ซีอีโอ CSMJ ชี้ช่องทุนต่างชาติบุก Medical Hub ไทย! ปักหมุดยา–เครื่องมือแพทย์–Deep Tech เปิดโอกาสลงทุน แต่ต้องอ่านเกม BOI ให้ขาด

CSMJ International Law Firm วิเคราะห์โอกาสการลงทุนใน Healthcare ของไทย ชี้นักลงทุนต่างชาติไม่ควรมองแค่โรงพยาบาล แต่ต้องจับตาห่วงโซ่การผลิตยา เครื่องมือแพทย์ และนวัตกรรมสุขภาพ ขณะที่สิทธิ BOI และมาตรการย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธีอาจเพิ่มความคุ้มค่าให้โครงการที่เข้าเกณฑ์ แต่ต้องตรวจสอบกฎหมายและใบอนุญาตให้ครบก่อนลงทุน
ประเทศไทยกำลังขยายบทบาทจากศูนย์กลางบริการรักษาพยาบาลสู่ฐานการลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ เปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาพัฒนาธุรกิจตั้งแต่การผลิตยา เครื่องมือแพทย์ ไปจนถึงเทคโนโลยีสุขภาพขั้นสูง โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีมาตรการส่งเสริมกิจการทางการแพทย์หลายประเภท ซึ่งกิจการที่เข้าเกณฑ์อาจได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3–8 ปี ตามประเภทและเงื่อนไขที่กำหนด
นางสาวสุรัชฐา ชินชฎาธาร CEO แห่ง CSMJ International Law Firm สำนักงานกฎหมายชั้นนำระดับสากล ชี้นักลงทุนต่างชาติควรมองโอกาส Healthcare ไทยให้กว้างกว่าธุรกิจโรงพยาบาล โดยเฉพาะการผลิตเครื่องมือแพทย์ การพัฒนายาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตลอดจนเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เชื่อมโยงงานวิจัยกับการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เพราะธุรกิจเหล่านี้ต้องพิจารณาทั้งสิทธิประโยชน์การลงทุน ความพร้อมของบุคลากร และการเข้าถึงตลาดในระยะยาว
หนึ่งในพื้นที่ที่น่าจับตาคือ ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี (Yothi Medical Innovation District: YMID) ซึ่งมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติมสำหรับโครงการที่เข้าเงื่อนไข โดยข้อมูลของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ระบุถึงสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เป็นเวลา 5 ปี เพิ่มเติมจากเกณฑ์ปกติ ทั้งนี้ นักลงทุนต้องตรวจสอบประกาศและเงื่อนไขที่มีผลใช้บังคับ รวมถึงการรับรองโครงการก่อนนำสิทธิดังกล่าวมาคำนวณผลตอบแทนการลงทุน
อย่างไรก็ตาม ซีอีโอ CSMJ เน้นย้ำว่า การได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจครบทุกขั้นตอนโดยอัตโนมัติ นักลงทุนยังต้องตรวจสอบข้อจำกัดการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ใบอนุญาตสถานประกอบการ การขึ้นทะเบียนยาและเครื่องมือแพทย์กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตลอดจนข้อกำหนดด้านบุคลากรและการประกอบวิชาชีพตามกฎหมายไทย
สำหรับนักลงทุนต่างชาติ กลยุทธ์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงเลือกธุรกิจที่ได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด แต่ต้องออกแบบโครงสร้างการลงทุนให้สอดคล้องกับกฎหมาย วางแผนการขอใบอนุญาตตั้งแต่ต้น และประเมินต้นทุนการวิจัย การผลิต และการเข้าสู่ตลาดอย่างรอบด้าน
ข้อสรุปจาก CSMJ: โอกาสของ Medical Hub ไทยอยู่ที่การเปลี่ยนศักยภาพด้านการรักษาพยาบาลให้กลายเป็นฐานธุรกิจนวัตกรรมที่แข่งขันได้ในระดับภูมิภาค นักลงทุนที่วางแผนสิทธิประโยชน์ ภาษี และข้อกำกับดูแลไปพร้อมกัน ย่อมสามารถประเมินความเสี่ยงและความคุ้มค่าของโครงการได้แม่นยำกว่าการตัดสินใจจากแรงจูงใจทางภาษีเพียงอย่างเดียว
อ่านแล้ว74 times!

