2 รัฐมนตรี ลุยปราบเครือข่ายค้าไม้มีค่า ตรวจโกดังบางปะหัน อายัดไม้กว่า 3,350 ชิ้น ลุยเดินหน้าตามนโยบายรัฐบาลปราบเครือข่ายค้าไม้มีค่าข้ามชาติ มูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้าน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 12 มีนาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผู้กำกับการกองบังคับกรปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังของบริษัท ภาคินเทรดดิ้ง (5588) จำกัด เลขที่ 43/1 หมู่ 5 ต.หันสัง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ติดตามความคืบหน้าการตรวจยึดไม้ ลักลอบค้าไม้มีค่า จำนวนมาก เป็นไม้ที่แปรรูป ไม้ท่อน ปีกไม้ และปลายไม้ กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ บางส่วนมีการกองเอาไว้แล้วใช้ใบไม้ปิดทับเอาไว้ ทั้งหมดรวมแล้ว ไม่น้อยกว่า 3,350 ท่อน/แผ่น/ ปริมาตรไม่ต่ำกว่า 1,100 ลูกบาศก์เมตร บางส่วนมีการขนขึ้นรถตู้คอนเทรนเนอร์ เตรียมส่งออกนอกประเทศ เหลี่ยม


จากการตรวจสอบพบว่า ไม้ส่วนใหญ่ภายในโกดังมีลักษณะต้องสงสัยว่าอาจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย กรมป่าไม้จึงได้ทำการอายัดไม้ของกลางพร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากมีปริมาณไม้จำนวนมาก ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้อายัดเอกสารและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำไปตรวจสอบประกอบการพิสูจน์และขยายผล
นายสุชาติ กล่าวว่า การตรวจยึดอายัดไม้มีค่า ครั้งนี้ มีการจับกุมมาตั้งแต่รายเล็ก รายย่อย รายใหญ่ มีการจับกุมในพื้นที่ของ หนองคาย ฉะเชิงเทรา รวมแล้ว 8 คดี ทไม้ทั้งหมดที่เรามีการตรวจยึดได้ ต้นทางมาจากที่โกดังแห่งนี้ ไม้ที่เราตรวจยึดวันนี้ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท แต่หากไม้มีการแปรรูปแล้วส่งออกไปขาย ในประเทศจีน และเวียดนาม จะมีมูลค่าทางการค้าสูงกว่า 3,000 ล้านบาท ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน



กระทรวงยุติธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ เกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ฝ่ายปกครอง รวมถึงหน่วยงานด้านป่าไม้และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก
โดย เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษยังติดตามขยายผลจนพบความเคลื่อนไหว เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา มีการขนส่งไม้จากโกดังดังกล่าวโดยรถบรรทุกเทรลเลอร์มุ่งหน้าไปยังจังหวัดชลบุรี ภายในตู้คอนเทนเนอร์พบไม้ประดู่จำนวน 34 ท่อน ซึ่งมีปริมาตรและความยาวไม่ตรงกับเอกสารที่นำมาแสดง เจ้าหน้าที่จึงทำการอายัดรถบรรทุกพร้อมไม้ของกลางทั้งหมด และนำไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชบ.1 (บางละมุง) จังหวัดชลบุรี

ต่อมาเวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดและอายัดรถบรรทุกเพิ่มเติมอีก 2 คัน โดยดำเนินคดี 1 คัน ซึ่งลักลอบบรรทุกไม้ประดู่มาจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยสำแดงสินค้าเป็นมันสำปะหลังเพื่ออำพรางการตรวจสอบ ส่วนรถบรรทุกอีก 1 คัน ซึ่งบรรทุกไม้มาจากจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ถูกอายัดไว้เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม
ระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ยังพบ ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ภายในพื้นที่โกดัง ประกอบด้วยซากนก 10 ชนิด จำนวน 28 ซาก ซากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไม่ทราบชนิด 4 ชิ้นเนื้อ เกล็ดลิ่นน้ำหนักประมาณ 900 กรัม และซากสัตว์ป่าที่จัดเป็นกลุ่มอีก 21 กลุ่ม จำนวน 68 ซาก รวมของกลางทั้งสิ้น 96 ซาก และ 4 ชิ้นเนื้อ โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะนำไปตรวจพิสูจน์ชนิดและเก็บรักษาตามระเบียบจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะบูรณาการร่วมกับกระทรวงยุติธรรม เดินหน้าสืบสวนขยายผลอย่างเข้มงวด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินและยึดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด เพื่อสกัดและตัดวงจรเครือข่ายลักลอบค้าไม้ข้ามชาติอย่างเด็ดขาด และปกป้องทรัพยากรป่าไม้ซึ่งเป็นสมบัติสำคัญของประเทศต่อไป
อ่านแล้ว138 times!
