CIB เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่าย “บิ๊กจ๊อต” ใช้หญิงไทยลำเลียงเฮโรอีนข้ามชาติ ยึดยาเสพติดกว่า 132 กก. มูลค่าทะลุ 400 ล้านบาท

แบ่งปันข่าวนี้ :

CIB เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่าย “บิ๊กจ๊อต” ใช้หญิงไทยลำเลียงเฮโรอีนข้ามชาติ ยึดยาเสพติดกว่า 132 กก. มูลค่าทะลุ 400 ล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฏิบัติการบูรณาการครั้งใหญ่ ทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติของ “บิ๊กจ๊อต” หัวหน้าขบวนการชาวต่างชาติผิวสี ซึ่งใช้หญิงไทยเป็นเครื่องมือขนลำเลียงเฮโรอีนและโคเคนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทย ก่อนส่งต่อออกต่างประเทศและกระจายสู่เครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดทั่วโลก สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 13 ราย ตรวจยึดเฮโรอีนกว่า 110 กิโลกรัม และโคเคนกว่า 22 กิโลกรัม รวมมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท

การปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.), พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม, พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์, พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รองผู้บังคับการปราบปราม, พ.ต.อ.ปทักข์ขวัญนา รองผู้บังคับการปราบปราม, พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม รองผู้บังคับการปราบปราม, พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม และว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม

พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่จาก กก.1 และ กก.4 บก.ป., บก.ปคม., บก.ทล., ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.), สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย, ศุลกากรสุวรรณภูมิ, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม

ผลการปฏิบัติระหว่างวันที่ 18 พฤษภาคม ถึง 1 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 6 คดี จำนวน 13 ราย แบ่งเป็นคนไทย 7 ราย ชาวไนจีเรีย 5 ราย และชาวโปแลนด์ 1 ราย พร้อมตรวจยึดเฮโรอีนน้ำหนักรวม 110.413 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 331 ล้านบาท และโคเคน 22.2 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 66 ล้านบาท รวมมูลค่าของกลางกว่า 400 ล้านบาท

การจับกุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่จับกุม น.ส.กัลยรัตน์ ได้ในพื้นที่ซอยนวมินทร์ 42 เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร, นาย CHIADIKAOBI บริเวณถนนพัฒนาการ เขตสวนหลวง และ น.ส.สมพร ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) พร้อมยึดเฮโรอีน 66 กิโลกรัม

ครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 จับกุมนาย EMEKA ที่ด่านเก็บค่าผ่านทางเทพารักษ์, นาย ANAYO ภายในซอยรามคำแหง 24 และ น.ส.ลลิตา บริเวณหน้าโรงแรมในซอยเดียวกัน พร้อมยึดเฮโรอีน 5.907 กิโลกรัม และโคเคน 6.015 กิโลกรัม

ครั้งที่สาม วันที่ 22 มิถุนายน 2569 จับกุมนาย TOMASZ ชาวโปแลนด์ ที่อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะเตรียมนำเฮโรอีน 3.184 กิโลกรัม ลักลอบออกนอกประเทศ

ครั้งที่สี่ วันที่ 24 มิถุนายน 2569 จับกุม น.ส.วิสุดา และ น.ส.ธัญญกานต์ ภายในคอนโดมิเนียมย่านลาดพร้าว 130 พร้อมตรวจยึดเฮโรอีน 14.837 กิโลกรัม

ครั้งที่ห้า วันที่ 25 มิถุนายน 2569 จับกุมนาย THANKGOD และ นางดวงดาว ตั้งแต่บริเวณปากซอยกาญจนพันธ์ จังหวัดสมุทรปราการ ต่อเนื่องถึงสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) พร้อมตรวจยึดโคเคน 16.781 กิโลกรัม

ครั้งสุดท้าย วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่จับกุมนาย JOSEPH และนายศราวุธ ได้ที่ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมตรวจยึดเฮโรอีน 17.801 กิโลกรัม และรถยนต์โตโยต้าที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด

ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ” ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 ซึ่งมีโทษตั้งแต่จำคุก 5 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต ปรับตั้งแต่ 500,000-5,000,000 บาท หรือโทษประหารชีวิต

จากการสืบสวนพบว่า “บิ๊กจ๊อต” ซึ่งยังหลบหนีอยู่ต่างประเทศ เป็นหัวหน้าขบวนการที่ร่วมกับเครือข่ายชาวต่างชาติผิวสี ใช้วิธีตีสนิทหญิงไทยผ่านแอปพลิเคชัน TikTok ก่อนเดินทางเข้ามาสานสัมพันธ์ บางรายถึงขั้นอยู่กินฉันสามีภรรยาและมีบุตรร่วมกัน เพื่อสร้างความไว้วางใจ ก่อนหลอกหรือบังคับให้หญิงไทยเดินทางไปรับยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน แล้วลักลอบข้ามแม่น้ำโขงกลับเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ จากนั้นจึงใช้รถยนต์ของเครือข่ายลำเลียงเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งต่อให้สมาชิกชาวต่างชาติ และบางส่วนถูกเตรียมส่งออกไปยังประเทศที่สามผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ตำรวจยังพบว่าขบวนการมีการพัฒนาเทคนิคการอำพรางยาเสพติดอย่างแนบเนียน โดยซุกซ่อนเฮโรอีนไว้ในถุงขนม ถุงกาแฟ ถุงอาหารสัตว์ กล่องผ้าอเนกประสงค์ รวมถึงซ่อนในกระดาษจัดทรงเสื้อเชิ้ต เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้นและผ่านเครื่องเอกซเรย์สนามบิน

ข้อมูลการสืบสวนระบุว่า หากเฮโรอีนล็อตดังกล่าวสามารถลำเลียงไปถึงประเทศออสเตรเลียได้ จะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละประมาณ 10 ล้านบาท ส่งผลให้ของกลางทั้งหมดมีมูลค่าพุ่งสูงกว่า 1,000 ล้านบาท จึงเป็นแรงจูงใจสำคัญให้เครือข่ายลงทุนใช้หญิงไทยเป็นเหยื่อในการขนยาเสพติด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลติดตามจับกุม “บิ๊กจ๊อต” และผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานระหว่างประเทศเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้านกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะหญิงไทย ให้ระมัดระวังการสร้างความสัมพันธ์กับชาวต่างชาติผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หากถูกชักชวนให้รับส่งพัสดุหรือเดินทางลำเลียงสิ่งของโดยไม่ทราบรายละเอียด อาจเข้าข่ายตกเป็นเหยื่อขบวนการ Romance Scam และถูกดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งมีโทษร้ายแรงถึงประหารชีวิต พร้อมขอให้แจ้งเบาะแสผ่านสายด่วนกองบังคับการปราบปราม หรือโทรศัพท์หมายเลข 1195 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

อ่านแล้ว94 times!

แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.