กรมพินิจฯ ผนึกเอกชน เปิดโครงการ IFWM แปรรูปขยะเศษอาหาร สร้างอาชีพและจิตสำนึกเยาวชน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ (27 พ.ค.69) กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยกองบริหารการคลัง จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) “โครงการบริหารจัดการขยะเศษอาหารแบบบูรณาการ (Integrated Food waste Management Project – IFWM Project)” ภายใต้กรอบความร่วมมือภาครัฐ – เอกชน ระหว่างกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กับบริษัท ดับบลิวเอสไอ – ดีเอ็น หกเก้า จำกัด โดยมี นายโกมล พรมเพ็ง อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และ นายบาร์กาบ โมฮาน ดาส ประธานบริษัท ดับบลิวเอสไอ – ดีเอ็น หกเก้า จำกัด ร่วมลงนามฯ พร้อมด้วย นางสุจิตรา แก้วไกร รองอธิบดีกรมพินิจฯ ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงของกรมพินิจฯ บุคลากรที่เกี่ยวข้อง และคณะทำงาน เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 7-01 ชั้น 7 อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

นายโกมล พรมเพ็ง อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า กระผมรู้สึกเป็นเกียรติและมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับทุกท่านในพิธีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ “โครงการบริหารจัดการขยะเศษอาหารแบบบูรณาการ (Integrated Food waste Management Project – IFWM Project)” ภายใต้กรอบความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชนครั้งนี้ ปัจจุบันปัญหาเศษขยะอาหารที่เราได้ทำอาหารให้เด็กและเยาวชนมีปริมารณมาก ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและด้านการจัดการ
โดยที่ผ่านมาทางกรมพินิจฯ ได้มีการจัดการเชิงด้านการบริหารอย่างเป็นระบบ แต่ว่ายังไม่มีประสิทธิภาพ การที่ทางบริษัท ดับบลิวเอสไอ – ดีเอ็น หกเก้า จำกัด ได้เล็งเห็นความสำคัญขยะที่เกิดจากการใช้ในสถานพินิจฯ และได้มีแนวคิดในการนำเรื่องของขยะมาจัดการอย่างบูรณาการอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทางกรมพินิจฯ ให้ความสำคัญ ตระหนักและย้ำกับทุกสถานพินิจฯ ให้มีการจัดการขยะที่เป็นขยะอินทรีย์ที่สามารถนำไปสู่กระบวนการทำเป็นปุ๋ยได้ รวมถึงการจัดการน้ำเสียด้วยการนำมาใช้ในการเกษตรเพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าได้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทางกรมพินิจฯให้ความสำคัญสูงสุดและเป็นจุดเริ่มต้นในการทำงานร่วมกัน โดยมีกรอบความร่วมมือภายใต้การอำนวยความสะดวก การจัดเตรียมพื้นที่และสาธารณูปโภค สนับสนุนการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม พัฒนาทักษะด้านอาชีพและฝึกอบรมสำหรับเจ้าหน้าที่ ร่วมถึงให้ความร่วมมือต่าง ๆ ในการจัดทำโครงการในทุกๆ ด้าน “หากว่ามีความร่วมมือและได้ประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ก็จะทำให้การทำ MOU ในวันนี้ ประสบผลสัมฤทธิ์ในเรื่องของการปฏิบัติอาจจะนำไปสู่การขยายผลความร่วมมือในศูนย์ฝึกและอบรมฯและสถานพินิจฯแห่งอื่นต่อไป”

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้เด็กและเยาวชนตระหนักถึงปัญหาของขยะเศษอาหาร เป็นการยกระดับความรู้และการฝึกวิชาชีพในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาแปรรูปเศษอาหารให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การทำปุ๋ยอินทรีย์หรือพลังงานชีวภาพเพื่อปูทางสู่การสร้างอาชีพในอนาคต เป็นการปรับปรุงคุณภาพสุขาภิบาลและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมภายในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน ให้เป็นไปตามมาตรฐานความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงเป็นการช่วยลดปริมาณขยะและเป็นการประหยัดงบประมาณในการกำจัดขยะเศษอาหาร และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้เด็กและเยาวชนก้าวออกไปเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยจะเริ่มดำเนินการนำร่องโครงการฯ ณ สถานแรกรับเด็กและเยาวชนชายบ้านเมตตา สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการขยะเศษอาหารอย่างเป็นระบบและอนาคตสามารถขยายผลไปยังหน่วยงานในสังกัดได้ต่อไป
อ่านแล้ว62 times!
