ไม่รอดสายตาAI ตำรวจท่องเที่ยว งานสืบสวน กก.2 บก.ทท.3 ใช้กล้อง AI ตรวจจับใบหน้า

แบ่งปันข่าวนี้ :

ไม่รอดสายตาAI ตำรวจท่องเที่ยว งานสืบสวน กก.2 บก.ทท.3 ใช้กล้อง AI ตรวจจับใบหน้า รวบสองหนุ่มไนจีเรียและโกตดิวัวร์อยู่เกินกำหนดกว่า 2 ปี (Overstay)

เมื่อวันที่ 8 พ.ค.69 ตามนโยบาย ตร.สั่งการให้ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ให้กวดขันจับกุมการกระทำความผิดของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 (ภูเก็ต) นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการกวาดล้างอาชญากรรม โดยสามารถจับกุมบุคคลต่างด้าวอยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) ได้ด้วยระบบกล้องตรวจจับใบหน้าอัจฉริยะ (AI Face Recognition) ที่ติดตั้งในรถโมบายอัจฉริยะ

โดย พ.ต.อ.ณรภณ วัฒนะกรทวี ผกก.2 บก.ทท.3 และ พ.ต.ท.สราวุฒิ เกาะกลาง สว.งานสืบสวน กก.2 บก.ทท.3 ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน นำโดย ร.ต.อ.ธีระพงค์ ธรฤทธิ์ รอง สว.กก.2 บก.ทท.3 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ลงพื้นที่กวาดล้างและตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

สามารถจับกุมชาวต่างชาติจำนวน 2 รายคือ รายที่ 1 MR.CLINTON UBASINACHI EKECHUKWU ชาวไนจีเรีย อายุ 24 ปี และ รายที่ 2 MR.OUSMANE KONE ชาวโกตดิวัวร์ อายุ 34 ปี ได้ที่บริเวณแหล่งท่องเที่ยวสำคัญพื้นที่ ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต “(รายที่1)ถือวีซ่าประเภท ผ.60 และอยู่เกินกำหนดมาแล้วเป็นเวลา 877 วัน และ ผู้ต้องหา (รายที่ 2) ถือวีซ่าประเภท ผ.60 และอยู่เกินกำหนดมาแล้วเป็นเวลา 739 วัน ” โดยการจับกุมในครั้งนี้เป็นการใช้ “กล้องตรวจจับใบหน้าแบบเคลื่อนที่” (Mobile AI Camera) ที่ติดตั้งไว้ในรถโมบายซึ่งมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลบุคคลต่างด้าวที่มีสถานะการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay)

นำตัวทั้งคู่ส่งพนักงานสอบสวน สภ.กะทู้ ดำเนินคดีข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” และผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป

/////

อ่านแล้ว58 times!

แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.