คณะ วทน. รุ่น 2 ดูงานกฎหมาย “Grandeur Law” เวียงจันทน์ เจาะลึกความต่างปูทางร่วมมือธุรกิจไทย-ลาว เล็งยุทธศาสตร์ลาว “ฮับโลจิสติกส์-แบตเตอรี่เอเชีย”

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. พล.อ.ทรงธรรม สิทธิพงษ์ อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 3 รศ.ดร.พรชัย วิสุทธิศักดิ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ในฐานะตัวแทนผู้เข้าอบรมหลักสูตร “การบริหารเชิงนิติศาสตร์ระดับสูง” (วทน.) รุ่นที่ 2 และคณะนักศึกษา วทน.2 พร้อมผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธัชพงษ์ วงษ์เหรียญทอง อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ ได้เดินทางศึกษาดูงานด้านกฎหมาย ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) โดยเข้าเยี่ยมชม Grandeur Law & Partners ซึ่งเป็นบริษัทกฎหมายและที่ปรึกษาธุรกิจชั้นนำที่ให้บริการครบวงจรแก่บุคคลและองค์กรธุรกิจใน สปป.ลาว โดยมีท้าวบุนยะสิด ดาวปะสิด รองประธานสภาทนายความลาว ดร.เพ็ชร แสงปัญญา ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารชม Grandeur Law & Partnersและเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

โดยการศึกษาดูงานในครั้งนี้ได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อคิดเห็นเชิงลึกเกี่ยวกับกฎหมายการค้า การลงทุน ตลอดจนประมวลกฎหมายแพ่งและอาญาของ สปป.ลาว ซึ่งในปัจจุบันรัฐบาลลาวกำลังมุ่งมั่นสนับสนุนภาคเอกชนเพื่อเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่งผลให้มียอดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่ สปป.ลาว กำลังยกระดับบทบาทสู่การเป็น “ศูนย์กลางการเชื่อมต่อระดับภูมิภาค” (Logistics Hub) ผ่านโครงการรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน และโครงข่ายคมนาคมขนส่งที่ช่วยลดต้นทุน ย่นระยะเวลา และเปิดประตูการค้าสู่ตลาดใหญ่อย่าง จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ควบคู่ไปกับการเป็น “แบตเตอรี่แห่งเอเชีย” (Battery of Asia) จากการเป็นผู้ผลิตและส่งออกพลังงานสะอาดจากพลังงานน้ำ ซึ่งความโดดเด่นทางยุทธศาสตร์และกรอบกฎหมายที่เอื้อต่อการลงทุนนี้ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนทั่วโลกในปัจจุบัน



อย่างไรก็ตามการแลกเปลี่ยนทำให้เห็นความแตกต่างของกฎหมายในการดำเนินการทางธุรกิจ รวมถึงความต่างในกระบวนการยุติธรรม โดยทางผู้เข้าร่วมได้มีการหารือ เพื่อต่อยอดความร่วมมือระหว่างประเทศร่วมกันต่อไป

หลังจากนั้นกลุ่มผู้เข้าอบรมหลักสูตรวทน.2 ได้เข้าพบท้าวสุพาสิด ลอวันไซ อดีตหัวหน้าองค์การอัยการประชาชน แขวงอัตตะปือ เพื่อหารือเชิงลึกเกี่ยวกับโครงสร้างกระบวนการยุติธรรมของ “ศาลประชาชน” ซึ่งท้าวสุพาสิดได้ฉายภาพระบบศาลของลาวว่าแบ่งออกเป็น 3 ระดับหลัก ภายใต้การกำกับดูแลของสภาแห่งชาติ ประกอบด้วย ศาลประชาชนสูงสุด ศาลประชาชนภาค และศาลประชาชนระดับแขวง/เขต รวมถึงศาลทหาร ก่อนที่คณะ วทน. 2 จะเดินทางเข้าเยี่ยมชม คณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว (NUOL) สถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ เพื่อศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านกฎหมายอย่างรอบด้าน



โดยสถาบันแห่งนี้เปิดสอนหลักสูตรสำคัญที่ครอบคลุมทั้งกฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญา กฎหมายธุรกิจ รัฐศาสตร์ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นรากฐานในการพัฒนาบุคลากรขับเคลื่อนภูมิภาค ปัจจุบันมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวมีความร่วมมือทางวิชาการอย่างแน่นแฟ้นกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ การร่วมมือกันในครั้งนี้มุ่งเน้นการแบ่งปันบุคลากรและพัฒนางานวิจัยเพื่อยกระดับมาตรฐานทางกฎหมายร่วมกันอย่างยั่งยืน
อ่านแล้ว58 times!
