เปิดใจผู้กำกับละครเวทีแสงสีเสียงวีรกรรมหญิงกล้าท้าวสุรนารีในชุดละครชื่อย่าฉันท่านชื่อโม

วันที่ 25 มีนาคม 2569 นายสนธยา อ่อนน่วม ผู้กำกับการแสดงงานแสง สี เสียง ชุด “ย่าฉันท่านชื่อโม” เปิดเผยถึงความรู้สึกต่อการกลับมาจัดการแสดงในปีนี้ว่า เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยทั้งความดีใจและความท้าทาย หลังจากห่างหายจากเวทีงานฉลองชัยชนะท้าวสุรนารีไปนานกว่า 5–6 ปี โดยการกลับมาครั้งนี้แม้ต้องเผชิญอุปสรรคหลายด้าน แต่ถือเป็นโอกาสสำคัญในการรื้อฟื้นผลงานและระลึกถึงคุณงามความดีของท้าวสุรนารีและบรรพชนชาวโคราช



ผู้กำกับการแสดงระบุว่า อุปสรรคสำคัญในปีนี้คือการขาดสถานที่ฝึกซ้อมที่เหมาะสม เนื่องจากไม่ได้เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับผู้จัดงาน ทำให้ไม่สามารถใช้เวทีจริงในการซ้อมได้ ต้องจัดหาพื้นที่และสร้างเวทีชั่วคราวขึ้นเอง ส่งผลให้การฝึกซ้อมมีข้อจำกัด โดยเฉพาะนักแสดงหน้าใหม่ที่ต้องเรียนรู้ตำแหน่งการแสดงและจังหวะการเข้าออกเวที ขณะเดียวกันยังประสบปัญหาด้านการประสานงาน เนื่องจากต้องติดต่อผ่านตัวกลาง ไม่สามารถเข้าถึงหน่วยงานเจ้าของงบประมาณโดยตรง ส่งผลให้ขั้นตอนต่าง ๆ ล่าช้า โดยเฉพาะการขอสนับสนุนบุคลากรจากหน่วยงานภาครัฐ
นอกจากนี้ ยังเผชิญข้อจำกัดด้านทรัพยากร เนื่องจากอุปกรณ์การแสดง เครื่องแต่งกาย รวมถึงองค์ย่าโมที่ใช้เป็นศูนย์รวมจิตใจของทีมงาน ถูกนำไปใช้ในโครงการพัฒนาการแสดงในสถาบันการศึกษา ทำให้ไม่สามารถนำกลับมาใช้ในการแสดงครั้งนี้ได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ทีมงานรุ่นเก่าที่ร่วมงานกันมากว่า 10 ปี ได้กลับมาช่วยเป็นพี่เลี้ยง ถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับนักแสดงรุ่นใหม่ จนสามารถดำเนินการแสดงได้สำเร็จ

สำหรับกระแสตอบรับจากการแสดงรอบแรก พบว่ามีประชาชนเข้าชมอย่างเนืองแน่น และให้การตอบรับในเชิงบวก โดยผู้ชมจำนวนมากแสดงความชื่นชม พร้อมเข้ามาขอถ่ายภาพกับนักแสดง สร้างความประทับใจแก่ทีมงาน แม้ผู้กำกับการแสดงยอมรับว่า รูปแบบการแสดงในปีนี้ยังไม่สามารถนำเสนอความยิ่งใหญ่ได้เต็มศักยภาพ เนื่องจากข้อจำกัดด้านการผลิตและเทคนิคพิเศษที่เคยใช้ในระดับสูง

ในส่วนของโครงสร้างการดำเนินงาน นายสนธยาระบุว่า ตนไม่ได้ทำงานโดยตรงกับหน่วยงานเจ้าภาพหลัก แต่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งเป็นผู้ดูแลพื้นที่และเนื้อหาการจัดงาน อย่างไรก็ตาม การทำงานผ่านตัวกลางทำให้เกิดข้อจำกัดในการตัดสินใจและการพัฒนาเนื้อหา

ผู้กำกับการแสดงยังกล่าวถึงทิศทางในอนาคตว่า ตลอดระยะเวลากว่า 14 ปีของการพัฒนาการแสดง ได้มีการยกระดับรูปแบบไปสู่ละครเวทีและมิวสิคัล โดยมีเป้าหมายผลักดันเรื่องราวของท้าวสุรนารี หรือ “ย่าโม” รวมถึงเหตุการณ์ทุ่งสัมฤทธิ์ ให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ เนื่องจากเห็นว่าเป็นประวัติศาสตร์การต่อสู้ของชาวบ้านที่มีคุณค่าไม่แพ้เหตุการณ์สำคัญอื่น ๆ ของไทย อีกทั้งยังมีมิติของความรักและการเสียสละที่สามารถต่อยอดสู่ผลงานเชิงสร้างสรรค์ในวงกว้าง
ทั้งนี้ ยังมีแนวคิดนำเนื้อหาเข้าสู่ระบบการศึกษาในโรงเรียนสังกัดท้องถิ่น รวมถึงการพัฒนาไปสู่สื่อระดับสากลในอนาคต โดยยืนยันว่าจะเดินหน้าพัฒนาผลงานอย่างต่อเนื่อง หากได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการแสดงจะจัดต่อเนื่องจนถึงวันที่ 1 เมษายน ขณะที่งานฉลองชัยชนะท้าวสุรนารีจะสิ้นสุดในวันที่ 3 เมษายน โดยผู้กำกับการแสดงเชิญชวนประชาชนเข้าชม พร้อมเปิดรับข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาการแสดงในอนาคต
อ่านแล้ว182 times!
