จิตอาสาที่ไม่ต้องรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา จิตเมตตาอยู่ที่จิตใจ ของเราเอง

โดย ด.ต.พัสกร ประมวญสิน(ดาบวุดดี้)
ผบ.หมู่ส.ทล.1กก.8บก.ทล.
กล่าว่า “ภายใต้เครื่องแบบคือหน้าที่… แต่ภายใต้ความเป็นมนุษย์คือการเกื้อกูล” เสื้อผ้าเก่า 1 ถุง เงินเล็กๆ น้อยๆ และข้าว 1 มื้อ อาจไม่ได้มากมาย แต่มันคือสิ่งที่เราตั้งใจมอบให้คุณป้าวัย 71 ปีที่เดินเข็นรถขายของท่ามกลางแดดร้อน… ตำรวจกับประชาชนก็เป็นพี่น้องกัน มีอะไรก็ต้องช่วยกันครับ ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุจนผิวกายแทบไหม้ ผมกับเพื่อนแวะจอดรถนั่งทานข้าวอยู่ที่ร้านหมูทอดแถวลาดกระบัง สายตาของผมสะดุดเข้ากับคุณป้าท่านหนึ่ง แกกำลังก้มหน้าก้มตาเข็นรถขายกระปุกออมสินปูนพลาสเตอร์อย่างทุลักทุเล
ผมสังเกตเห็นแกตั้งแต่ก่อนถึงแยกวัดพลมานีย์ จนแกเข็นมาถึงแถวบ้านเอื้ออาทรลาดกระบัง ระยะทางร่วมกิโลเมตรกว่าๆ ท่าทางที่อิดโรย ใบหน้าที่อาบไปด้วยเหงื่อ และแววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าสิ้นหวังคู่นั้น ทำให้ผมไม่สามารถนั่งดูเฉยๆ ได้
ผมตัดสินใจตะโกนเรียกแก… “ป้าครับ ป้าเข้ามาพักในร้านก่อน มากินข้าวก่อนครับ เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง”
แกชะงักและมีทีท่าตกใจเล็กน้อยก่อนจะยอมเดินเข้ามาในร้าน ผมเอ่ยปากถามแกว่า “วันนี้เป็นไงบ้างป้า ขายดีไหมครับ?” คำตอบที่ได้กลับมาทำเอาผมจุกในอก… แกบอกว่า “วันนี้ยังขายไม่ได้สักตัวเลยลูก”
ผมได้แต่ปลอบใจและบอกแกว่าไม่เป็นไรนะป้า พักให้หายเหนื่อยก่อน ผมรีบไปตักน้ำแข็งและหยิบน้ำอัดลมมาให้แกดื่มแก้กระหาย ระหว่างที่นั่งพัก คุณป้าเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงและแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความทุกข์ว่า แกอายุ 71 ปีแล้ว เดินทางมาจากจังหวัดพิจิตรโดยนั่งรถกระบะมากับคนรู้จักเพื่อมาเข็นของขายที่กรุงเทพฯ ทุกวันนี้ต้องเลี้ยงหลานกำพร้าถึง 3 คน เพราะแม่เด็กทิ้งไป ส่วนลูกชาย (พ่อของเด็ก) ก็ทำงานรายได้ไม่แน่นอน เงินคนชราที่ได้มาในแต่ละเดือน แกก็เอาไปซื้อข้าวสารตุนไว้ให้หลานๆ กิน ส่วนตัวแกเองต้องออกมาเดินเข็นรถสู้ชีวิตแบบนี้
ผมฟังแล้วสะท้อนใจ เลยบอกแกว่า “ป้าอยากกินอะไรสั่งเลยครับ เดี๋ยวผมจ่ายเอง” แกเกรงใจมาก ขอสั่งแค่ข้าวกะเพรา 1 กล่อง ผมจึงเดินไปหยิบน้ำอัดลมและน้ำเปล่าเพิ่มให้อีก แกจะได้เก็บไว้ดื่มระหว่างทาง
ก่อนแกจะไป ผมยื่นเงินให้แก 100 บาท พร้อมกับพูดความจริงอย่างจริงใจว่า… “ป้าครับ ผมไม่ได้อุดหนุนกระปุกออมสินนะ เพราะไม่รู้จะซื้อไปทำอะไร และตัวผมเองก็ไม่ได้มีเงินมากมาย แต่อันนี้ผมตั้งใจให้ป้านะ”
แกรับเงินไปพร้อมยกมือไหว้ขอบคุณ ผมเลยบอกแกไปว่า…

“ป้าครับ ผมเป็นตำรวจนะ อะไรที่พอช่วยกันได้ในยามลำบากก็ต้องช่วยกันครับ ตำรวจกับประชาชนก็เป็นพี่น้องกันนี่แหละ”
จากนั้นผมเดินไปที่รถ หยิบถุงเสื้อผ้าเก่าของผม (ซึ่งบางตัวใส่แค่ครั้งเดียว แต่ผมซักสะอาดใส่ถุงติดรถไว้ตั้งใจเอาไว้แจกคนที่ลำบากอยู่แล้ว) มอบให้แกไปอีก 1 ถุงใหญ่ แกยกมือไหว้ขอบคุณซ้ำๆ ด้วยสายตาที่มีประกายความหวังขึ้นมาบ้าง ก่อนจะขอตัวเข็นรถไปสู้ชีวิตต่อ
หากใครผ่านไปแถวลาดกระบัง แล้วเจอคุณป้าวัย 71 ปี เข็นรถขายกระปุกออมสินปูนพลาสเตอร์ ช่วยกันอุดหนุนแกหน่อยนะครับ… โลกเราจะน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ ถ้าเรามอบความเอื้ออาทรให้แก่กัน ด.ต.พัสกร กล่าวทิ้งท้าย
อ่านแล้ว89 times!
