จากเสียงชาวบ้าน 13 จังหวัด วันนี้เรื่องเงินฌาปนกิจเดินมาถึงไหนแล้ว?
หลายคนถามผมว่า คณะทำงานทวงคืนเงินคนตาย 13 จังหวัด ทำอะไรไปแล้วบ้าง และหลังจากนี้เราจะเดินต่ออย่างไร

ก่อนเล่าความคืบหน้า ผมอยากขอบคุณคนที่ช่วยให้พวกเรารวมตัวกันและมีพื้นที่ส่งเสียงครับ
โดยเฉพาะสื่อสาธารณะไทยพีบีเอส ผ่านรายการ “สถานีประชาชน” ที่เปิดพื้นที่และให้เวลากับปัญหานี้ ทำให้ชาวบ้านที่ต่างคนต่างเดือดร้อนได้พบกัน ได้รู้ว่ามีอีกหลายครอบครัวกำลังเผชิญเรื่องเดียวกัน และค่อย ๆ รวมตัวเป็นเครือข่ายช่วยเหลือกัน

เสียงของผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางจำนวนหนึ่งอาจเบาเกินกว่าจะมีใครได้ยิน คนที่ส่งเงินฌาปนกิจด้วยความหวังว่าจะมีเงินไว้จัดงานศพและช่วยครอบครัว เมื่อถึงเวลาจริงกลับต้องมาวิ่งตามเงินและตามหาคำตอบ
ขอบคุณเพื่อน ๆ สื่อทุกสำนักข่าวที่ช่วยติดตาม หาช่องทางนำเสนอ และรับฟังพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด แม้หลายเรื่องยังแก้ไขไม่สำเร็จ แต่อย่างน้อยชาวบ้านก็รู้ว่ายังมีคนรับฟังและติดตามเรื่องของพวกเขาอยู่จริง ๆ

จากเครือข่าย 9 จังหวัด ขยายเป็น 12 จังหวัด จนวันนี้เป็น “คณะทำงานทวงคืนเงินคนตาย 13 จังหวัด” ประกอบด้วย
บุรีรัมย์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ มหาสารคาม นครราชสีมา ระยอง อุดรธานี ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ นครสวรรค์ กาฬสินธุ์ สุโขทัย และสกลนคร
ต้องบอกให้ชัดว่า ปัญหาฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ได้มีอยู่เพียง 13 จังหวัดครับ นี่คือจังหวัดที่ชาวบ้านสามารถรวมตัวและประสานงานกันได้ในเบื้องต้น ยังมีประชาชนในพื้นที่อื่นที่ต้องการความช่วยเหลือเช่นเดียวกัน

ที่ผ่านมา เราช่วยกันรวบรวมข้อร้องเรียน หลักฐานการเป็นสมาชิก การจ่ายเงิน และข้อมูลการดำเนินคดี เพื่อนำปัญหาจริงของแต่ละครอบครัวไปติดตามกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ และสะท้อนต่อสภาผู้แทนราษฎร
ความคืบหน้าสำคัญคือ ผมได้รับแต่งตั้งเป็นอนุกรรมาธิการใน
“คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์”

ในคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร
มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 ตามประกาศลงวันที่ 6 ตุลาคม 2569 เพื่อร่วมศึกษาแนวทางปรับปรุงกฎหมาย การบริหารจัดการ และจัดทำข้อเสนอให้ระบบฌาปนกิจสงเคราะห์โปร่งใสและเกิดประโยชน์กับประชาชนจริง ๆ
ผมขอบคุณคณะกรรมาธิการฯ ที่เปิดโอกาสให้ผมนำปัญหาของพี่น้องทั้ง 13 จังหวัดเข้าไปสะท้อนในบทบาทนี้ครับ
การประชุมครั้งแรก วันที่ 21 ตุลาคม 2569 มีการรับฟังข้อมูลจากอุดรธานี ระยอง มหาสารคาม ศรีสะเกษ และนครราชสีมา โดยผมได้สะท้อนปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายทั้งหมดด้วย

มหาสารคาม มีประเด็นให้เร่งตรวจสอบกิจการเพื่อประกอบการพิจารณาสั่งเลิกสมาคม และกำหนดกรอบเวลาตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายทะเบียน
ระยอง มีทั้งเรื่องตรวจสอบการคำนวณเงินสงเคราะห์ของกลุ่มบ้านเพ รายการเงินของกลุ่มคลองปูน และกรณีบ้านค่ายที่ตำรวจกำลังเรียกผู้เสียหายให้ข้อมูล
ศรีสะเกษ มีรายงานว่านายทะเบียนร้องทุกข์กล่าวโทษกรรมการแล้วหลายคดี ส่วนจังหวัดนครราชสีมามีรายงานปัญหาด้านการเงินที่อยู่ระหว่างดำเนินคดี
แต่ละพื้นที่เดินมาถึงขั้นตอนต่างกัน เราจึงต้องตามให้ชัดว่า เรื่องใดตรวจบัญชีแล้ว เรื่องใดขาดหลักฐาน เรื่องใดอยู่กับตำรวจหรืออัยการ และใครต้องดำเนินการต่อ
อีกด้านหนึ่ง การปรับปรุงกฎหมายก็มีความเคลื่อนไหวอยู่ในสภา
ระเบียบวาระสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 21 ตุลาคม 2569 มีร่างพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ 2 ฉบับอยู่ในหมวดเรื่องที่ค้างพิจารณา ได้แก่ ร่างของนางเทียบจุฑา ขาวขำ กับคณะ และร่างของนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 14,119 คน
ขณะเดียวกัน กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็มีงานจัดทำร่างกฎหมายและรับฟังความคิดเห็นเรื่องนี้มาก่อนแล้ว
เราจึงมีโอกาสนำบทเรียนจากชาวบ้าน 13 จังหวัดไปประกอบการแก้กฎหมาย เพื่อคุ้มครองสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ทั่วประเทศด้วย
แต่สำหรับครอบครัวที่กำลังรอเงินค่าทำศพ ความช่วยเหลือในปัจจุบันก็เร่งด่วนไม่แพ้กันครับ

ผมหวังว่าปลายทางของการทำงานคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ นอกจากข้อเสนอปรับปรุงกฎหมายแล้ว จะได้รูปแบบการแก้ปัญหาที่หน่วยงานนำไปใช้รับมือวิกฤตเงินสงเคราะห์ศพได้จริงและรวดเร็วขึ้น
ตั้งแต่พบความผิดปกติ ต้องรู้ว่าใครตรวจบัญชี ใครรักษาหลักฐาน ใครติดตามทรัพย์สิน ใครดำเนินคดี และใครรับผิดชอบให้เงินไปถึงครอบครัวผู้มีสิทธิ โดยมีกรอบเวลาที่ตรวจสอบได้

หลังจากนี้ ผมจะผลักดันต่อ 4 เรื่องครับ
- ทำข้อมูลเงินให้ชัดเป็นรายสมาคมและรายครอบครัว แยกเงินที่สมาคมเสียหายออกจากเงินที่ผู้รับเงินสงเคราะห์มีสิทธิได้รับ เพื่อให้ติดตามและเรียกร้องได้ถูกต้อง
- ขับเคลื่อนทั้ง 13 จังหวัดพร้อมกัน ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายทะเบียน หน่วยงานกำกับ และตำรวจ ให้ระบุผู้รับผิดชอบ หลักฐานที่ยังขาด และกำหนดเวลารายงานความคืบหน้า
- ติดตามการใช้กลไกรัฐช่วยดำเนินคดี ทั้งนายทะเบียนและพนักงานอัยการในส่วนความเสียหายของสมาคม สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในเรื่องที่เข้าเงื่อนไขดำเนินคดีแทนผู้บริโภค และกรมสอบสวนคดีพิเศษในกรณีที่อยู่ในอำนาจ
- นำปัญหาจริงไปเสนอแก้กฎหมาย ทั้งการตรวจสอบบัญชี การเก็บหลักฐาน การชำระบัญชีที่ล่าช้า การกำกับนายทะเบียน และการใช้ชื่อหรือตราหน่วยงานจนประชาชนเข้าใจผิด
สิ่งที่เราต้องติดตามให้ครบคือ ทั้งเงินที่ต้องเรียกกลับคืนสมาคม และเงินที่ต้องจ่ายให้ครอบครัวผู้มีสิทธิ
ผมรู้ว่าทุกคนอยากให้สำเร็จโดยเร็ว หลายครอบครัวรอมานานแล้ว เราจึงต้องทำให้ความคืบหน้าแต่ละขั้นมีคำตอบว่า ชาวบ้านจะได้รับความช่วยเหลืออย่างไร และใครกำลังลงมือทำให้

ขอบคุณไทยพีบีเอส รายการสถานีประชาชน เพื่อนสื่อทุกสำนัก คณะกรรมาธิการฯ หน่วยงานที่ร่วมแก้ปัญหา และพี่น้องทุกจังหวัดที่ช่วยกันเก็บหลักฐาน ประสานงาน และไม่ทิ้งกัน
จากนี้ผมจะทยอยรายงานให้ทราบว่า แต่ละจังหวัดเดินถึงขั้นไหนแล้ว และเรายังต้องช่วยกันผลักดันอะไรต่อ
ผู้สูงอายุห้ามยอมแพ้เด็ดขาด
13 จังหวัด เราจะสู้ไปด้วยกัน
เงินผีต้องคืนผี!
รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์
อนุกรรมาธิการในคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์
คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร
คณะทำงานทวงคืนเงินคนตาย13จังหวัด
เงินผีต้องคืนผี
อ่านแล้ว140 times!

