นาทีปฏิการปิดถนนจับกลางดึก ขบวนการคนแรงงานเถื่อนหลังเปลี่ยนเส้นทางลักลอบหนีการจับกุมแต่ไม่พ้นตำรวจทางหลวงอยุธยาติดตามเฝ้าระวัง

แบ่งปันข่าวนี้ :

นาทีปฏิการปิดถนนจับกลางดึก ขบวนการคนแรงงานเถื่อนหลังเปลี่ยนเส้นทางลักลอบหนีการจับกุมแต่ไม่พ้นตำรวจทางหลวงอยุธยาติดตามเฝ้าระวังจนรวบได้ทั้งรถนำและรถขนแรงงาน พร้อมแรงงานเถื่อนอัดมาในรถ 12 คน คาถนน ทล.340


เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา วันที่ 22 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอยุธยาได้สืบสวนในพื้นที่และจากการสืบทราบว่าจะมีขบวนการขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าตำรวจทางหลวงอยุธยา จึงเฝ้าระวังจนกระทั่งพบรถยนต์กระบะขับขี่ติดตามกันมา 2 คัน มีการขับขี่ที่เปลี่ยนช่องทางกะทันหันและใช้ความเร็วสูง ติดฟิล์มมืดทึบ มีเหตุอันควรต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ส่งสัญญาณไฟ และใช้สัญญาณเสียงรวมถึงการพูดออกคำสั่งผ่านไมโครโฟนเรียกรถยนต์กระบะ โตโยต้า รีโว่ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ยก 9429 เชียงใหม่ หยุด จนกระทั่งมาถึง บริเวณ กม.37 – 38 ถนนบางบัวทอง – สุพรรณบุรี ( ขาเข้า ) ทล.340 ตำบลเทพมงคล อำเภอบางซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจสอบพบ มี นายซันชาย (SAN SAI) อายุ 37 ปี สัญชาติ เมียนมา มีหนังสือเดินทางถูกต้องเป็นคนขับเห็นบุคคลโดยสารภายในรถยนต์คันดังกล่าวพบว่าเป็นแรงงานต่างจำนวน 12 คน เป็น ชาย 5 คน หญิง 7 คน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมขอตรวจสอบหนังสือเดินทางหรือเอกสารอื่นใดที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง เบื้องต้นเป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใดมาแสดงต่อเจ้าพนักงาน
ต่อมานายซันชาย (SAN SAI) แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามี รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อ โตโยต้า รีโว่ สีดำ ทะเบียน บร 9444 ลำพูน จำนวน 1 คัน เป็นผู้ขับนำทางตั้งแต่ลำปาง จนมาถึงพระนครศรีอยุธยา


เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจึงได้ส่งสัญญาณไฟ และใช้สัญญาณเสียงเรียกรถคันดังกล่าวให้หยุดเพื่อตรวจสอบ พบ นายวัน ลุงนะ อายุ 35 ปี ชาวตำบลสันทรายน้อย อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นคนขับ เบื้องต้นตรวจสอบภายในรถยนต์ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่พบเห็นการโทรประชุมสายทางไลน์ ติดต่อกันตลอดเส้นทาง และมีการติดต่อทางหมายเลขโทรศัพท์ จึงได้ควบคุมตัวทั้งหมดพร้อมของกลางมาทำการสอบสวน ที่ สถานีตำรวจภูธรบางซ้าย
จากการสอบถาม นายซันชาย ให้การยอมรับว่า เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ตนได้รับการประสานงานทางไลน์กลุ่มไม่มีชื่อกลุ่ม ให้ไปรับแรงงานต่างด้าว 12 คนจากพื้นที่ จังหวัดลำปาง เพื่อไปส่งปลายทาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยได้ค่าจ้าง 13,000 บาทต่อการขนคนต่างด้าว 1 ครั้ง โดยมีการแจ้งในไลน์กลุ่มว่า จะมีรถยนต์กระบะคันดังกล่าวขับขี่นำทางและสำรวจเส้นทางให้กับตนและมีการประสานงานตลอดเส้นทางจนมาถูกจับได้ในที่สุด
ด้าน นายวัน ขับรถนำเส้นทาง ให้การยอมรับว่า เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ตนได้รับการประสานงานจากนายหลิ่ง ( ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง ) ให้ตนนั้นขับรถนำทางขบวนการขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จากพื้นที่ จังหวัดลำปาง เพื่อไปส่งปลายทาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยได้ค่าจ้าง 6,000 บาท โดยทำหน้าที่สำรวจเส้นทางว่ามีด่านตรวจหรือไม่ แต่ก็มาถูกจับเสียก่อน


ส่วน แรงงานต่างด้าว ทั้งหมดจากการสอบถามผ่านล่ามแปลภาษาเมียนมา ได้ลักลอบนั่งเรือจากฝั่งเมียนมา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อจะเข้ามาหางานทำงานในประเทศไทย โดยชาวเมียนมาเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าจำนวนเงินประมาณ 20,000 บาท ต่อคน
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอยุธยา จึงแจ้งข้อกล่าวหา คนขับทั้ง 2 คันในข้อหา “ ร่วมกันรู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม ” ส่วนแรงงานทั้งหมด 12 คน ในข้อหา “ เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ” จากนั้น ควบคุมตัวพร้อมของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบางซ้าย อำเภอบางซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย


ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอยุธยา ปฎิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สั่งการให้กวดขันจับกุมบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกลุ่มที่น่าสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ จนสามารถจับกุมได้หลายคดีใน ถนนสายเอเชีย หรือสายหลัก สำคัญ จนทำให้ครั้งนี้ ขบวนการขนแรงงานมีการเปลี่ยนเส้นทางไปใช้ ถนนทางหลวง 340 ถนนบางบัวทอง – สุพรรณบุรี เข้ามาทาง ตำบลเทพมงคล อำเภอบางซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม แต่สุดท้ายก็ไม่พ้นสายตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอยุธยา ถูกจับได้ในที่สุด

อ่านแล้ว140 times!

แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.