ลูกเรียนโขน แม่เรียนนาฏศิลป์ กิจกรรมวันหยุดที่ไม่ได้มีแค่เรื่องกินเที่ยว

คอมมูนิตี้สืบสานวัฒนธรรม วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม
วันหยุด ถือเป็นเวลาสำหรับการพักผ่อน หลายคนจะเลือกใช้ชีวิตบนที่นอนหรือทำกิจกรรมที่ชอบในช่วงสั้นๆ หลังจากตากตรำทำงานมาแล้วตลอดทั้งสัปดาห์ แต่ก็มีไม่น้อยมีจะเลือกใช้การเดินทางออกไปนอกบ้านเพื่อไปหาร้านอาหาร คาเฟ่ หรือแหล่งช๊อปปิ้ง ตามไลฟ์สไตล์ที่ชอบซึ่งก็มีกิจกรรมหลากหลายให้ได้เลือก

ทุกวันอาทิตย์ ช่วงสายที่หน้าลานน้ำตก ภายในวัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม มีผู้ปกครองและนักเรียนชายหญิงที่เป็นเยาวชนกลุ่มหนึ่งจจะสวมเครื่องแต่งกายด้วยเสื้อยืดสีขาวสะอาด และผ้าโจกระเบน สีแดงสด ฝึกร่ายรำด้วยท่าทางอ่อนช้อย ประกอบกับเสียงดนตรีไทย ซึ่งเป็นภาพบรรยากาศที่หาดูได้ไม่บ่อยนัก แต่ที่นี่ พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสฯ ได้ร่วมมือกับอาจารย์สุดสงวน ทองมา ประธานชมรมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย อาจารย์พิเศษและกรรมการฝ่ายจัดการแสดงบนเวทีสภากาชาดไทย ในหน่วยงานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้และคณะครูผู้ฝึกสอน โขนและนาฏศิลป์ ในการจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กนักเรียน นักศึกษาและประชาชนที่ให้ความสนใจเรียนรู้และสืบสานสมบัติของชาติ ซึ่งหนึ่งใน Soft Power ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ ที่เด่นชัดของชาติให้คงอยู่ในสังคมของทุกช่วงวัยแท้ในจะอยู่ในยุคแห่งการสื่อสารระบบดิจิตอล จากการเริ่มต้นปฐมนิเทศเริ่มโครงการไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 โดยเป็นการเรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ผ่านมาทุกวันนี้ สิ่งที่ได้พบนอกเหนือจากกิจกรรมที่ทั้งครูและลูกศิษย์ ตั้งใจในการถ่ายทอดความรู้แล้ว ยังพบว่าหลายครอบครัวถือโอกาสใช้สถานที่แล้วเวลาเหล่านี้ในวันหยุดเป็นการทำกิจกรรมร่วมกันเมื่อผู้ปกครองมาส่งบุตรหลานเข้าเรียนก็จะอาศัยการเรียนรู้ไปด้วย เช่นลูกเรียนโขน แม่ก็จะขอเรียนนาฏศิลป์ อีกกลุ่ม โดมกิจกรรมลานหน้าน้ำตกจึงกลายเป็นคอมมูนิตี้ แห่งใหม่ที่เป็นลานสานต่อวัฒนธรรมและเป็นสถานที่พบปะแลกเปลี่ยนข้อมูล ระหว่างครอบครัวอีกแห่งหนึ่ง และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของหลวงพี่น้ำฝน ที่ต้องการให้พื้นที่ของวัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม ได้ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด

อาจารย์วัลลภา วงศ์ศักดิรินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและส่งเสริมสุขภาวะนักเรียน โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศิลปากร (มัธยมศึกษา) มารดาของ ด.ญ.เนติมา วงศ์ศักดิรินทร์ บอกว่า ทราบว่าโครงการนี้เปิดสอนฟรีซึ่งเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่ดีจึงได้ให้บุตรสาวมาเรียนโขน ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ยากและต้องได้รับการฝึกฝนอย่างจริงจัง แต่เมื่อมาดูแลคิดว่าระหว่างรอควรจะใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์จึงได้ลงเรียนด้านนาฏศิลป์ไปพร้อมกัน ซึ่งต้องบอกว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมากที่ทางวัดไผ่ล้อมฯ ได้มีการจัดโครงการดีดีนี้ขึ้น

ด้าน ดร.ธิดารัตน์ สืบญาติ อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม กล่าวว่าอยากที่จะสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทย ซึ่งเห็นเด็กได้เรียนโขน ถือว่าเป็นประโยชน์มากอย่างแรกคือการที่เด็กๆจะได้ฝึกฝนในเรื่องของสมาธิ อีกส่วนคือการได้ให้เยาวชนและประชาชนได้มีการเรียนรู้อนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมโขนและนาฏศิลป์ไทยซึ่งเป็นสมบัติของชาติที่มีมาตั้งแต่ยาวนาน ตรงนี้ก็ต้องขอขอบคุณหลวงพี่น้ำฝนที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้ด้วยเพราะถือว่าเป็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง
อ่านแล้ว49 times!

