ศูนย์ ACSC, ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และตำรวจเกาหลีเปิดปฏิบัติการ Thailand-Korea Breaking Chainsบุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวเกาหลีใต้

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ร่วมกับ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร., พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท., พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รอง ผบก.ปอท., พ.ต.อ.ภานุภัท กิตติพันธ์ ผกก.1 บก.ปอท.
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอท. ชุดจับกุมประกอบด้วย พ.ต.ท.เอกพล แสงอรุณ, พ.ต.ท.ธีรภพ พันธุชาติ รอง ผกก.1 บก.ปอท., พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ มาระตา รอง ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ปอท., พ.ต.ท.หญิง หทัยชนก อินทรวิจิตร, พ.ต.ต.กษิดิศ ดิลกคุณานันท์ สว.กก.1 บก.ปอท., ร.ต.อ.ทัศพงษ์ ผ่องใส, ร.ต.อ.ปฏิญญา สงวนศักดิ์เกษร รอง สว.กก.1 บก.ปอท., ด.ต.พีรวุฒิ โชติช่วง, ด.ต.พงศ์เทพ เลิศพิภพ, ด.ต.หญิง วาสนา ภารา, จ.ส.ต.กฤติเดช หอละเอียด, จ.ส.ต.ปิติภัทร พวงสมบัต ผบ.หมู่ กก.1 บก.ปอท ร่วมกับ เจ้าหน้าที่แผนกกงสุลตำรวจสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย, เจ้าหน้าที่ตำรวจ กลุ่มงานสนับสนุนฯ บก.ปอท. และเจ้าพนักงานตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม.



ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาชาวจีน จำนวน 2 ราย ได้แก่
- นายฮัม (ชื่อเกาหลี) หรือ MR.XIAN (ชื่อจีน) สัญชาติจีน (ผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากล หรือ Red Notice)
ในความผิดฐาน “ (1) ล่อลวงเพื่อส่งตัวไปต่างประเทศ ตามมาตรา 288 วรรคสาม ประโยคแรก และวรรคสองแห่งกฎหมายอาญาของสาธารณัฐเกาหลี มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี 15 ปี และ (2) บังคับขู่เข็ญโดยมีลักษณะพิเศษ ตามมาตรา 324 วรรคสอง และวรรคหนึ่ง แห่งกฎหมายอาญาของสาธารณรัฐเกาหลี ฯลฯ” - นายเฉิน หรือ MR.CHEN สัญชาติจีน
ในความผิดฐาน “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย”
พฤติการณ์ของคดี สืบเนื่องจากประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลีใต้มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันมาโดยตลอด และมีแนวทางร่วมกันในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร รวมถึงให้ความร่วมมือในการสืบสวนและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะขบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่มีความเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย และ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) จึงได้ร่วมกันสืบสวนและแลกเปลี่ยนข้อมูลพบเบาะแสว่า นายฮัมฯ หรือ MR.XIAN ฯ สัญชาติจีน ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับสากลขององค์การตำรวจสากล (Interpol Red Notice) หลบหนีเข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทย โดย นายฮัมฯ หรือ MR.XIAN ฯ เป็นผู้มีส่วนร่วมในขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ ใช้วิธีโฆษณาชักชวนเหยื่อมาทำงานในแสกมเซ็นเตอร์ เมื่อเหยื่อมาถึงจะถูกยึดหนังสือเดินทาง ข่มขู่ไม่ให้หลบหนี บังคับให้ทำงานและส่งมอบบัญชีธนาคารไปใช้เป็นบัญชีม้า พร้อมทั้งมีการใช้ความรุนแรง และยังมีความเกี่ยวข้องกับเหตุทำร้ายนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ในประเทศเพื่อนบ้านจนเสียชีวิต ภายหลังเกิดเหตุ นายฮัมฯ หรือ MR.XIAN ฯ ได้หลบหนีการจับกุมเข้ามายังประเทศไทย หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ พัทยา จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้มีการบูรณาการข้อมูลร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ในการเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปทำการตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ดังกล่าว พบบุคคลสัญชาติจีน จำนวน 3 ราย พักอาศัยอยู่ภายในบ้าน จากตรวจสอบหนังสือเดินทางและเอกสารต่างๆ พบว่าหนึ่งในนั้นคือ นายฮัมฯ หรือ MR.XIAN ฯ ซึ่งเป็นบุคคลตามประกาศหมายจับสากลขององค์การตำรวจสากล (Interpol Red Notice) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวส่ง พนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ในส่วนของผู้ต้องหารายที่ 2 นายเฉินฯ หรือ MR.CHEN (สัญชาติจีน) ขณะเข้าตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบผู้ต้องหามีอาการมึนเมาคล้ายเสพยาเสพติด จึงขอตรวจค้นและตรวจปัสสาวะด้วยความยินยอม ผลตรวจเบื้องต้นด้วยชุดทดสอบ ทดสอบสารเมทแอมเฟตามีนใน ปัสสาวะชนิดตลับขององค์การเภสัชกรรม พบสารเมทแอมเฟตามีน (ผลเป็นบวก) จึงส่งตัวอย่างไปยืนยันผลที่ รพ.พัทยาปัทมคุณซึ่งปรากฎว่า(ผลเป็นบวก) และผู้ต้องหายอมรับว่าเสพยาไอซ์มาจริง จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ในส่วนของชาวจีนรายที่ 3 ขณะเข้าตรวจค้นยังไม่พบการกระทำความผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนขยายผลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนดังกล่าวหรือไม่ต่อไป
จากการตรวจค้นเบื้องต้นยังไม่พบพยานหลักฐานหรือความเชื่อมโยงกับผู้เสียหายในประเทศไทยแต่อย่างใด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานกับแผนกกงสุลตำรวจ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย เกี่ยวกับข้อมูลพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายดังกล่าวและความผิดที่เกิดขึ้น รวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนในประเทศเกาหลีใต้ เพื่อดำเนินการประสานความร่วมมือ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป



ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ยังคงมีข้อห่วงใย และขอเน้นย้ำประชาชนว่าหากมีการติดต่อมาเพื่อชักชวนให้ประชาชนหรือญาติร่วมลงทุนซึ่งมีผลตอบแทนจำนวนมาก ขอให้ระลึกไว้ว่าอาจเป็นกลุ่มมิจฉาชีพที่เข้ามาติดต่อเพื่อหลอกลวงโดยอาศัยความโลภจากผลตอบแทนที่ได้จำนวนมาก และหากประชาชนพบเห็นกลุ่มบุคคลต่างชาติที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยเข้าข่ายเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้รีบแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบโดยเร็ว
อ่านแล้ว458 times!

