จับคาหนังคาเขา ตำรวจคอมมาโด บุกรวบขบวนการรับซื้อบัญชีม้าคาห้างย่านเมืองทองธานี

แบ่งปันข่าวนี้ :

จับคาหนังคาเขา ตำรวจคอมมาโด บุกรวบขบวนการรับซื้อบัญชีม้าคาห้างย่านเมืองทองธานี ยึดของกลางพร้อมสมุดบัญชีนิติบุคคล สารภาพหวังฟันกำไร

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลา 21:30 น. ภายใต้อำนว นการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ. โดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ กก. 4 บก.ปพ. เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หลังสืบทราบเบาะแสขบวนการมิจฉาชีพข้ามชาติและกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ ลักลอบซื้อขายบัญชีเงินฝากที่เป็นรูปแบบ “นิติบุคคล” เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงินและหลอกลวงประชาชนสามารถจับผู้ต้องหาได้ 2 ราย ขณะกำลังนัดหมายส่งมอบของกลาง ที่บริเวณห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านเมืองทองธานี

หลังได้เบาะแสเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงวางแผนซ้อนแผนเข้าล่อซื้อโดยทำทีเป็นผู้ต้องการซื้อบัญชีดังกล่าวเพื่อนำไปใช้งาน จากนั้นได้นำกำลังเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณจุดนัดพบในย่านเมืองทองธานี จนกระทั่งพบผู้ต้องหาเป็นชาย 1 หญิง 1 เดินทางมายังที่เกิดเหตุด้วยท่าทีพิรุธเมื่อสายลับส่งสัญญาณยืนยันว่ามีการเจรจาตกลงซื้อขายของกลางเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดจึงแสดงตัวเข้าจับกุม ทราบชื่อนางสาวบุณยานุช หรือมิ้น อายุ 30 ปี และนายวรวุฒิ หรือแม็ค อายุ 40 ปี

จากการตรวจค้นพบของกลางอยู่ในซองไปรษณีย์สีเหลือง ประกอบด้วย สมุดบัญชีธนาคารกสิกรไทยในนาม “หจก.ดีเจแอล กรุ๊ป” จำนวน 1 เล่ม พร้อมเอกสารหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และโทรศัพท์มือถือที่ติดตั้งแอปพลิเคชันธนาคารพร้อมใช้งาน จำนวน 2 เครื่อง ซึ่งจากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าไม่ได้เป็นเจ้าของบัญชีตัวจริง แต่ได้รับงานต่อมาอีกทอดหนึ่ง โดยมีคนชื่อ “เจมส์” ติดต่อให้ไปรับของย่านพระราม 2 ซึ่งมีการรับช่วงต่อมาจากนายหน้าอีกคนซึ่งรู้จักกันในชื่อ “NB” ชาวจังหวัดราชบุรี

จากการสืบสวนทราบว่สขบวนการนี้มีการแบ่งค่าจ้างกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งผู้ต้องหาแต่ละรายจะได้ส่วนแบ่งจากการเป็นนายหน้าตัวกลางคนละประมาณ 10,000 บาทต่อการส่งมอบแต่ละครั้ง ทั้งนี้จะทำการขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆต่อไป ในเบื้องต้นได้แจ่งข้อหาทั้ง 2 คน “ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าว เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์” อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านแล้ว128 times!

แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.