ชาวบ้านยกขบวนประท้วง โรงเชือดเถื่อน อ้างสนิท “ ชาดา ” เลยเปิดได้

วันนี้(22 เม.ย.69 )ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 88 ม.7 ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มีชาวบ้านมารวมตัวพร้อมกับชูป้ายที่มีข้อความ “ ปอดหนูจะพังแล้วดมน้ำเน่าทุกวัน สงสารพวกหนูเถอะจ๊ะ พวกเราชาวม.7 ไม่เอาโรงฆ่าสัตว์เถื่อน ช่วยด้วยๆ “ ซ้ำโรงงานขู่ข้าราชการไหนยุ่ง ชาดาสั่งย้ายหมด

นายสมศักดิ์ กสิประเสริฐ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 เล่าให้ฟังว่า ทางโรงเชือดปล่อยน้ำเสียลงไปในร่องระบายน้ำของชาวบ้านแล้วก็สะสมจนเกิดกลิ่นมันเน่า ชาวบ้านก็เลยรวมตัวนำรถมาตักดินถมข้างหลังเพื่อไม่ให้น้ำเสียในโรงเชือดไหลลงไป ซึ่งที่ผ่านมาก็จะมีทั้งกลิ่น ทั้งไขมันลอยในร่องน้ำ ช่วงแรกๆก็เชือดแค่ตัว 2 ตัว มาช่วงหลัง ๆ เริ่มทำเยอะขึ้น แล้วน้ำเสียมันก็จะเยอะขึ้น เห็นทางผู้ประกอบการอ้างว่าดูดน้ำเสียไปทิ้งที่อื่น ซึ่งไม่ทราบว่าไปทิ้งที่ไหน พื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่สีชมพู ซึ่งโรงฆ่าสัตว์ถือเป็นสถานประกอบการที่กระทบกับสิ่งแวดล้อมจึงไม่ให้มีการสร้าง ประกอบกับพื้นที่นี้อยู่ในเขตเทศบาลเมืองท่าผาด้วย ถ้าทำอะไรก็ต้องประชาคม ซึ่งครั้งแรกที่มีการทำประชาคมก็ไม่ผ่าน แต่ต่อมามีการทำประชาคมที่บ้านหลังนี้กลับผ่านเพราะคนที่มายกมือให้ไม่ใช่คนในพื้นที่ ชาวบ้านเคยไปร้องเรียนที่เทศบาล ทางเทศบาลก็ส่งเรื่องไปจังหวัด จังหวัดเขาก็มาตรวจ และวันนี้ทราบว่าจะมาอีกรอบ ซึ่งความต้องการของชาวบ้านคืออยากให้หยุดแล้วทำให้ดีกว่านี้ก่อนค่อยเปิด

ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบรายหนึ่งเล่าว่า ที่ผ่านมาก็มีการเรียกประชุมกัน แล้วก็มีออกเสียงว่า เราจะเอาหรือไม่เอา สุดท้ายเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าไม่เอาไม่ยินยอมให้สร้าง เพราะถ้าเกิดการเหม็นเน่า เกิดเชื้อแบคทีเรียหลายๆอย่าง แล้วยังมีเรื่องของแมลงวัน สิ่งปฏิกูล ไม่ว่าจะขนซากกระดูกไปหรือว่าน้ำล้างเลือด ซึ่งเขาจะดูดไปทิ้งที่อื่น แต่ที่ไหนนั้นเดี๋ยวเราค่อยติดตามกัน ที่ผ่านมาก็มีเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการ มีการยึดของกลางเป็นซากวัว กี่ตัวไม่รู้ ยึดหลักฐานไปแล้วก็ให้หยุดกิจการไปก่อนแต่ก็ยังทำต่อ โดยอ้างคนใหญ่คนโต จนชาวบ้านไม่กล้าที่จะร้องเรียนเพราะกลัวว่าหน่วยงานที่มาตรวจสอบจะถูกสั่งย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่คราวนี้ชาวบ้านสุดทนแล้วจึงต้องรวมกันออกมาร้องเรียน
ซึ่งขณะที่ชาวบ้านกำลังให้ข้อมูลก็ได้มีทางผู้ประกอบการโรงฆ่าสัตว์ได้ออกมาโต้เถียงกับชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านถามว่าโรงฆ่าสัตว์แห่งนี้มีใบอนุญาติหรือไม่ ทางผู้ประกอบการกลับบอกว่ายังไม่มีตอนนี้ยังเถื่อนอยู่ แต่กำลังทำเรื่องขออนุญาติซึ่งยังมีอีกหลายที่จะต้องทำก่อนจะไปขออนุญาต

ส่วนชาวบ้านอีกรายก็บอกว่าได้รับการแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำหมู่บ้านว่า โรงงานแห่งนี้ใช้แรงงานต่างด้าวที่มาจากทางตะเข็บชายแดน ซึ่งส่วนใหญ่คนเหล่านี้จะมีเชื้อโรคเท้าช้างและมาลาเรียอยู่ในตัว หากมียุงซึ่งน้ำเสียที่ไหลออกไปนั้นเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงและแมลงวันหากไปกัดเขาแล้วมากัดชาวบ้านก็จะทำให้โรคนั้นติดต่อกันไปได้ รวมทั้งหากวัวที่นำมาเชือดนั้นมีเชื้อวัวบ้า น้ำที่ล้างเลือดล้างพื้นไหลลงลำคลองสาธารณะก็อาจจะทำให้ชาวบ้านนั้นติดเชื้อทั้งหมู่บ้านได้ หากจะต้องให้คนส่วนใหญ่ขายที่ดินหลายร้อยไร่ซึ่งเป็นสมบัติของพ่อแม่ปู่ย่าตายาย เพื่อหนีคนที่มีพื้นที่แค่ 6 งานซึ่งเป็นคนที่อื่นที่ที่พึ่งจะมาอยู่ มันใช่ไหม
ต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่จากปศุสัตว์ จ.ราชบุรี เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.และเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองท่าผา ได้ร่วมกันเข้ามาตรวจสอบในโรงฆ่าสัตว์แห่งนี้อีกครั้ง หลังเคยมาตรวจแล้วเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 และได้สั่งให้ทำการหยุดกิจการไปก่อนจนกว่าจะมีการขออนุญาตได้ โดยพบว่ายังมีการดำเนินกิจการอยู่ จึงสั่งให้หยุดทันทีและให้ทำเรื่องขออนุญาติก่อน หากยังฝ่าฝืนทางเทศบาลเมืองท่าผาจะดำเนินการทางกฎหมายทันที

หลังจากนั้นได้มีชาวบ้านคนหนึ่งได้พาผู้สื่อข่าวไปดูบริเวณริมคลองสาธารณะและเป็นป่าที่อยู่ไม่ห่างจากหมู่บ้าน ซึ่งมีการนำกระดูกวัวและขนวัวมาทิ้งเกลื่อนพื้นที่ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ จึงอยากให้หน่วยงานมาตรวจสอบด้วยเพราะในทุกๆวันจะมีรถนำกระดูกวัวเหล่านี้ใส่กระสอบมาทิ้งมาทิ้งทุกวัน จนทำให้เกิดแมลงวันในบริเวณนี้จำนวนมาก
อ่านแล้ว50 times!
