“บิ๊กราญฯ บุกสุราษฎร์!! ผนึกกำลังร่วมกรมการปกครองเปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา 2 (SET ZERO)” ทลายเครือข่ายทุจริตสวมสิทธิทางทะเบียน

แบ่งปันข่าวนี้ :

“บิ๊กราญฯ บุกสุราษฎร์!! ผนึกกำลังร่วมกรมการปกครองเปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา 2 (SET ZERO)” ทลายเครือข่ายทุจริตสวมสิทธิทางทะเบียน ลุยจับเจ้าหน้าที่รัฐ-พยานรับรอง-ต่างต้าว ปิดช่องภัยความมั่นคง

สืบเนื่องจากปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา” กรณีการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บุคคลที่มีเลขประจำตัวขึ้นตันด้วยเลข o) ให้กับบุคคลต่างด้าวซึ่งมีหนังสือเดินทางของประเทศเมียนมาในพื้นที่ อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ต่อมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับเบาะแสเพิ่มเติมจากประชาชนว่า อาจยังมีขบวนการนำบุคคลต่างด้าวเข้าสู่กระบวนการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนและการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรเลข 0) ให้แก่บุคคลต่างต้าวโดยมิชอบในพื้นที่ จว.สุราษฎร์ธานี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงร่วมกับกรมการปกครอง และหน่วยงานภาคีเศรือข่ายขยายผลการตรวจสอบในทุกสำนักทะเบียนในพื้นพื้นที่ จว.สุราษฎร์ธานี เพื่อป้องกันการนำเอกสารทางทะเบียนที่ได้มาโดยมิชอบ ไปใช้ให้เกิดความเสียหายต่อพี่น้องประชาชนคนไทยจากการสืบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริง พบพฤติการณ์น่าเชื่อได้ว่าเข้าข่ายกระทำทจริตหรือประพฤติมิชอบ โดยสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ กล่าวคือ มีการรับรองให้เพิ่มชื่อเข้าทะเบียนบ้าน ซึ่งมีเจ้าบ้านและพยานบุคคลมารับรองเอกสารอันเป็นเท็จ โดยที่บุคคลที่ได้รับจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะ


ทางทะเบียน ไม่มีคุณสมบัติเนื่องจากเป็นบุคคลต่างด้าวถือหนังสือเดินทางของประเทศเมียนมา (เป็นพลเมืองของ
ประเทศอื่น) มีหนังสือสำคัญประจำตัว (Certincate of Identty) ประกอบกับไม่ได้มีภูมิลำเนาและไม่ได้อาศัยอยู่จริง
ในทะเบียนบ้านในพื้นที่ จว.สุราษฎร์ธานี จึงเชื่อได้ว่าเป็นการกระทำการเพื่อให้บุคคลต่างด้าวได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนและการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทางทะเบียน(บัตรเลข 0) ซึ่งปรากฎข้อเท็จจริงโดยมีเอกสารหลักฐานยืนยันว่าเป็นผู้มีสัญชาติอื่นให้ได้มาซึ่งรายการอย่างใดอย่างหนึ่งในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ ซึ่งพฤติการณ์กระทำผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้ที่เกี่ยวข้องดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 พนักงานสอบสวน สภ.กาญจนดิษฐ์ และ สภ.เกาะสมุย ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ จำนวน 33 หมาย หมายค้น จำนวน 33 หมาย ประกอบด้วย
(1) เจ้าหน้าที่ของรัฐ
จำนวน 4 คน (4หมายจับ)
(2) พยานรับรอง
จำนวน 10 คน (10 หมายจับ)
(3) บุคคลต่างด้าว
จำนวน 19 คน (19หมายจับ)
เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าบ้านผู้รับรองการเพิ่มชื่อเข้าทะเบียนบ้าน บุคคลต่างด้าวและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในความผิดฐาน
ร่วมกันทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือรายการอย่างหนึ่งอย่างใด
ในทะเบียนบ้านหรือเอกสารทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 ความผิดฐานสนับสนุนการกระทำความผิด มาตรา 86 ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเป็นเท็จแก่
เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย มาตรา 137 มาตรา 267 ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มาตรา 157 และความผิดฐานเจ้าพนักงานรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ มาตรา 162 ตามประมวลกฎหมายอาญา

ล่าสุดวันนี้ (17 กันยายน 2569) เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรสุราษฎร์ธานี นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะ ประกอบด้วย พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.ผบช.ภ.8,พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรณ์ รอง ผบช.ภ..8, พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี, นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี, นายกมลสิษฐ์
วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง, พ.ต.ท.ทนง เพิ่มพูน ผู้อำนวยการกองป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ 4,นายศุภชัย คำคุ้ม ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ เขตพื้นที่ 8 กรมสอบสวนคดีพิเศษ, นายอัครเดช คงทรัพย์ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทจริตในภาครัฐ และหัวหน้าคณะทำงานต่อต้านความมั่นคงทางทะเบียน
(DOPA N.I.C.E) เปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา 2 (SET ZERO)” เพื่อจับกุมเครือข่ายการทุจริต การจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนและการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทางทะเบียน
โดยจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับแล้ว จำนวน 27 คน คน แบ่งเป็น เจ้าหน้าที่ของรัฐ 3 คน พยานรับรอง 4 คน และ
บุคคลต่างด้าว 15 คน สำหรับรายการที่ตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นการกระทำผิดจริง จำนวน 19 รายการได้ดำเนินการจำหน่าย ยกเลิก เพิกถอนรายการทารทางทะเบียนที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมายแล้ว และในส่วนของรายการที่
ต้องสงสัยเข้าข่ายเป็นการได้รายการทางทะเบียนมาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตำรวจภูธรรจังหวัดสุราษฎร์ธานี จะร่วมกับ อ.กาญจนดิษฐ์ และ อ.เกาะสมย ดำเนินการกำหนดให้เป็นบุคคลเฝ้าระวัง (Caution Sign) ในระหว่างกระบวนการ
ขยายผลการตรวจสอบ โดยให้จว.สุราษฎร์ธานี แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และหากพบว่าเป็น
การได้รายการทางทะเบียนมาโดยมิชอบจะดำเนินการจำหน่าย ยกเลิก เพิกถอนรายการที่ทุจริตต่อไป

และในส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเพิ่มเติมจะดำเนินการทางวินัยและทางอาญาอย่าง
เด็ดขาดโดยไม่ละเว้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเรียนต่อพี่น้องประชาชน และชาวต่างชาติทุกท่านว่า เรื่องนี้เป็นภารกิจตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่กำชับให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตรงไปตรงมา ภายใต้หลัก
“ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” โดยยึดพฤติการณ์และพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ไม่ยึดติดกับตัวบุคคลหรือสถานะของ
ผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเสมอภาค โปร่งใส และมีประสิทธิภาพทั้งนี้ หากประชาชนที่พบความผิดปกติหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการสวมสิทธิทางทะเบียน เช่น มีการ
จัดหาคนต่างด้าวมาทำบัตรโดยผิดปกติ มีเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดเรียกรับเงินเพื่อดำเนินการทางทะเบียน มีการใช้ชื่อ
บุคคลไทยถือครองธุรกิจแทนคนต่างด้าว มีการเปิดบัญชีญชีจำนวนมากโดยผิดปกติ หรือมีการใช้เอกสารประจำตัวที่สงสัยว่าได้มาโดยมิชอบ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นการยกระดับความมั่นคงทางทะเบียน เพราะข้อมูลทะเบียนราษฎรที่ถูกต้องเป็นรากฐานสำคัญของการคุ้มครองสิทธิประชาชน และเป็นด่านแรกในการป้องกันอาชญากรรมหลายรูปแบบ ตั้งแต่การสวมสิทธิบัญชีม้า นอมินี ไปจนถึงอาชญากรรมข้ามชาติ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการปิดช่อง ความเสียงตั้งแต่ต้นทาง ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและรักษาความมั่นคงของประเทศ

/////

อ่านแล้ว34 times!

แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.