ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สกัดขบวนยานรก ซิ่งชนเปิดทางหนี ยึดไอซ์ 300 กก.
มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.)
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล รอง ผบช.ก.,
พล.ต.ต.บุญลือ ผดุงถิ่น ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.1
บก.ทล., พ.ต.ท.สุเจต บุญคง, พ.ต.ท.ศิวกริช ดิษย์บุญรัตน์ รอง ผกก.1 บก.ทล. ได้สั่งการให้
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล.(นครสวรรค์) นำโดย พ.ต.ท.วชิระ อัมฤทธิ์ สวญ.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล., พ.ต.ต.นราวิชญ์ เดชคง สว.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.ศดิศ รัตนวงศ์ รอง สว.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.มนชิต อิ่มปราง รอง สว.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล., ร.ต.ต.อนุวัฒน์ วงษาเวียง, ด.ต.นิรัญ สุขหล่อ, ด.ต.ธนวัฒน์ ศรีเพชร, จ.ส.ต.จีระพัฒน์ กรันทุกพันธุ์, ส.ต.อ.นที สืบเทศ, ส.ต.อ.เอกลักษณ์ ไชยโย, ส.ต.อ.โสรัฐ ภู่ระโหง, ส.ต.อ.นารเมธ เข็มทอง ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.(อยุธยา) โดย พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สวญ.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล., พ.ต.ท.กิตติภพ ทองเพชร สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.เชาวลิต สีดำ รอง สว. ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล. (ลพบุรี) โดย ว่าที่ พ.ต.ท.เสฏฐวุฒิ ลี้เกษร สว.ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.นิพันธ์ อำพันดี รอง สว.สว.ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.5 กก.1 บก.ทล.(เพชรบูรณ์) นำโดย พ.ต.ท.เชษฐ์ศุภากร พิริยะพงษ์พันธ์ สว.ส.ทล.5 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.ครรชิต วันแจ้ง รอง สว.ส.ทล.5 กก.1 บก.ทล., พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ส.ทล.5 กก.1 บก.ทล.
สนธิกำลังกว่า 4 สถานีตำรวจทางหลวงบูรณาการร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหารวมจำนวน 3 ราย ดังนี้








- นายจายแดง อายุ 43 ปี บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (ผู้ขับขี่ รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น ไฮลักซ์ รีโว่ สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ยพ 6xx1 เชียงใหม่) ผู้ต้องหาที่ 1
2.นายแสงหาร อายุ 36 ปี บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (ผู้โดยสารด้านข้างคนขับ รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น ไฮลักซ์ รีโว่ สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ยพ 6xx1 เชียงใหม่) ผู้ต้องหาที่ 2 - นายหลาว อายุ 32 ปี บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (ผู้ขับขี่ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น วีออส สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข กจ 1xx4 ฉะเชิงเทรา) ผู้ต้องหาที่ 3
พร้อมด้วยของกลาง จำนวน 7 รายการ ดังนี้ - ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) ลักษณะเป็นเกล็ดผลึกสีขาว บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีขาวขุ่น โดยมีสัญลักษณ์เรือสำเภาสีทองและมีอักษร 888 ประทับอยู่ข้างถุง ใส่ในถุงฟอยล์สีม่วงที่มีสัญลักษณ์เรือสำเภาสีทองและ มีอักษร 888 ประทับอยู่ข้างถุง รวม 300 ถุง
น้ำหนักถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนักทั้งหมดประมาณ 300 กิโลกรัม โดยนำมาห่อ เป็นกระสอบ กระสอบละ 30 ถุง รวมจำนวน 10 กระสอบ
2.รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น ไฮลักซ์ สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ผข 4xx0 ลำปาง จำนวน 1 คัน พร้อมกุญแจจำนวน 1 ดอก - รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น ไฮลักซ์ รีโว่ สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ยพ 6xx1 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน พร้อมกุญแจ จำนวน 1 ดอก
- รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น วีออส สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข กจ 1xx4 ฉะเชิงเทรา จำนวน 1 คัน พร้อมกุญแจ จำนวน 1 ดอก
- โทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อ OPPO Reno14F 5G สีเขียว หมายเลขโทรศัพท์ 063xxxxxx8 และ 080xxxxxx9 ซึ่งตรวจยึดจากนายจายแดง
- โทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อ SAMSUNG รุ่น Galaxy a06 สีดำ หมายเลขโทรศัพท์ 085xxxxxxx1 และ หมายเลขโทรศัพท์ 094xxxxxx6 ซึ่งตรวจยึดจากนายแสงหาร
7.โทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อ SAMSUNG รุ่น Galaxy a56 5g สีเขียวอ่อน หมายเลขโทรศัพท์ 096xxxxxx4 ซึ่งตรวจยึดจากนายหลาว
โดยกล่าวหาว่า
“ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) โดยมีไว้ เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และทำให้เกิด ผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
สถานที่จับกุม บริเวณปั๊มน้ำมันบางจาก หจก.ปิ่นทองไพศาล ริมถนนทางหลวงหมายเลข 11 ขาเข้า ม.3 ต.สุขสำราญ อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ ต่อเนื่องกับบริเวณพื้นที่ลานดิน ริมถนนทางหลวงหมายเลข 11 ขาเข้า กม.ที่ 16 ต.พรหมนิมิต อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ต่อเนื่องกับ บริเวณริมถนน ทางหลวงหมายเลข 11 ขาเข้า กม.0+200 ต.ท่างาม อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี
พฤติการณ์ ตามนโยบายของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ในการปราบปรามอาชญากรรมเครือข่ายขบวนการลักลอบขนยาเสพติดทุกประเภทเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของประชาชนนั้น พล.ต.ต.บุญลือ ผดุงถิ่น ผบก.ทล. จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเร่งสืบสวนขยายผล ติดตามเส้นทางและพฤติกรรมของเครือข่ายผู้ลักลอบขนยาเสพติดรายใหญ่อย่างต่อเนื่อง กก.1 บก.ทล.จึงได้บูรณาการกำลังของตำรวจทางหลวงนครสวรรค์, ตำรวจทางหลวงอยุธยา, ตำรวจทางหลวงลพบุรี และตำรวจทางหลวงเพชรบูรณ์ ทำการสืบสวน วิเคราะห์พฤติกรรมและเฝ้าระวังเส้นทางลำเลียงยาเสพติด จนกระทั่งได้สืบทราบว่า ในช่วงกลางดึกของวันที่ 28 ตุลาคม 2569 จะมีการลักลอบขนยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ ผ่านเส้นทางทางหลวงหมายเลข 11 โดยกลุ่มคนร้ายจะใช้รถยนต์จำนวน 3 คัน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้วางแผนและเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณ ทล.11 ตำบลพรหมนิมิต อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
จนกระทั่งวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 21.15 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบรถยนต์ต้องสงสัย ทั้ง 3 คัน ขับขี่มาตามถนนทางหลวงหมายเลข 11 มุ่งหน้ากรุงเทพมหานคร จึงได้ขับขี่ติดตามรถยนต์ต้องสงสัย ทั้ง 3 คันไป โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่ขับขี่ติดตามมาได้แจ้งความเคลื่อนไหวของรถทั้ง 3 คัน เป็นระยะ โดยรถทั้ง 3 คัน จะขับขี่มาเป็นกลุ่มห่างกันพอประมาณ เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ขับขี่ติดตามรถยนต์ต้องสงสัยครบทั้ง 3 คัน จึงได้เรียกให้รถยนต์ต้องสงสัยทั้ง 3 คัน หยุดในเวลาใกล้เคียงกันเพื่อจะขอทำการตรวจสอบ ดังนี้
ชุดที่ 1 ติดตามรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น ไฮลักซ์ รีโว่ สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ยพ 6xx1 เชียงใหม่ เมื่อเข้าใกล้รถยนต์ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ส่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดงและใช้สัญญาณเสียงรวมถึงการพูดออกคำสั่งผ่านไมโครโฟนเรียกรถยนต์คันดังกล่าวให้หยุดและรถยนต์คันดังกล่าว ได้หยุดรถที่บริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 11 ขาเข้า กม.0+200 ต.ท่างาม อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตนและขอทำการตรวจสอบพร้อมกับได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พอใจแล้ว จากการสอบถามเบื้องต้นรถยนต์คันดังกล่าวมีนาย จายแดง อายุ 43 ปี บุคคลคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย แสดงตนเป็นผู้ขับขี่ และมีนายแสงหาร อายุ 36 ปี บุคคลคนซึ่งไม่มีสัญชาติ แสดงตนเป็นผู้โดยสารข้างคนขับ
ชุดที่ 2 ติดตามรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น ไฮลักซ์ สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ผข 4xx0 ลำปาง ไปจนถึงบริเวณทางหลวงหมายเลข 11 ขาเข้า กม.ที่ 16 ต.พรหมนิมิต อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ ส่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดงและใช้สัญญาณเสียงรวมถึงการพูดออกคำสั่งผ่านไมโครโฟนเรียกรถยนต์คันดังกล่าว ให้หยุดแต่รถยนต์คันดังกล่าวไม่หยุดและได้เร่งเครื่องพยายามหลบหนีและในระหว่างหลบหนีรถยนต์คันดังกล่าว ได้ขับขี่ชนรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจำนวน 2 คัน จนได้รับความเสียหาย แต่รถยนต์คันดังกล่าวยังไม่ยอมหยุดและได้ขับขี่หลบหนีเข้าไปยังบริเวณพื้นที่ลานดิน ริมถนนทางหลวงหมายเลข 11 แต่พื้นที่ลานดินดังกล่าวเป็นทางตัน ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถยนต์คันดังกล่าวเมื่อเห็นเป็นทางตันจึงได้กระโดดลงจากรถยนต์เพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้รีบติดตามไปอย่างกระชั้นชิดแต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นป่ารกร้างและเป็นคลองน้ำ จึงทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารนั้นหลบหนีไปได้ แต่ในรายที่เป็นผู้โดยสารนั้น ได้ทำกระเป๋าสะพายตกไว้ที่พื้น เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบในกระเป๋า พบเอกสารระบุชื่อของ ผู้ที่หลบหนีไป และได้ตรวจสอบที่รถยนต์คันดังกล่าวพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) ลักษณะเป็นเกล็ดผลึกสีขาว บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีขาวขุ่น โดยมีสัญลักษณ์เรือสำเภาสีทองและมีอักษร 888 ประทับอยู่ข้างถุง ใส่ในถุงฟอยล์สีม่วงที่มีสัญลักษณ์เรือสำเภาสีทองและมีอักษร 888 ประทับอยู่ข้างถุงเจ้าหน้าที่หน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้ามาร่วมตรวจสอบเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหาที่หลบหนีไป
ชุดที่ 3 ติดตาม รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น วีออส สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข กจ 1xx4 ฉะเชิงเทรา แต่รถยนต์คันดังกล่าวได้เลี้ยวหลบเข้าไปยังบริเวณปั๊มน้ำมันบางจาก หจก.ปิ่นทองไพศาล ริมถนนทางหลวงหมายเลข 11 ขาเข้า ม.3 ต.สุขสำราญ อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เลี้ยวเข้าติดตามไปยังบริเวณปั๊มน้ำมันบางจากพร้อมกับได้แสดงตนและขอทำการตรวจสอบพร้อมกับได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พอใจแล้ว จากการสอบถามเบื้องต้นรถยนต์คันดังกล่าวมี นายหลาว อายุ 32 ปี บุคคลซึ่ง ไม่มีสัญชาติไทย แสดงตนเป็นผู้ขับขี่
ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เชิญตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย พร้อมกับนำรถยนต์ ทั้ง 3 คัน มายังด่านตรวจยานพาหนะพยุหะคีรี ของ บช.ปส. เพื่อทำการตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ภายในรถยนต์ทั้ง 3 คันเพิ่มเติมจาก เดิมผ่านเครื่อง x-ray จากการตรวจสอบผ่านเครื่อง x-ray พบว่าไม่พบยาเสพติดเพิ่มเติมจากที่ได้พบก่อนหน้าแล้วเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางมาที่สถานีตำรวจทางหลวงนครสวรรค์ (ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล.) เพื่อดำเนินการจัดทำบันทึกการจับกุม, บันทึกอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและตรวจน้ำหนักของกลาง อย่างละเอียดอีกครั้งและได้แจ้งให้พิสูจน์หลักฐานจังหวัดนครสวรรค์ ทำการตรวจเก็บวัตถุพยานจาก รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น ไฮลักซ์ สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลขผข 4xx0 ลำปาง และทำการตรวจทดสอบสารเสพติดของกลางด้วยน้ำยาเคมีมาร์ควิส ให้ผลทำปฏิกิริยาเปลี่ยนเป็นสีส้มและสีน้ำตาลตามลำดับ เชื่อว่าเป็นเมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์ จริง
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบว่า “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวผู้ถูกจับทั้ง 3 ราย พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีและขยายผลการจับกุมต่อไป
สอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้น ในการขนส่งยาเสพติดในครั้งนี้ นายจายแดง, นายแสงหาร และ นายหลาว ให้การว่าตนเองได้ใช้เส้นทางจาก จ.เชียงใหม่ มุ่งหน้าจะไป จ.สิงห์บุรี โดยจะทำหน้าที่ในการขับรถนำและตามหลังเพื่อสังเกตและแจ้งข่าวหากพบเจ้าหน้าที่ระหว่างการเดินทาง โดยนายจายแดง และนายแสงหาร จะได้ค่าจ้างในครั้งนี้เป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท ส่วนนายหลาวจะได้ค่าจ้างเป็นเงิน จำนวน 10,000 บาท
เตือนภัย ตำรวจทางหลวง ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนร่วมป้องกันและปราบปรามการลักลอบขนยาเสพติด การลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านเส้นทางหลวงไม่เพียงแต่เป็นความผิดทางอาญาที่มีบทลงโทษขั้นรุนแรงสูงสุด แต่ยังสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคง ความปลอดภัย และเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ตำรวจทางหลวงมีความมุ่งมั่นและเข้มงวดในการตรวจสอบเฝ้าระวังทุกเ
อ่านแล้ว130 times!

