หนุ่มใหญ่วัย 49 คอตกรับปีใหม่อ้างส่งเงินให้ที่บ้านใช้ปีใหม่ เร่งหาเงินขับรถขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เจอตำรวจทางหลวงอยุธยาร่วมกับตม.รวบคาถนนเอเซียพร้อมแรงงาน 13 คน

แบ่งปันข่าวนี้ :

หนุ่มใหญ่วัย 49 คอตกรับปีใหม่อ้างส่งเงินให้ที่บ้านใช้ปีใหม่ เร่งหาเงินขับรถขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เจอตำรวจทางหลวงอยุธยาร่วมกับตม.รวบคาถนนเอเซียพร้อมแรงงาน 13 คน พบทำมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้งสุดท้ายไม่รอด


ตามนโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สั่งการให้กวดขันจับกุมบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกลุ่มที่น่าสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.ได้มีการกวดขันจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและผู้นำพาในเส้นทางพื้นที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้สืบสวนในพื้นที่และจากการสืบทราบว่าจะมีการขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเฝ้าระวัง
จนกระทั่ง เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. วันที่ 9 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอยุธยา ร่วมกับ ตำรวจ ตม.อยุธยา ออกตรวจเส้นทางในพื้นที่รับผิดชอบ พบรถยนต์ตู้ สีเทา หมายเลข อล 6969 กรุงเทพมหานคร มีการขับขี่ที่เปลี่ยนช่องทางกะทันหันและใช้ความเร็วสูง ติดฟิล์มมืดทึบ มีเหตุอันควรต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ส่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดงและใช้สัญญาณเสียง รวมถึงการพูดออกคำสั่งผ่านไมโครโฟนเรียกรถยนต์คันดังกล่าวให้หยุด


จนกระทั่งมาถึง บริเวณช่วงหลัก กม.23 – 24 ถนนสายเอเชีย (ขาเข้า) ทล.32 ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ขอทำการตรวจสอบ พบ นายภุชงค์ ผดุงธารทอง อายุ 49 ปี ชาว ตำบลแม่กุ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นคนขับ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพบเห็นบุคคลโดยสารภายในรถยนต์คันดังกล่าวพบว่าเป็นแรงงานต่างจำนวน 13 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอตรวจสอบหนังสือเดินทางหรือเอกสารอื่นใดที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง เบื้องต้นเป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ


เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญตัวคนขับและแรงงานทั้งหมดที่นั่งมาภายในรถ มาตรวจสอบที่ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากการสอบถามแรงงานต่างด้าว ทราบว่าทั้งหมดนั้นได้นั่งโดยสารรถยนต์ตู้ มาจาก จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อไปหางานทำที่พื้นที่กรุงเทพมหานคร
จากการสอบถาม นายภุชงค์ คนขับ ให้การยอมรับว่า เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 19.00 น.ตนได้รับการประสานงานจาก นายคมคาย ซึ่งเป็นคนรู้จักกับตนแจ้งว่าให้ไปรับแรงงานต่างด้าวจำนวน 13 คน ในวันที่ 9 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 13.00 น. จาก จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อไปส่งปลายทางกรุงเทพมหานคร โดยจะมีการเก็บค่าโดยสารจำนวน 500 บาทต่อผู้โดยสาร 1 คน และตนทราบดีอยู่แล้วว่าแรงงานต่างด้าวไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใดๆและยินยอมที่จะมีส่วนร่วมในการนำพามาส่งที่ปลายทาง โดยตนทราบดีกว่ารถยนต์ตู้ของตนยังไม่มีการจดประกอบการขนส่งกับกรมการขนส่งทางบกแต่อย่างใด


โดย เดือนนี้ทำมาแล้ว 2 ครั้ง หลังปีใหม่ ก่อนหน้า อีกนับ 10 ครั้งเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็ไม่เคยถูกจับ จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบและจับได้ในครั้งนี้ โดยเงินที่ได้ก็จะนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและส่งกลับบ้านนอก พึ่งส่งไปเมื่อปีใหม่ก็หาเงินใหม่ เขาแนะนำมาเห็นว่าเงินดีขอแค่ขับรถได้ รถก็ของคนที่จ้าง และก็มาหักแบ่งกัน


ด้านแรงงาน จากการสอบผ่านล่ามแปลภาษาเมียนมา ได้ลักลอบนั่งเรือจากฝั่งเมียนมา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อจะเข้ามาหางานทำงานในประเทศไทย โดยชาวเมียนมาเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าจำนวนเงิน 15,000 – 20,000 บาท ซึ่งจะมีรถมารับและให้ขึ้นรถลงรถตามจุดต่างๆ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา นายภุชงค์ คนขับ ข้อหา “ 1.รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม,2.ประกอบการขนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาต (มาตรา 23 โทษตามมาตรา 126)” ส่วนแรงงานทั้งหมด ข้อหา “ เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ” และควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

อ่านแล้ว258 times!

แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.