ผู้ช่วย ผบ.ตร.ติดตาม“คดีนอมินี”คดีถือครองที่ดินและประกอบกิจการหรือดำเนินธุรกิจแทนต่างด้าวโดยผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่ศปก.ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ท. อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล และนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรณีมีการพบความผิดเกี่ยวกับการถือครองที่ดินและประกอบกิจการหรือดำเนินธุรกิจแทนต่างด้าวโดยผิดกฎหมายหรือคดีนอมินี

พล.ต.ท. อิทธิพล กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นความผิดที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่ง พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ ตำรวจภูธรภาค 8 ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง บูรณาการการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กรมที่ดิน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และหน่วยงานด้านความมั่นคง ตรวจสอบกรณีดังกล่าวอย่างละเอียด

ทั้งนี้ คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อป้องกันปราบปรามการกระทำผิดของคนต่างด้าว ตามคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำโดย นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อม พลตำรวจตรี จารุต ศรุตยาพร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8, พลตำรวจตรี สุวัฒน์ สุขศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมคณะนายตำรวจผู้ร่วมปฏิบัติการในการเข้าปราบปราม ได้รายงานผลการปฏิบัติและแผนการดำเนินการป้องกันปราบปรามในลำดับต่อไปของคณะทำงานเฉพาะกิจ ดังนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีผลการปฏิบัติการกวดขัน ปราบปรามการกระทำความผิดของบุคคลต่างด้าว และอาชญากรรมข้ามชาติ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 – 21 เมษายน 2569 รวมจำนวน 620คดีผลจับกุมสูงสุด ในพื้นที่ สถานีตำรวจภูธรเกาะพะงัน จำนวน 353 คดี สูงสุดเป็นข้อหา ยาเสพติดและธุรกิจ ผิดกฎหมายรวม 80 คดี สถานีตำรวจภูธรบ่อผุด จำนวน 150 คดี สูงสุดเป็นข้อหา เมาแล้วขับและคดีความรุนแรงรวม 35 คดี สถานีตำรวจภูธรเกาะเต่า จำนวน 74 คดี สูงสุดเป็นข้อหา การพนันออนไลน์ และสถานีตำรวจภูธรเกาะสมุยจำนวน 43 คดี สูงสุดเป็นข้อหา แรงงานต่างด้าวและอาวุธปืน
ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีผลปฏิบัติการตรวจค้น ในพื้นที่ อำเภอเกาะพะงัน ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 – 21 เมษายน 2569 จำนวน 6 ครั้ง จำนวน 35 เป้าหมาย แบ่งเป็น ครั้งที่ 1 วันที่ 21 ต.ค.68 จำนวน 4 เป้าหมาย ครั้งที่ 2 วันที่ 6 พ.ย.68 จำนวน 1 เป้าหมาย ครั้งที่ 3 วันที่ 20 พ.ย.68 จำนวน 1 เป้าหมาย ครั้งที่ 4 วันที่ 6 ธ.ค.68 จำนวน 2 เป้าหมาย ครั้งที่ 5 วันที่ 21 ม.ค.69 จำนวน 25 เป้าหมาย ครั้งที่ 6 วันที่ 12 เม.ย.69 จำนวน 2 เป้าหมายผลการจับกุมเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวโดยผิดกฎหมาย (คดีนอมินี) ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 – 21 เมษายน 2569 รวมจำนวน 18คดี สัญชาติผู้ถือหุ้นต่างชาติที่ถูกตรวจสอบ ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมันอิสราเอล รัสเซีย เบลเยี่ยม อิตาลีฟิลิปปินส์ อเมริกา ยูเครน

พล.ต.ท. อิทธิพล กล่าวว่าต่อว่า การปราบปรามชาวต่างชาติ ที่เข้ามากระทำผิดกฎหมายก่ออาชญากรรมสร้างความเสียหายให้คนไทยในประเทศไทย เป็นนโยบายที่รัฐบาลและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญ ได้รายงานความคืบหน้าคณะทำงานของจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีการดำเนินคดี บริษัทนอมินี จํานวน 2 แห่ง ได้แก่ บริษัทของชาวอิสราเอล ใช้นอมินีคนไทยถือหุ้น ถือครองที่ดินทำกิจการโยคะ และบริษัทของชาวยูเครน ใช้นอมินีคนไทยถือหุ้น ถือครองที่ดิน ทำกิจการในลักษณะก่อสร้างวิลล่า ตั้งบริษัทจำหน่ายให้กับชาวต่างชาติ มีการลงทุนกว่า 200 ล้านบาท ทั้งนี้ สถานีตำรวจภูธรเกาะพะงัน ได้เสนอรายชื่อต่างชาติต่อคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองฯ เพื่อพิจารณาเพิกถอน Visa “กรณีคนต่างด้าวก่อความเดือดร้อนรำคาญ กระทำผิดบ่อยซ้ำซากหรือมีพฤติการณ์ เป็นภัยต่อสังคม” โดยมติคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองฯ อนุมัติเพิกถอน Visa นักท่องเที่ยว จำนวน 7 ราย แบ่งเป็น กรณีก่อความเดือดร้อนรำคาญ 1 ราย สัญชาติ เยอรมัน และ คดียาเสพติด 6 ราย สัญชาติ บราซิล 1 ราย อิสราเอล 2 ราย โปรตุเกส 1 ราย สิงคโปร์ 1 ราย รัสเซีย 1 ราย

ขอให้คณะทำงานของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวอย่างเข้มข้นจริงจัง และต่อเนื่องเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และเท่าเทียม เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศชาติต่อไป
////////
อ่านแล้ว68 times!
