มทส. โคราช วิจัยพลังงานทดแทนน้ำมันไพโรไลซิสจากขยะแก้ทางเลือกวิกฤติน้ำมันไม่พอใช้ทั่วประเทศ

วันที่ 24 มีนาคม 2569 นายอัมรินทร์ วงษ์พันธุ์ รองผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน นำคณะสื่อมวลชน ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ส.กทอ. ลงพื้นที่ติดตามกระบวนการจัดการขยะด้วยเทคโนโลยีไพโรไลซิส พร้อมอธิบายว่า ขยะมีมลพิษอยู่แล้วตั้งแต่ต้นทาง แต่หากบริหารจัดการอย่างถูกวิธี ก็สามารถเปลี่ยนให้เป็นพลังงานได้ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่การควบคุมระบบให้จัดการขยะได้อย่างครบวงจรและยั่งยืน
นายอัมรินทร์ กล่าวว่า กระบวนการไพโรไลซิสแตกต่างจากการเผาขยะทั่วไป เพราะเป็นการเผาแบบไร้อากาศในระบบปิด ไม่ใช่การเผากลางแจ้งหรือเผาตามทุ่งนา ควันและก๊าซที่เกิดขึ้นจากกระบวนการจะถูกเก็บรวบรวมและนำกลับมาใช้ประโยชน์ เนื่องจากสารเหล่านี้เป็นพลังงานในรูปไฮโดรคาร์บอนที่สามารถนำไปกลั่นเป็นน้ำมันและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น แนฟทา จึงช่วยลดการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร



ในส่วนของคุณภาพน้ำมันจากไพโรไลซิส ระบุว่า น้ำมันที่ได้มีคุณสมบัติใกล้เคียงน้ำมันดิบเบา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นน้ำมันผสมจากองค์ประกอบหลายชนิด จึงยังไม่สามารถนำไปใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลหรือเบนซินได้โดยตรง แต่ต้องผ่านกระบวนการกลั่นและแยกส่วนให้ได้มาตรฐานเป็นเกรดเบนซินหรือดีเซลก่อนจึงจะนำไปใช้งานได้ ขยะพลาสติกในชีวิตประจำวันมีความหลากหลาย ไม่ได้มาจากพลาสติกชนิดเดียว และอาจมีสีหรือสิ่งปนเปื้อนแตกต่างกัน แต่กระบวนการกลั่นและการทำความสะอาดสามารถรองรับได้ หากมีการพัฒนาเทคโนโลยีและการลงทุนที่เหมาะสม ปัจจุบันต้นทุนน้ำมันจากไพโรไลซิสอยู่ที่ราว 12 บาทต่อลิตร เมื่อเทียบกับราคาดีเซลในตลาดซึ่งอยู่ที่ประมาณ 30 บาทต่อลิตร จึงมองว่ายังมีช่องว่างทางเศรษฐกิจที่ทำให้การผลิตเชิงพาณิชย์มีความเป็นไปได้
ทั้งนี้ น้ำมันจากไพโรไลซิสอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับภาคการเกษตร โดยเฉพาะการใช้กับเครื่องจักรกลการเกษตร รถไถ รถตัก และเครื่องยนต์ดีเซลรอบต่ำ ซึ่งจะช่วยลดภาระต้นทุนด้านพลังงานได้ในอนาคต แม้ในกรณีที่ต้องเพิ่มต้นทุนด้านการกลั่นและการทำความสะอาด ก็ยังประเมินว่าอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ หากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดยังอยู่ในระดับสูง



อย่างไรก็ตาม การพัฒนาต่อยอดไปสู่การกลั่นเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงยังติดข้อจำกัดด้านกฎหมาย เนื่องจากการกลั่นพลังงานเป็นกิจการควบคุมที่ต้องได้รับอนุญาต และปัจจุบันยังไม่เปิดให้จัดตั้งโรงกลั่นในลักษณะดังกล่าวได้ ทำให้การผลิตส่วนใหญ่ยังสิ้นสุดที่ระดับน้ำมันไพโรไลซิส แต่รัฐบาลได้ประกาศมาตรฐานน้ำมันไพโรไลซิสไว้แล้ว จึงสามารถผลิตและจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายในฐานะเชื้อเพลิงทดแทนน้ำมันเตา
ในช่วงที่ผ่านมา น้ำมันไพโรไลซิสยังไม่สามารถแข่งขันได้มากนัก เนื่องจากราคาน้ำมันเตาเคยอยู่ในระดับ 12-14 บาทต่อลิตร ทำให้พลังงานทดแทนยังไม่เป็นทางเลือกหลัก แต่หากราคาน้ำมันเตาปรับเพิ่มขึ้นถึง 20 บาทต่อลิตรเมื่อใด น้ำมันไพโรไลซิสก็จะมีศักยภาพสูงในการเข้ามาทดแทน และปัจจุบันสถานการณ์ก็เริ่มเข้าใกล้จุดดังกล่าวแล้ว โดยเฉพาะหากเกิดความไม่แน่นอนด้านพลังงานจากปัจจัยระหว่างประเทศหรือความขัดแย้งที่กระทบโครงสร้างพื้นฐานด้านโรงกลั่น ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องมองเรื่องการสำรองพลังงานในระยะยาว และลดการพึ่งพาจากภายนอกให้มากขึ้น เทคโนโลยีไพโรไลซิสจึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่มักเชื่อมโยงกับการผลิตไฟฟ้าแล้ว การจัดการขยะในระบบเดียวกันยังสามารถต่อยอดไปสู่การผลิตพลังงานได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับแนวทางการส่งเสริมและการพัฒนาในอนาคต
ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าวนครราชสีมา 061-018-4888
อ่านแล้ว206 times!
