ดค้น กำแพงเมืองโคราช ต่อเนื่อง เปิดร่องรอยประวัติศาสตร์ใต้ผืนดิน ชูแนวคิดอนุรักษ์สู่แลนด์มาร์กเมืองเก่า

แบ่งปันข่าวนี้ :

ขุดค้น กำแพงเมืองโคราช ต่อเนื่อง เปิดร่องรอยประวัติศาสตร์ใต้ผืนดิน ชูแนวคิดอนุรักษ์สู่แลนด์มาร์กเมืองเก่า

นครราชสีมา การขุดตรวจทางโบราณคดีบริเวณกำแพงเมืองนครราชสีมาด้านทิศตะวันออก บริเวณพลล้าน ริมถนนพลล้าน เขตเทศบาลนครนครราชสีมา กำลังเดินหน้าค้นหาร่องรอยแนวกำแพงเมืองเพิ่มเติม สะท้อนความสำคัญของการอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่ยังคงซ่อนอยู่ใต้ผิวดินของเมืองโคราช

นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการ เปิดเผยว่า การขุดตรวจครั้งนี้เป็นการขุดค้นเพิ่มเติมจากพื้นที่เดิม โดยกำหนดแนวขุดตรวจความยาวประมาณ 10 เมตร เริ่มดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2569 และมีกำหนดดำเนินการต่อเนื่องจนถึงวันที่ 3 กันยายน 2569

หากการขุดค้นครั้งนี้พบแนวกำแพงเมืองต่อเนื่อง จะทำให้แนวกำแพงเมืองที่ค้นพบเพิ่มจากเดิม 27.5 เมตร เป็นประมาณ 37.5 เมตร ขณะที่บริเวณหัวและท้ายของพื้นที่พลล้านยังมีพื้นที่รอการขุดตรวจค้นหาแนวกำแพงเมืองอีกประมาณ 70-80 เมตร

นายวรรณพงษ์ กล่าวว่า การค้นพบครั้งนี้ถือเป็นความก้าวหน้าสำคัญด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีของเมืองนครราชสีมา โดยการค้นหาร่องรอยกำแพงเมืองเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2542 ก่อนมีการขุดตรวจและศึกษาพื้นที่เพิ่มเติมในหลายจุด นำไปสู่การบูรณะและการศึกษาประวัติศาสตร์เมืองเก่าอย่างต่อเนื่อง

สำหรับตัวอย่างทางโบราณคดีที่พบจากการขุดค้น ได้มีการส่งตรวจวิเคราะห์อายุทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะอิฐในระดับพื้นที่ใช้งานเดิม ซึ่งอาจช่วยสอบทานข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับช่วงเวลาการสร้างเมืองนครราชสีมาในสมัยอยุธยา รวมถึงประเด็นทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการสร้างเมืองในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

นอกจากนี้ การศึกษาทางโบราณคดีในเขตเมืองเก่านครราชสีมายังพบหลักฐานการอยู่อาศัยของมนุษย์ย้อนกลับไปถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์สมัยสัมฤทธิ์ ราว 2,600 ปีมาแล้ว รวมทั้งการค้นพบเครื่องประดับทองคำร่วมกับโครงกระดูกมนุษย์เพศหญิงจากการขุดค้นในปี 2567 ซึ่งสะท้อนถึงความมั่งคั่งและการติดต่อแลกเปลี่ยนกับชุมชนภายนอกในอดีต

นักโบราณคดีชำนาญการระบุว่า ร่องรอยกำแพงเมืองที่พบในปัจจุบันเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันการมีอยู่จริงของกำแพงเมืองนครราชสีมาในอดีต ซึ่งแม้กำแพงเมืองส่วนใหญ่จะถูกรื้อถอนในช่วงทศวรรษ 2470 แต่ร่องรอยบางส่วนยังคงรอดพ้นจากการพัฒนาและการก่อสร้างในเวลาต่อมา

ในอนาคต สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา และเทศบาลนครนครราชสีมา จะร่วมกันหารือและวางแนวทางอนุรักษ์พื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยหากมีการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณคูเมืองหรือพื้นที่เมืองเก่า จะต้องดำเนินการขุดตรวจทางโบราณคดีก่อน เพื่อป้องกันการก่อสร้างที่อาจส่งผลกระทบต่อหลักฐานสำคัญใต้ผิวดิน

ทั้งนี้ นครราชสีมาเป็นเมืองที่มีความร่ำรวยทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และโบราณคดี การอนุรักษ์สิ่งที่บรรพบุรุษทิ้งไว้จึงไม่ใช่เพียงการรักษาอิฐหรือกำแพงเก่า แต่เป็นการรักษารากเหง้าและอัตลักษณ์ของเมืองไว้ให้คนรุ่นหลัง

อย่างไรก็ตาม พื้นที่แนวกำแพงเมืองด้านตะวันออก ตั้งแต่บริเวณโค้งวัดศาลาลอยไปตามแนวเมืองเก่า ยังมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นเส้นทางเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี รวมถึงเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของนครราชสีมา โดยจะมีการจัดนิทรรศการบริเวณหลุมขุดค้น เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมเรียนรู้ร่องรอยกำแพงเมืองโคราช และตระหนักถึงคุณค่าของการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมร่วมกัน

เพราะสิ่งที่อยู่ใต้ผืนดิน ไม่ได้เป็นเพียงอดีตที่ถูกฝังไว้ แต่คือรากฐานของเมือง ที่ทุกคนควรร่วมกันดูแลและส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป

อ่านแล้ว62 times!

แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.