัว นายศราวุธ เมืองจินดา อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาคดีใช้อาวุธปืนกราดยิงประชาชน ออกจากห้องควบคุมตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ห้องสืบสวนด้านหลังโรงพัก พร้อมประเมินสถานการณ์ในการพาตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนควบคุมตัวกลับเข้าห้องควบคุมตามเดิม

ระหว่างการสอบสวน ปรากฏว่า นายศักชัย อายุ 35 ปี สามีของครูสาวผู้เสียชีวิต พร้อมญาติ เดินทางมาเฝ้าดูตัวผู้ต้องหา ด้วยความโกรธแค้นอย่างหนัก ทันทีที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาออกมา นายศักชัยพยายามวิ่งเข้าทำร้าย เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำตัวผู้ต้องหากลับเข้าไปในห้องสืบสวน พร้อมจัดกำลังเข้าระงับเหตุและกันตัวญาติผู้เสียหายออกห่าง
ต่อมา เมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาออกมาอีกครั้ง นายศักชัย ยังอยู่ในอารมณ์โกรธ ตะโกนด่าสาปแช่ง พร้อมชกกำแพงอย่างแรงเพื่อระบายความคับแค้น จนได้รับบาดเจ็บที่มือ
นายศักชัย เปิดเผยว่า ตนมาเฝ้าดูผู้ต้องหาตั้งแต่วันก่อน เพิ่งมีโอกาสได้เห็นหน้า ยอมรับว่ารู้สึกโกรธแค้นอย่างมาก อยากเข้าไปต่อยสักครั้ง เพราะยังติดใจว่าผู้ต้องหาคลุ้มคลั่งจากยาเสพติดจริงหรือไม่ เนื่องจากสีหน้าไม่แสดงความสลด อีกทั้งยังทราบว่ามีคนพยายามบอกว่ามีเด็กอยู่ในรถ แต่ผู้ต้องหายังยิงเข้าใส่โดยไม่หยุด หากกระสุนถูกลูกของตนจะมีใครรับผิดชอบ



ทั้งนี้ นายศักชัย ยังเรียกร้องให้ผู้ต้องหาไปขอขมาศพภรรยาของตน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงและการรุมประชาทัณฑ์ในพื้นที่ สภ.ลาดบัวหลวง
ต่อมา เวลา 13.00 น. ร.ต.อ.วิโรจน์ เสชัง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ลาดบัวหลวง ได้นำตัว นายศราวุธ หรือตี๋ เมืองจินดา อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาคดีใช้อาวุธปืนกราดยิงรถยนต์ เสียหายจำนวนหลายคัน จนไปถูกคุณครู น.ส.ปภัสรา เรืองฤทธิ์ อายุ 44 ปี ครูโรงเรียนโรงเรียนวัดสุคันธาราม (สุคันธวิทยาคาร) อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เสียชีวิต
มาสอบสวน ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง โดย ไม่มีสีหน้าเคร่งเครียด และเริ่มผ่อนคลายอารมณ์มากกว่าเมื่อวาน บางช่วงนายตี๋ มีสีหน้ายิ้ม โดยมีทนายความอาสามาร่วมรับฟังการสอบสวนด้วย หลังจากทำการสอบสวนและจัดเตรียมเอกสาร ในการส่งตัวไปฝากขัง

ได้ควบคุมตัว นายศราวุธ หรือตี๋ ขึ้นรถยนต์ควบคุมผู้ต้องขังเพื่อนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวที่มารอทำข่าวได้เข้าไปสอบถาม นายศราวุธ หรือตี๋ ว่าอยากจะพูดถึงอะไรกับครอบครัวเก่าผู้เสียชีวิต นายตี๋ตอบสั้นๆว่า “ ขอโทษ ” “ เสียใจ ” ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงสาเหตุที่ก่อเหตุใช้ปืนกราดยิง นายตี๋ตอบว่าผม หลอนยาเสพยาไปจำนวนมาก บอกจำนวนที่เสพจำไม่ได้
โดยผู้ต้องหา ปฏิเสธที่จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปทำแผน นำชี้จุดที่เกิดเหตุ เนื่องจากหวั่นว่าจะถูกประชาทัณฑ์
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 27 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ วัดราษฎร์บำรุง ( หนองปลาดุก ) ตำบลสิงหนาท อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของ น.ส.ปภัสรา เรืองฤทธิ์ อายุ 44 ปี ครูโรงเรียนวัดสุคันธาราม (สุคันธวิทยาคาร) ตำบลบ่อตาโล่ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายหลังถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงเสียชีวิต

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีครอบครัว ญาติ เพื่อนครู และลูกศิษย์ ทยอยเดินทางมาร่วมไว้อาลัยและแสดงความเสียใจอย่างต่อเนื่อง
โดยร่างของผู้เสียชีวิตได้เคลื่อนย้ายมาจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม จังหวัดปทุมธานี มาถึงวัด ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัว ซึ่งมีบิดามารดาและบุตรทั้ง 3 คน ได้แก่ ลูกชายคนโต อายุ 18 ปี ลูกสาวคนที่สอง อายุ 10 ปี และลูกสาวคนเล็ก อายุ 2 ปี เข้ารับร่าง ขณะที่มีนักจิตวิทยาเข้าดูแลสภาพจิตใจของครอบครัวอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ร่างของครูปภัสรา สวมชุดข้าราชการครูสีกากีอย่างเรียบร้อย
ต่อมา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกา ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายธีรเมธ เทพวิชัยศิลปกุล นายอำเภอลาดบัวหลวง เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ ท่ามกลางข้าราชการ ครู และประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธี จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดได้เข้าให้กำลังใจและพูดคุยกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิด
นายชวนินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียหายอย่างเต็มที่ โดยในเบื้องต้นสำนักงานยุติธรรมจังหวัดจะเข้าดำเนินการเยียวยาตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายจากคดีอาญา คาดว่าจะมีเงินช่วยเหลือประมาณ 300,000 บาท
นอกจากนี้ ในส่วนของบุตรทั้ง 3 คนที่ยังอยู่ในวัยศึกษา จังหวัดจะประสานหน่วยงานด้านการศึกษาเข้ามาดูแลเรื่องการเรียนและจัดหาทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะร่วมกันดูแลช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตในทุกด้าน
ได้ให้กำลังใจบิดามารดาและครอบครัวของผู้เสียชีวิต ซึ่งมีบุตรเล็ก 3 คน ได้ให้ท่านนายอำเภอลาดบัวหลวง ร่วมกับทางสาธารณสุขอำเภอลาดบัวหลวง ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ในเรื่องของสภาพจิตใจ
นายพยงค์ เรืองฤทธิ์ อายุ 76 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ลูกสาวเป็นคนขยันและมุ่งมั่น เดิมทำงานโรงงาน ก่อนจะตั้งใจเรียนต่อจนสอบบรรจุเป็นครูได้ด้วยตนเอง ลูกสาวเป็นคนชอบช่วยเหลือสังคมและทำกิจกรรมต่าง ๆ อยู่เสมอ ขณะนี้สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดคือหลานทั้ง 3 คนที่ยังเล็ก แม้สภาพจิตใจยังพอรับได้เพราะที่ผ่านมาหลานอยู่กับตนตลอด
ส่วนตนในฐานะพ่อ ยืนยันว่าไม่ขอรับคำขอโทษจากผู้ก่อเหตุ เนื่องจากไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และลูกสาวก็ไม่ได้ทำผิดอะไร พร้อมเรียกร้องให้มีการลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพราะเห็นว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
ขณะที่ พ.ต.อ.ปริญญา ทองมา ผกก.สภ.ลาดบัวหลวง เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจได้สอบปากคำพยาน ผู้เสียหาย และญาติของผู้เสียชีวิตเรียบร้อยแล้ว พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาในหลายข้อหา ได้แก่ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , พยายามฆ่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็น ยิงปืนในที่ชุมชนโดยไม่มีเหตุอันควร, ทำให้เสียทรัพย์



เบื้องต้นพบว่า ผู้ก่อเหตุมีประวัติเสพยาเสพติด และอาจใช้สารเสพติดในปริมาณมากจนเกิดอาการหลอน คิดว่าจะมีคนมาทำร้าย หลังรถจักรยานยนต์ล้มจึงใช้อาวุธปืนก่อเหตุกราดยิงใส่รถที่สัญจรผ่านไปมา
ในวันแรกที่จับกุม ผู้ต้องหายังมีอาการมึนเมาและให้การไม่รู้เรื่อง จึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนจะกลับมาควบคุมตัว โดยล่าสุดอาการดีขึ้น มีสติสัมปชัญญะมากขึ้น แต่ยังไม่ปกติเต็มที่ เนื่องจากยังมีผลของสารเสพติดอยู่ ทั้งนี้ ผู้ต้องหารับรู้ว่าตนเองเป็นผู้ยิง แต่ยังคงเข้าใจว่ามีคนจะมาทำร้าย
และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีญาติเดินทางมาเยี่ยมผู้ต้องหา นอกจากนี้ อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุทราบว่าเป็นของอดีตข้าราชการตำรวจใน จังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีการแจ้งหายไว้ตั้งแต่ปี 2561
ศักดริน พุทธคาวี ( ต้น 089 – 886 – 2828 )
อ่านแล้ว92 times!
