กลุ่มหยก A-List สถาบันพระปกเกล้า จัดกิจกรรม “หัวหินอิ่มใจ ปันอาหาร ปันสุข ปลูกคุณภาพชีวิต” สานต่อแนวคิด “อิ่มถึงบ้าน”

เชื่อมอาหารส่วนเกินกับกลุ่มเปราะบาง ดึงเทศบาล SOS และชุมชนร่วมสร้างระบบแห่งการแบ่งปัน
ประจวบคีรีขันธ์, 13 สิงหาคม 2569 – กลุ่มหยก ผู้เรียนหลักสูตร A-List สถาบันพระปกเกล้า จัดกิจกรรม “หัวหินอิ่มใจ ปันอาหาร ปันสุข ปลูกคุณภาพชีวิต” (Hua Hin Sharing Table) ณ อาคารศูนย์การเรียนรู้ชุมชน วัดเขาอิติสุคโต อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อขับเคลื่อนแนวคิด “อิ่มถึงบ้าน” เชื่อมโยงอาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพจากผู้ประกอบการและภาคีเครือข่าย ส่งต่อไปยังผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และกลุ่มเปราะบางในชุมชน โดยได้รับเกียรติจาก นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย พระครูสุนทรคีรีวงศ์ เจ้าอาวาสวัดเขาอิติสุคโต นางสาวไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายณัฐพงศ์ รอดมี ผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ผู้แทนหน่วยงานราชการในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาคีเครือข่าย ภาคเอกชน ชุมชน และอาสาสมัคร เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อร่วมกันสร้างความร่วมมือในการดูแลกลุ่มเปราะบาง และพัฒนาหัวหินสู่ “เมืองแห่งการแบ่งปัน”
กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนแนวคิดสำคัญของกลุ่มหยก ว่าการพัฒนาไม่ควรมองเพียงความเจริญทางเศรษฐกิจหรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องมองถึงคุณภาพชีวิตของคนทุกกลุ่มด้วย โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจยังเข้าไม่ถึงทรัพยากรและบริการพื้นฐานอย่างเท่าเทียม จุดเริ่มต้นจากการมองเห็น “อีกด้าน” ของเมืองหัวหิน แนวคิดโครงการ “อิ่มถึงบ้าน” เริ่มต้นจากการตั้งคำถามของกลุ่มหยกต่อเมืองหัวหิน ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีโรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจบริการ และผู้ประกอบการจำนวนมาก ขณะเดียวกัน เมื่อมองเข้าไปในระดับชุมชน ยังพบผู้สูงอายุที่อยู่เพียงลำพัง ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้พิการ และครอบครัวเปราะบางที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพ
กลุ่มหยกจึงมองเห็นโอกาสในการเชื่อมโยงทรัพยากรสองด้านเข้าด้วยกัน คือ อาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพจากผู้ประกอบการ กับ ความต้องการอาหารของกลุ่มเปราะบางในชุมชน แนวคิดดังกล่าวจึงไม่ได้เริ่มต้นจากการ “แจกอาหาร” แต่เริ่มจากการสร้าง “ระบบการเชื่อมโยง” ระหว่างผู้ให้กับผู้รับ รวมทั้งเชื่อมโยงภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาชน ภาควิชาการ ภาคสาธารณสุข และอาสาสมัคร เพื่อร่วมกันสร้างระบบส่งต่ออาหารที่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการนำองค์ความรู้และกระบวนการเรียนรู้จากหลักสูตร A-List สถาบันพระปกเกล้า มาต่อยอดสู่การปฏิบัติจริง โดยกลุ่มหยกนำประเด็นปัญหาที่พบในพื้นที่มาพัฒนาเป็นแนวคิดโครงการ และเชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ให้เข้ามาร่วมกันออกแบบแนวทางแก้ไข หัวใจสำคัญคือการทำให้การเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงในห้องเรียน แต่สามารถนำไปสู่การทำงานร่วมกับพื้นที่จริง และสร้างความร่วมมือระหว่างผู้เรียน หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม ชุมชน และผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ
สำหรับโครงการ “อิ่มถึงบ้าน” กลุ่มหยกมองว่า การดูแลกลุ่มเปราะบางไม่สามารถเป็นหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย โดยแต่ละฝ่ายนำศักยภาพของตนเองเข้ามาเติมเต็มกัน
หนึ่งในภาคีสำคัญของโครงการคือ เทศบาลนครหัวหิน ซึ่งมีบทบาทในการประสานและเชื่อมโยงภาคส่วนต่าง ๆ ให้สามารถทำงานไปในทิศทางเดียวกัน บทบาทของเทศบาลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสนับสนุนกิจกรรม แต่ยังมุ่งให้เกิดการพัฒนาระบบในระยะยาว ทั้งการเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม อาสาสมัคร และชุมชน รวมถึงการพัฒนาฐานข้อมูล การคัดกรองผู้รับ การประสานการรับและส่งต่ออาหาร และการติดตามผล เพื่อให้การช่วยเหลือสามารถเข้าถึงผู้ที่ต้องการได้อย่างทั่วถึง
ขณะเดียวกัน มูลนิธิ SOS หัวหิน เข้ามาเป็นภาคีสำคัญในการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการจัดการอาหารส่วนเกิน ซึ่งเป็นหัวใจของการทำให้การส่งต่ออาหารมีคุณภาพและปลอดภัย SOS มีบทบาทในการถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการอาหาร ตั้งแต่การรับอาหารจากผู้บริจาค การตรวจสอบคุณภาพอาหาร การจัดเก็บและขนส่ง การสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ ตลอดจนการพัฒนาระบบและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับทีมงานและอาสาสมัครในพื้นที่
อีกหนึ่งภาคีสำคัญคือ ชุมชนวัดเขาอิติสุคโต ซึ่งเข้ามามีบทบาทผ่านการจัดตั้งและดำเนินงาน ครัวกลางชุมชน เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ในพื้นที่ การมีส่วนร่วมของชุมชนทำให้เกิดกลไกการจัดการในระดับพื้นที่ ตั้งแต่การเตรียมอาหาร การประสานงาน ไปจนถึงการเชื่อมโยงกับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งชุมชนไม่ได้เป็นเพียง “ผู้รับความช่วยเหลือ” แต่เป็นผู้ร่วมออกแบบและผู้ร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการทำให้โครงการสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

อีกมิติหนึ่งที่โครงการให้ความสำคัญคือ คุณภาพของอาหารและความเหมาะสมกับสุขภาพของผู้รับ กลุ่มหยก มองว่า ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้พิการ และผู้ป่วยโรคเรื้อรังแต่ละคนมีความต้องการด้านโภชนาการแตกต่างกัน การส่งต่ออาหารจึงไม่ควรมองเพียงว่า “มีอาหารให้รับประทาน” แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและความปลอดภัยของอาหารด้วย นอกจากนี้ การนำอาหารไปส่งถึงบ้านยังมีคุณค่าทางจิตใจ เพราะนอกจากผู้รับจะได้รับอาหารแล้ว ยังได้รับความรู้สึกว่า มีคนมองเห็นและพร้อมดูแล ซึ่งเป็นอีกมิติหนึ่งของการสร้างคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของกลุ่มเปราะบาง
กิจกรรม “หัวหินอิ่มใจ ปันอาหาร ปันสุข ปลูกคุณภาพชีวิต” จึงถูกออกแบบให้เป็นมากกว่างานส่งมอบอาหาร โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นกระบวนการทำงานจริง ผ่านนิทรรศการ “เส้นทางความอิ่ม” แพลตฟอร์มดิจิทัล “ส่งอิ่ม” การแสดงเจตนารมณ์ “เปลี่ยนหัวหินให้ดีกว่า” คูปองส่งอิ่ม ตลอดจนกิจกรรมการปรุงอาหารและการปล่อยขบวน “นักส่งอิ่ม” เพื่อนำอาหารไปส่งต่อให้กับครอบครัวเป้าหมายในพื้นที่ ความสำเร็จของ “อิ่มถึงบ้าน” ไม่ควรวัดเพียงจำนวนมื้ออาหารที่สามารถส่งต่อได้ แต่ควรหมายถึงการที่คนในเมืองสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งปันอาหาร เวลา ความรู้ ทรัพยากร หรือกำลังใจ

เป้าหมายในระยะต่อไปจึงคือการพัฒนาโครงการจาก “โครงการหนึ่งโครงการ” ไปสู่ “ระบบความร่วมมือของเมือง” และในที่สุดให้การแบ่งปันกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการดูแลกันของคนหัวหิน เพราะหัวใจของ “อิ่มถึงบ้าน” ไม่ได้อยู่ที่การส่งอาหารเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำให้คนในเมืองรู้สึกว่า เมื่อมีใครกำลังเดือดร้อน จะมีคนพร้อมลุกขึ้นมาช่วยกัน
อ่านแล้ว58 times!

