บุรีรัมย์ ทยอยหลังน้ำตาหลังทราบข่าวพ่ออินฟู คนดังกลายเป็นนักต้มตุ๋น

แบ่งปันข่าวนี้ :

บุรีรัมย์ ทยอยหลังน้ำตาหลังทราบข่าวพ่ออินฟู คนดังกลายเป็นนักต้มตุ๋น

อำเภอพลับพลาชัย//ชาวบ้านอีกหลายคนผวาและหลั่งน้ำตา หลังทราบข่าวมีคนกว่า 10 คนถูกอดีต ส.อบต.พ่ออินหลูเอนเซอร์ชื่อดัง กลายเป็นนักต้มตุ๋นที่หลอกเอาที่ดินไปร่วมลงทุนแล้วเบี้ยว ซึ่งตรงกับที่พวกเขาโดนอยู่ในขณะนี้ โร่แจ้งความแต่ยังไร้หนทางเอาคืนเพราะได้โอนที่ดินให้เขาไปแล้ว วอนผู้รู้ชี้แนะ

วันที่ 6 มิ.ย.2569 กรณีชาวบ้านจาก อ.เมืองบุรีรัมย์ อ.ประโคนชัย และ อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ กว่า 10 ราย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ นายทอง (นามสมมติ) อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) แห่งหนึ่งในอำเภอประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เป็นพ่อของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง

กล่าวหา อดีต ส.อบต.คนดังกล่าวว่าได้ร่วมกับลูกน้อง มีพฤติกรรมต้มตุ๋นหลอกลวงในหลายรูปแบบ ทั้งหลอกให้นำที่ดินไปจำนองนายทุน, กู้เงิน ธ.ก.ส. อ้างต้องการเงินไปลงทุนทำธุรกิจเปิดลานรับซื้อข้าวเปลือก จะมีผลตอบแทนสูงชาวบ้านหลงเชื่อเพราะเคยเป็น ส.อบต.ที่มีคนนับหน้าถือตา ตามที่เสนอเป็นข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดได้มีชาวบ้านที่ อ.พลับพลาชัย อีกหลายคนเดินทางไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวน สภ.พลับพลาชัย อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ เพื่อต้องการแจ้งความเอาผิดนายทอง คนเดียวกันที่เป็นข่าวซ้ำอีก เพราะได้ก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน

นาง เหมือน ผะกาแก้ว อายุ72ปี(เสื้อลายดอกสีขาว)เล่าว่าตอนนั้นลูกเขยอยากทำธุรกิจ อยากให้นายทอง ช่วยเหลือจึงเอาที่ดินจำนวน 8 ไร่ไปปรึกษานายทอง ซึ่งได้ข้อสรุปว่าจะต้องโอนที่เป็นชื่อของนายทองก่อน ตนก็ทำตามเพราะอยากได้เงินทุนให้ลูกเขย 150,000 บาท เพื่อไปเปิดร้านรับซื้อข้าวเปลือกเหมือนนายทอง บ้างเพราะเท่าที่เห็นนายทอง รวยเร็ว มารู้ตอนนี้คือเงินที่รวยคือไปโกงคนอื่นมา

หลังจากได้เงินมาลงทุน 150,000 บาทเอาไปรับซื้อข้าวแต่กลับไม่รวยเร็วเหมือนนายทอง และมาทราบในภายหลังว่าที่ดินดังกล่าวไม่รู้ว่าไปตกอยู่กับใคร นายทองก็ติดต่อยาก และปรากฏว่ามีคนมาแจ้งว่าที่ดินจำนวน 8 ไร่ที่ตนทำนาอยู่ ห้ามทำนาแล้วเพราะที่ดินเขาซื้อไปแล้ว ตอนนี้ไม่รู้จะทำอย่างไร

ขณะที่นาง พรสุดา ศรีสุวรรณ อายุ52ปี(ผู้หญิงเสื้อสีชมพู )ตนเอาที่บ้านจำนวน 1 ไร่เศษไปขอกู้เงินกับนายทอง จำนวนเงิน 120,000 บาท แต่ต้องโอนที่ดินให้ตนก็ทำตามเพราะอยากได้เงินมาต่อทุน หลังจากนั้นได้คืนทุนให้ไปแล้วจำนวน 60,000 บาท

เมื่อไปถามหาที่ดินเพราะต้องการจะไถ่คืนได้รับคำตอบจากนายทอง ว่าถ้าอยากได้ให้ไปติดต่อที่สำนักงานบังคับคดี ยอมรับเมื่อได้ฟังคำนี้เข่าทรุดพูดอะไรไม่ออก เพราะพวกตนเป็นชาวบ้านธรรมดา ไม่รู้จะไปติดใครอย่างไร

นางพรสุดา เล่าทั้งน้ำตาว่า ที่ดินผืนนี้เป็นที่มรดกเป็นที่อยู่อาศัยหวังให้ลูกหลานใช้เป็นที่ซุกหัวนอน แต่กลับมาทำแบบนี้ ครอบครัวทำอะไรไม่ถูก จึงอยากให้ผู้รู้มาชี้แนะหรือหาแนวทางช่วยเหลือพวกตนด้วย////////////

คิวภาพ//บรรยากาศที่สถานีตำรวจ//เสียงผู้เสียหาย

ทีมข่าวบุรีรัมย์ รายงาน

อ่านแล้ว62 times!

แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.