“ ผู้การจังหวัดนครปฐมเข้ม สั่งล่า ยิงสวนตำรวจเบิกทางหลบหนี

แบ่งปันข่าวนี้ :

“ ผู้การจังหวัดนครปฐมเข้ม สั่งล่า ยิงสวนตำรวจเบิกทางหลบหนี

“ ผู้การจังหวัดนครปฐมลงพื้นที่ตามล่าทั้งวันทั้งคืนวางแผนควบคุมจับกุมคนร้ายเสพยาเสพติดหลอน ยิงสวนตำรวจเบิกทางหลบหนีไปไม่รอด”

“จับได้แล้วเมื่อเวลา 02:10 น. วันที่ 27/10/69 ผู้การสั่งต้องจับให้ได้ พร้อมลงพื้นที่วางแผนด้วยตนเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 15.30น ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.พุทธมณฑล รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติดกันบริเวณภายในซอยโรงเรียนคลองโยง จึงเดินทางมาตรวจสอบเพื่อวางแผนจับกุม เมื่อมาถึงได้กลิ่นยาเสพติด และพบผู้ต้องสงสัยกำลังนั่งเสพยาบ้าภายในห้อง (เปิดประตูทิ้งไว้สามารถมองเห็นได้) จึงเข้าไปตรวจสอบ เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบเห็นอาวุธปืนวางอยู่ข้างลำตัว ผู้ต้องสงสัยขัดขืน เอื้อมมือไปหยิบอาวุธปืน จากนั้นผู้ต้องสงสัยได้วิ่งออกจากบริเวณหลังห้อง มุ่งหน้าไปยังทุ่งนา และวิ่งหนีบนคันนามุ่งหน้าไปยังคลองน้ำ เจ้าหน้าที่จึงได้วิ่งติดตาม พร้อมแจ้งขอกำลังเสริมเจ้าหน้าที่ตำรวจเสริมเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติ เมื่อผู้ต้องสงสัยเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจวิ่งไล่ตาม ผู้ต้องสงสัยได้หันปลายกระบอกปืนมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมยิงอาวุธปืนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 1 นัด เพื่อเบิกทางหลบหนี แล้ววิ่งหายไปยังบริเวณหลังบ้านนายทอง ม.4 ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม (จุดสุดท้ายที่มองเห็นผู้ก่อเหตุ) โดยมีตำรวจติดตามไล่ล่าอย่างกระชั้นชิด แต่ผู้ต้องสงสัยมีความชำนาญพื้นที่จึงหลบหนีไปได้
โดยเมื่อกำลังเสริมมาถึงจึงได้เข้าปิดล้อมบ้านและพื้นที่บริเวณดังกล่าว เบื้องต้นไม่พบตัวผู้ก่อเหตุ รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบผู้ก่อเหตุวิ่งหลบหนีข้ามคลองมาเข้าซอย 39 พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบผู้ก่อเหตุผ่านหน้าบ้านภายในซอยดังกล่าว เวลา 15.48 น. เบื้องต้นยังไม่พบตัวผู้ต้องสงสัย


ต่อมา พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณัฐ วงษ์กล้าหาญ รองผบก.ภ.จว.นครปฐม(ปป)
พ.ต.อ.พรชัย อริยานนท์
ผกก.สภ.พุทธมณฑล
นายสัญชัย ภักดีโชติชวลิต นายอำเภอพุทธมณฑล นายจิรเกียรติ สิทธิเวชปลัดอำเภอพุทธมณฑล
และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
เข้ามายังที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบและบัญชาการเหตุการณ์
พร้อมทั้งได้ทำการตรวจค้นภายในบ้านผู้ต้องสงสัย(ทราบชื่อภายหลัง) คือ นายไกรวิชญ์ บุญทอง อายุ 55 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชน เลขที่ 111 หมู่ 7 ต.เขาพนม อ.เขาพนม จ.กระบี่
ผลการตรวจค้นปรากฏว่าพบสิ่งของผิดกฏหมายดังนี้
1.อาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก มีกระสุนบรรจุในรังเพลิง จำนวน 4 นัด
2.อาวุธปืนลูกซองสั้น 1 กระบอก
3.ไอซ์ จำนวน 2 ถุงเล็ก

  1. ยาบ้า จำนวน 5 เม็ด
    จึงได้ตรวจยึดเพื่อนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
    ต่อมาได้ประสานงาน พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม
    ผบก.สส.ภ.7
    พ.ต.อ.ต่อวงษ์ พิทักษ์โกศล
    รอง ผบก.สส.ภ.7
    พ.ต.อ.จีโบ เกรอด
    ผกก.ปพ.สส.ภ.7
    เพื่อให้เจ้าหน้าที่ กก.สส.ภ.7 มายังที่้เกิดเหตุพร้อมนำโกรน ตรวจจับความร้อน เข้ามาตรวจสอบในบริเวณที่คนร้ายหลบหนี เนื่องจากบริเวณพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ทุ่งนา ลำคลองและป่ารกร้าง ประกอบกับสภาพภูมิอากาศมีฝนตกหนักในพื้นที่ จึงมีอุปสรรคในการปิดล้อมและเข้าทำการจับกุมผู้ต้องสงสัย
    พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม คณะผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมประชุมเกี่ยวกับสถานการณ์และทำความเข้าใจในการเข้าปฎิบัติการในพื้นที่ จากนั้นสั่งการให้ สภ.พุทธมณฑล จัดตั้ง ศปก.บริเวณจุดเกิดเหตุ ตลอด 24 ชม.จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจพร้อมประชาสัมพันธ์ให้แก่กำนันผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน บริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุให้เฝ้าระวังและช่วยกันสอดส่อง หากพบผู้ต้องสงสัย (ชายถอดเสื้อใส่กางเกงสีแดงตามภาพ) ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณ ศปก. หรือศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ทันที เพื่อแจ้งให้ตำรวจเข้าทำการจับกุม
    ต่อมาเจ้าหน้าที่ ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 7 ได้ร่วมตรวจสถานที่เกิดเหตุ พร้อมเก็บของกลางในห้องที่เกิดเหตุ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ประกอบการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดี
    จากนั้นได้เดินทางมายัง ศปก.สน. บริเวณศาลา หมู่ 1 ตำบลคลองโยง หมู่ 1 ตำบลคลองโยง โดยมีพ.ต.อ.อิทธิพล พรเทวบัญชา รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม
    พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะศิริ
    ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม
    เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.นครปฐม และ สภ.นครชัยศรี
    ควบคุมรับผิดชอบการปิดล้อมพื้นที่ และจัดชุดจู่โจมเพื่อจับกุมผู้ต้องสงสัย
    โดยได้บัญชาการ ควบคุมสั่งการและติดตามสถานการณ์การปิดล้อมพื้นที่และวางแผนการบินโดรนตรวจจับความร้อน เพื่อเร่งรัดในการจับกุมผู้ต้องสงสัยดังกล่าว เหตุเกิดที่ บ้านพักภายในร้านวิบวับคาร์แคร์ เลขที่ 94 หมู่ 4 ต. มหาสวัสดิ์ อ. พุทธมณฑล จ. นครปฐม จากการตรวจสอบประวัติ นายไกรวิชญ์ บุญทอง ปรากฏดังต่อไปนี้
  • มีหมายจับ จำนวน 2 หมาย
    1.หมายจับของศาลจังหวัดเวียงสระ กระทำความผิดฐาน “ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย” สภ.เวียงสระ
    2.หมายจับของศาลจังหวัดทุ่งสง กระทำความผิดฐาน “พยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธาณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร” อายุความ 20 ปี พื้นที่รับผิดชอบ สภ.ทุ่งใหญ่
    ประวัติการกระทำความผิด 1.พื้นที่ สภ.แม่จัน จ.เชียงราย ข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1
    2.พื้นที่ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ข้อหา ตัวการในข้อหา อาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืน โดยมิได้รับอนุญาต
    3.พื้นที่ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธาณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร ประวัติการต้องโทษ
    1.ข้อหา ผิดต่อชีวิต, พรบ.อาวุธปืนฯ, พรบ.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทฯ)ฯ ปล่อยตัวเมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2561
    2.ข้อหา ความผิดต่อชีวิต ปล่อยตัวเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2562
    3.ข้อหา ความผิดต่อ พรบ.อาวุธปืน ปล่อยตัวเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2566

โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า
“พยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ , ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน , พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรโดยไม่มีใบอนุญาต ,ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฏหมาย”
พร้อมด้วยของกลาง
อาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อ Beretta ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก
แม็กกาซีน จำนวน 1 อัน
กระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 10 นัด

อ่านแล้ว124 times!

แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.