🔥 เงินฌาปนกิจหายไปไหน? กฎหมายเตือนเรื่องโกงตั้งแต่ปี 2545 แต่ปี 2569 ชาวบ้าน 13 จังหวัดยังต้องทวงเงินคนตาย!

ถ้าเงินที่สมาชิกใหม่จ่ายเข้ามา ถูกนำไปอุดเงินค้างจ่ายคนเก่า แล้ววันหนึ่งไม่มีคนสมัครเพิ่ม ใครจะจ่ายเงินค่าทำศพให้ครอบครัวที่เหลือ?
เรื่องนี้ผมอยากให้ประชาชนอ่านให้จบครับ เพราะปัญหาฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อมีชาวบ้านออกมาร้องเรียน
และไม่ได้มีแค่คำถามว่าสมาคมไหนโกงหรือไม่โกง
แต่มีคำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ
รัฐรู้หรือไม่ว่าระบบนี้มีความเสี่ยงมาตั้งแต่เมื่อไร และกฎหมายที่มีอยู่ถูกนำมาใช้คุ้มครองประชาชนจริงแค่ไหน?
คนเฒ่าคนแก่จำนวนมากสมัครสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ ส่งเงินกันเดือนละเล็กเดือนละน้อย บางคนส่งมาหลายสิบปี
ไม่ได้หวังร่ำรวยอะไรหรอกครับ
แต่หวังว่าเมื่อวันหนึ่งตัวเองเสียชีวิต ลูกหลานจะมีเงินจัดงานศพ ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินใคร
แต่ถ้าวันที่สมาชิกเสียชีวิต ครอบครัวกลับไม่ได้รับเงินตามสิทธิ เงินที่ส่งมาทั้งชีวิตหายไปไหน?
นี่คือคำถามที่คณะทำงานทวงคืนเงินคนตาย 13 จังหวัด กำลังติดตามอยู่

⚖️ เรื่องแรก กฎหมายฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อให้ใครทำกำไรจากคนตาย
พระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 มาตรา 4 วางหลักว่า เป็นกิจการที่บุคคลหลายคนตกลงช่วยเหลือกันในการจัดการศพหรือสงเคราะห์ครอบครัวสมาชิกที่เสียชีวิต โดยไม่ได้ประสงค์หากำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน
เงินที่สมาชิกจ่ายต้องใช้ตามวัตถุประสงค์และข้อบังคับของสมาคม
ต้องแยกค่าสมัคร ค่าบำรุง เงินสงเคราะห์ และเงินสงเคราะห์ล่วงหน้าให้ถูกต้อง
การมีเงินเข้าบัญชีหลายสิบล้านบาท ไม่ได้แปลว่าสมาคมมีเงินเหลือหลายสิบล้านบาท!
เพราะต้องดูว่ามีภาระต้องจ่ายให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตเท่าไร และเงินถูกนำไปใช้ตามกฎหมายหรือไม่
⚖️ เรื่องที่สอง กฎหมายปี 2545 เตือนเรื่องการฉ้อโกงไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว!
ผมย้อนอ่านเหตุผลท้าย พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 พบว่ากฎหมายยอมรับว่าระบบเดิมตามกฎหมายปี 2517 มีข้อกำหนดด้านการเงินไม่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม และการควบคุมสมาคมยังไม่รัดกุมเพียงพอที่จะป้องกันการฉ้อโกงและการแสวงหาประโยชน์จากกิจการของกรรมการและเจ้าหน้าที่
จึงต้องปรับปรุงกฎหมายเพื่อคุ้มครองสมาชิก
เห็นไหมครับ! ความเสี่ยงเรื่องเงินฌาปนกิจไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งมีคนค้นพบในปี 2569
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกสมาคมมีการฉ้อโกง ต้องตรวจสอบพยานหลักฐานเป็นรายแห่ง

⚖️ เรื่องที่สาม ปี 2561 มีความเห็นกฤษฎีกาเกี่ยวกับปัญหาการใช้กฎหมาย
ความเห็นสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 772/2561 เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนแก้ไขข้อบังคับเพื่อย้ายที่ตั้งสมาคมข้ามจังหวัด
สะท้อนว่าเคยมีปัญหาการตีความอำนาจและขั้นตอนระหว่างหน่วยงาน
แต่ต้องย้ำว่าความเห็นฉบับนี้ไม่ได้วินิจฉัยว่าเงินฌาปนกิจถูกโกง และประเด็นที่หารือมีการดำเนินการตามคำวินิจฉัยอุทธรณ์ไปแล้ว
ขณะเดียวกัน กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวก็เคยดำเนินงานด้านนี้มาแล้ว ทั้งการอบรม การจัดทำคู่มือ และการรับฟังความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงกฎหมาย
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าไม่เคยทำอะไรเลย แต่เป็นการทำงานเหล่านั้นแก้ปัญหาของชาวบ้านได้จริงเพียงใด
⚖️ เรื่องที่สี่ หนังสือราชการปี 2567–2569 ใครได้รับแล้วทำอะไรต่อ?
วันที่ 24 มกราคม 2567 มีการประชุมคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับปัญหาสมาชิกไม่ได้รับเงินสงเคราะห์
วันที่ 5 มีนาคม 2567 มีหนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เกี่ยวกับการกำกับดูแลสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ โดยยังต้องตรวจสำเนาฉบับชัดเพื่อยืนยันรายละเอียดหนังสือครบถ้วน
วันที่ 12 มิถุนายน 2569 ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีหนังสือถึงกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ขอความร่วมมือกำชับนายทะเบียนให้ดำเนินการตามกฎหมาย

และวันที่ 17 มิถุนายน 2569 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นออกหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ มท 0810.4/ว2852 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ย้ำให้กำกับดูแลและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รวมถึงการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามเงื่อนไขกฎหมาย
ผมอยากถามว่า หลังหนังสือไปถึงจังหวัดแล้ว เกิดอะไรขึ้นต่อ?
นายทะเบียนแห่งไหนตรวจบัญชีแล้วบ้าง?
พบความผิดปกติหรือไม่?
มีคำสั่งให้แก้ไขข้อบกพร่องกี่แห่ง?
สมาคมใดถูกดำเนินคดี?
ติดตามเงินกลับคืนมาเท่าไร?
และสำคัญที่สุด…
ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับเงินจริงแล้วกี่ราย?
หนังสือราชการเป็นหลักฐานว่ามีการสั่งการหรือประสานงาน แต่ไม่ใช่หลักฐานว่างานทุกพื้นที่สำเร็จแล้ว
เราต้องติดตามผลการปฏิบัติจริง
⚖️ เรื่องที่ห้า เงินใหม่โปะหนี้เก่า แบบไหนเริ่มอันตราย?
ถ้าสมาชิกเสียชีวิตมากขึ้น ภาระจ่ายเงินก็เพิ่มขึ้น
แต่หากสมาชิกที่ยังมีชีวิตเริ่มขาดส่ง ลาออก หรือหมดความเชื่อมั่น รายรับอาจลดลง
ปัญหาสภาพคล่องจึงอาจรุนแรงขึ้นเป็นวงจร
จุดที่ต้องตรวจสอบจริงจังคือ หากมีการปกปิดหนี้ค้างจ่าย แล้วชักชวนสมาชิกใหม่ด้วยข้อมูลเท็จ เพื่อนำเงินใหม่มาอุดปัญหาเก่าที่ไม่เปิดเผย
แต่การรับสมาชิกใหม่ไม่ได้เป็นแชร์ลูกโซ่โดยอัตโนมัติ!
ต้องแยกให้ได้ว่าเป็นการเรียกเก็บเงินไม่พอ การบริหารผิดพลาด การใช้เงินผิดกฎหมาย หรือการหลอกลวงโดยทุจริต
คำตอบต้องอยู่ที่บัญชีรับจ่าย รายการธนาคาร ทะเบียนสมาชิก ยอดผู้เสียชีวิตจริง เงินค้างจ่าย และคำชักชวนรับสมัคร
⚖️ เรื่องที่หก กฎหมายให้อำนาจนายทะเบียนอยู่แล้ว ทำไมต้องรอ?
มาตรา 44 แห่ง พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 ให้อำนาจนายทะเบียนดำเนินการตามเงื่อนไข เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินงานหรือการเงินบัญชีของสมาคม รวมถึงสั่งแก้ไขข้อบกพร่องและใช้มาตรการกับกรรมการที่เกี่ยวข้อง

ส่วนมาตรา 43 เปิดช่องให้นายทะเบียนร้องทุกข์หรือฟ้องคดีได้ เมื่อกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ทำให้สมาคมเสียหาย แต่สมาคมไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขกฎหมาย โดยมีบทบัญญัติให้พนักงานอัยการรับว่าต่างให้สมาคม
กฎหมายไม่ได้ปล่อยให้สมาชิกต้องรอกรรมการสมาคมดำเนินคดีกันเองเพียงทางเดียว!
แต่จะใช้อำนาจมาตราใด ต้องตรวจให้ครบทั้งข้อเท็จจริงและเงื่อนไขกฎหมาย
นี่คือเหตุผลที่ผมอยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเปิดเผยผลการดำเนินงานอย่างชัดเจน
สำหรับคณะทำงานทวงคืนเงินคนตาย 13 จังหวัด เราจะต้องตามให้ถึงว่า
เงินออกจากบัญชีเมื่อไร?
ใครอนุมัติการจ่าย?
ใครมีหน้าที่ตรวจสอบ?
ใครได้รับแจ้งปัญหาตั้งแต่วันไหน?
และหลังได้รับหนังสือราชการแล้ว ใครได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง?
ถ้าพบความผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
ถ้าพบข้อบกพร่องของระบบก็ต้องแก้ไข
และถ้ามีเจ้าหน้าที่ดำเนินการถูกต้องอยู่แล้ว ก็ควรแสดงหลักฐานให้ประชาชนรับทราบด้วยเช่นกัน
สิ่งที่ผมอยากเห็นไม่ใช่จำนวนหนังสือที่รัฐส่งออก แต่เป็นจำนวนครอบครัวที่ได้รับสิทธิกลับคืนมา
เพราะเงินฌาปนกิจไม่ใช่เงินที่ชาวบ้านส่งกันเล่น ๆ
มันคือเงินที่คนคนหนึ่งฝากความหวังไว้ให้ครอบครัว ในวันที่ตัวเองไม่มีชีวิตอยู่แล้ว
คนตายพูดไม่ได้ แต่คนที่ยังอยู่มีสิทธิถามว่า เงินไปไหน ใครต้องรับผิด และรัฐได้ใช้กฎหมายคุ้มครองเขาแล้วหรือยัง!
คณะทำงานทวงคืนเงินคนตาย 13 จังหวัด จะเดินหน้าติดตามเรื่องนี้ผ่านพยานหลักฐาน หน่วยงานที่มีอำนาจ และกระบวนการรัฐสภา
เพราะเรื่องนี้ไม่ควรจบแค่คำว่า “รับเรื่องไว้แล้ว”
แต่ควรจบเมื่อประชาชนได้รับคำตอบ ได้รับความเป็นธรรม และผู้กระทำผิดได้รับการดำเนินการตามกฎหมาย

⸻
รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์
ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม
อนุกรรมาธิการ ในคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์
คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม
สภาผู้แทนราษฎร
คณะทำงานทวงคืนเงินคนตาย 13 จังหวัด
บุรีรัมย์ • พิษณุโลก • เพชรบูรณ์ • มหาสารคาม • นครราชสีมา • ระยอง • อุดรธานี • ศรีสะเกษ • อำนาจเจริญ • นครสวรรค์ • กาฬสินธุ์ • สุโขทัย • สกลนคร
ทนายคู่ใจ #คณะทำงานทวงคืนเงินคนตาย13จังหวัด #เงินผีต้องคืนผี #ฌาปนกิจสงเคราะห์
บุรีรัมย์ #พิษณุโลก #เพชรบูรณ์ #มหาสารคาม #นครราชสีมา #ระยอง #อุดรธานี #ศรีสะเกษ #อำนาจเจริญ #นครสวรรค์ #กาฬสินธุ์ #สุโขทัย #สกลนคร
อ่านแล้ว97 times!

