ตำรวจภูธรภาค 1 แถลงกวาดล้างขบวนการยาเสพติด “ ท็อป อยุธยา ” ของกลางยาบ้ากว่า 5 ล้านเม็ด

แบ่งปันข่าวนี้ :

ตำรวจภูธรภาค 1 แถลงกวาดล้างขบวนการยาเสพติด “ ท็อป อยุธยา ” ของกลางยาบ้ากว่า 5 ล้านเม็ด และ จับคดีสำคัญหลายคดี


เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 มีนาคม 2569 ที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, พร้อมด้วยรองผู้บัญชาการภาค 1 , พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ พ.ต.อ.สุรพจน์ รอดบำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายเดชาธร เชาว์เลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดีอาชญากรรมสำคัญในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา


ตำรวจภูธรภาค 1 จับกุม ทลายเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายวุฒิชัย หรือท็อป อายุ 35 ปี และ นายธนพัฒน์ หรืออั้ม อายุ 34 ปี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวนประมาณ 5,500,000 เม็ด รถยนต์กระบะตู้ทึบ ที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด และรถยนต์เก๋ง ที่ใช้สำรวจเส้นทาง รวม 2 คัน
โดยสาสมารถจับกุมได้บริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่พบยาบ้าบรรจุอยู่ในกระสอบจำนวน 13 กระสอบ ซุกซ่อนอยู่ท้ายรถกระบะ หากยาเสพติดทั้งหมดถูกนำออกจำหน่ายจะมีมูลค่ากว่า 165 ล้านบาท
พร้อมทำการตรวจสารเสพติดด้วยน้ำยาเคมี ต่อหน้าสื่อมวลชนที่ มาร่วมแถลงข่าวในวันนี้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ร่วมถึงนำของกลางจากคดีต่าง ๆ มาจัดวางบนโต๊ะแถลงข่าว ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ยาบ้าของกลาง รวมถึงอาวุธปืนที่ตรวจยึดได้ ในท้องที่ 26 สถานีตำรวจในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อแสดงผลการปฏิบัติงานและให้สื่อมวลชนได้ตรวจสอบอย่างชัดเจน
โดยมีคดีใช้อาวุธมีดทำร้ายกันภายในที่พักคนงาน ในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านหีบ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่ผ่านมา มีแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาได้รับบาดเจ็บ 3 ราย และหนึ่งในนั้นเสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการสืบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายทู ราน ตุน อายุ 26 ปี เพื่อนคนงานที่พักอยู่ในที่เดียวกัน หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปซ่อนตัวในป่าละเมาะใกล้ที่เกิดเหตุ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดล้อมจับกุมตัวไว้ได้ในเวลาต่อมา


นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาคดีลักรถจักรยานยนต์ ที่เกิดขึ้นภายใน อพาร์ทเม้นท์ ในพื้นที่ตำบลคานหาม อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่ารถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 110 ไอ ที่จอดไว้หน้าห้องพักถูกขโมยไป
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายเจษฎา หรือฟิล์ม อายุ 19 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ในหอพักเดียวกัน ต่อมาสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในพื้นที่อำเภอบางปะหัน พร้อมรถจักรยานยนต์ของกลาง โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าไม่มีงานทำและไม่มีเงินใช้จ่าย จึงก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ไปใช้
ขณะเดียวกันยังเกิดเหตุใช้อาวุธมีดทำร้ายกันภายในบ้านพักในพื้นที่ตำบลบางปะหัน อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อคืนวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา โดยผู้ก่อเหตุคือ นายวิชัย อายุ 44 ปี ได้ใช้อาวุธมีดแทง นายป้อม อายุ 44 ปี บริเวณหน้าอกด้านขวา ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย
ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและชุดสืบสวนสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ทันที พร้อมแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร โดยเบื้องต้นสาเหตุเกิดจากการทะเลาะวิวาทภายในครอบครัว
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา ยังได้ดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามปัญหาการแข่งรถในทางและการขับขี่รถจักรยานยนต์สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ภายใต้ “ โครงการพาน้องกลับบ้าน ” ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 1 โดยมี พ.ต.อ.ปองภพ ประสบพิชัย ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ
ผลการดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน สามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่กระทำผิดกฎหมายได้กว่า 200 คัน และตรวจยึดท่อไอเสียดัดแปลงเสียงดังจำนวน 70 ใบ เพื่อนำไปทำลาย พร้อมทั้งดำเนินมาตรการป้องกันทั้งก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ โดยมีการสืบสวนติดตามจากโซเชียลมีเดีย ตั้งด่านกวดขัน ตรวจตราจุดเสี่ยง แหล่งมั่วสุม และร้านแต่งรถ รวมถึงดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องและผู้ชักชวนให้มีการแข่งรถในทาง พร้อมจัดอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว โดยนำรถบดมาทำลายท่อที่ผิดกฎหมายต่อหน้าสื่อมวลชน
นอกจากนี้ ในช่วงการกวาดล้างอาชญากรรมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทุกสถานีตำรวจภูธรของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังได้ร่วมกันระดมกวาดล้างอาวุธปืนผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง สามารถตรวจยึดอาวุธปืนที่ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตได้หลายกระบอก พร้อมดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกนำไปใช้ก่อเหตุรุนแรงหรืออาชญากรรมในพื้นที่


อีกทั้งพื้นที่ สถานีตำรวจภูธรนครหลวง ยังได้จับกุมผู้ต้องหาค้าเสพติดพร้อมของกลางยาบ้า ได้จำนวน 36,516 เม็ด ได้ในบ้านพักหลังจากสืบทราบมาว่ามีการจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ ตำบลปากจั่น อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมผู้ต้องหา 1 ราย ชื่อ นายธนากร หรือต้า อายุ 24 ปี
ด้าน พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวว่า คดีที่สามารถจับกุมได้ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงการทำงานอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า หากพบเห็นบุคคลหรือพฤติกรรมต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้ทันที เพราะความร่วมมือของประชาชนถือเป็นส่วนสำคัญในการช่วยป้องกันเหตุอาชญากรรม โดยเฉพาะเจ้าของบ้านเช่าที่ให้ผู้เช่าต้องตรวจสอบรายละเอียดเนื่องจากช่วงนี้หลายพื้นที่มีการจับกุมแหล่งพักยาเสพติดรายสำคัญได้อย่างต่อเนื่อง
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่เสี่ยง ทั้งในชุมชน หอพัก แหล่งแรงงาน และพื้นที่สาธารณะ พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ยืนยันว่า ตำรวจภูธรภาค 1 จะเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดอย่างจริงจัง พร้อมขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกคดี เพื่อให้พื้นที่มีความสงบเรียบร้อย และสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป

ศักดริน พุทธคาวี ( ต้น 089 – 886 – 2828 )

อ่านแล้ว144 times!

แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.