รอง ผบ.ตร.มอบนโยบาย จนท.ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ศปชก.)

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.(มค.) หัวหน้าชุดเฉพาะกิจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางลงพื้นที่อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติตามนโยบายนายกรัฐมนตรี และนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบนโยบายที่เกี่ยวข้องกับ “นอมินี” และการจัดระเบียบพื้นที่เกาะพะงัน มีสาระสำคัญ ดังนี้ 1. เดินหน้าปราบปรามการกระทำผิดของคนต่างชาติที่เข้ามา “แย่งอาชีพ” หรือทำธุรกิจผิดกฎหมายในพื้นที่ท่องเที่ยว โดยยืนยันว่า รัฐบาลต้องการนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวและใช้จ่ายอย่างถูกต้อง ไม่ใช่เข้ามาประกอบธุรกิจหรือค้าขายแทนคนไทยโดยผิดกฎหมาย
- สั่งจัดระเบียบพื้นที่ท่องเที่ยว ชายหาด และการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อไม่ให้เกิดการยึดครองพื้นที่สาธารณะหรือเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน เน้นว่าชายหาดเป็นสมบัติสาธารณะ ไม่มีผู้ใดมีสิทธิครอบครอง
- ตรวจสอบเครือข่ายธุรกิจอำพรางและ “นอมินี” ที่ใช้คนไทยถือครองแทนต่างชาติ โดยขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสการกระทำผิดกฎหมาย โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างจริงจัง เป้าหมายหลัก คือ ทำให้เกาะพะงัน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นระเบียบ ประชาชนมีอาชีพและรายได้อย่างเป็นธรรม และป้องกันการเอาเปรียบจากทุนต่างชาติผิดกฎหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจ ล้างบางต่างด้าวสีเทา เดินหน้าปราบนอมินี และในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกำลังชุดเฉพาะกิจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมกำลังพลทั้งสิ้น 266 นาย ได้เปิดปฏิบัติการ “ทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน” ครั้งที่ 1 โดยมีผลการปฏิบัติ ตรวจค้นบริษัทต้นน้ำรับจดทะเบียนบริษัท นอมินีจำนวน 5 บริษัท และตรวจค้นบริษัทกลางน้ำซึ่งเป็นบริษัท นอมินี จำนวน 27 บริษัท บุคคลตามหมายจับ ประกอบธุรกิจต่างด้าวโดยมิชอบและถือหุ้นแทนเพื่อเลี่ยงกฎหมาย จำนวน 4 ราย ยึดที่ดินไว้ตรวจสอบการถือครองที่ดินของบริษัทนอมินี 36 แปลง มูลค่า 150 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.(มค.) หัวหน้าชุดเฉพาะกิจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติตามนโยบายนายกรัฐมนตรี และนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการดำเนินการปราบปรามบุคคลต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทย และทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น การใช้คนไทย เป็นนอมินีถือครองที่ดินและธุรกิจ การจดทะเบียนบริษัทนอมินี การทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต หรือการแย่งอาชีพคนไทย ในพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมคณะ ประกอบด้วยพล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จตช., พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ์ รอง ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี, พล.ต.ต.เลิศชาย จำปาทอง ผบก.สส.ภ.8, พล.ต.ต. ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม.,พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น.,พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผบก.สส.จชต. และ นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฉพาะกิจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 199/2569 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เรื่อง แต่งตั้งชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ศปชก.) จำนวน 32 นาย กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล จำนวน 15 นาย กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 8 จำนวน 80 นาย ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีจำนวน 60 นาย ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ จำนวน 18นาย สถานีตำรวจภูธรเกาะพะงัน จำนวน 40 นาย ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานีจำนวน 30 นาย กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จำนวน 25 นาย รวมกำลังพลทั้งสิ้น 300 นาย ปฏิบัติการ “ทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน ครั้งที่ 2”สรุปผลการปฏิบัติในวันนี้ ตรวจพบบริษัทที่เป็นนอมินี ไปซื้อและครอบครองที่ดินบนเกาะพะงัน ถือเป็นปลายน้ำ ซึ่งเป็นการถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ 1 บริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี จำนวน 32 บริษัท ที่ดิน 45 แปลง จำนวน 40 ไร่ 11.9 ตร.ว. ศาลอนุมัติหมายจับ 45 หมายจับ ศาลอนุมัติหมายค้น 15 หมายค้น สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติได้ 2.คน นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย กลุ่มที่ 2 กลุ่มบริษัทที่ครอบครองที่ดิน ซึ่งมีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 32 บริษัท ที่ดิน 38 แปลง จำนวน 38 ไร่ 7.5 ตร.ว. ศาลได้อนุมัติหมายค้น 21 หมาย เพื่อเข้าตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานและเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องมา ทำการสอบสวนปากคำ เกี่ยวกับการถือครองที่ดินในนามของทั้ง 32 บริษัท






พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอย้ำว่า เป้าหมายหลักของการปฏิบัติการในครั้งนี้ คือ การจัดระเบียบเกาะพะงันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีมาตรฐาน ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มทุนต่างชาติที่ผิดกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนคนไทยสามารถประกอบอาชีพและมีรายได้อย่างเป็นธรรม ประเทศไทยเปิดโอกาสให้คนต่างด้าวสามารถเข้ามาลงทุนและประกอบธุรกิจได้ตามกฎหมาย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นกฎหมายที่กำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจนว่า ธุรกิจใด ที่คนต่างด้าวสามารถดำเนินการได้และต้องได้รับอนุญาตในในรูปแบบใด กฎหมายดังกล่าวแบ่งลักษณะธุรกิจออกเป็นหลายบัญชีโดยในส่วนที่สำคัญ คือ “บัญชีสอง” และ “บัญชีสาม” ธุรกิจตามบัญชีสองจะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ส่วนธุรกิจตามบัญชีสาม คนต่างด้าวสามารถ ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจต่างด้าวได้ โดยอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นผู้พิจารณาอนุญาต




ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะดำเนินการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ เกาะพะงัน เท่านั้น แต่รวมถึงในพื้นที่อื่นๆ ด้วยอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง แต่จะไม่ให้เกิดผลกระทบกับการท่องเที่ยวของ พี่น้องประชาชน บนพื้นที่นั้นๆ อย่างแน่นอน จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน โดยจะร่วมกันประสานการปฏิบัติกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กรมการจัดหางาน กรมที่ดิน กรมสรรพากร เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและฝ่ายทหาร ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุดต่อไป
///////
อ่านแล้ว62 times!
