พ่อหนุ่มออนิวคอตกเจอตำรวจทางหลวงอยุธยาเรียกตรวจหลังติดป้ายแดงมีพิรุธเลขไมค์สูงถึง34,979 พบเป็นป้ายแดงปลอม เจอข้อหาหนักปลอมและใช้เอกสารทางราชการปลอม

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 21 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอยุธยา ได้ออกตรวจพื้นที่ในเขตรับผิดชอบของ กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวง บนถนนพหลโยธิน พบเห็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ ดีแมคซ์ ออนิว สีขาว ติดแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียน ( ป้ายแดง ) ย 4522 กรุงเทพมหานคร ขับขี่ผ่านมา ต้องสงสัยใช้แผ่นป้ายแดงที่ไม่ถูกต้องและเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดงและใช้สัญญาณเสียงรวมถึงการพูดออกคำสั่งผ่านไมโครโฟนเรียกรถยนต์คันดังกล่าวให้หยุด
จนกระทั่งมาถึง บริเวณ กม.51 – 52 ถนนพหลโยธินขาเข้า ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อทำการตรวจสอบ พบ นายณัฐวุธ นิลพัฒน์ อายุ 28 ปี ชาวตำบลท่าอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์เป็นผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจขอดูใบอนุญาตขับขี่,สมุดคู่มือประจำรถ(ป้ายแดง)และแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียน(ป้ายแดง) ย – 4522 กรุงเทพมหานคร ที่ติดมาด้านหน้าและด้านหลังรถคันดังกล่าว ปรากฏว่ามีใบอนุญาตขับขี่ถูกต้อง แต่ไม่มีสมุดคู่มือประจำรถ(ป้ายแดง)


เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญตัวผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวมาตรวจสอบที่ สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ปรากฏว่า แผ่นป้ายหมายเลขทะเบียน(ป้ายแดง) ย – 4522 กรุงเทพมหานคร ซึ่งไม่มีลายน้ำด้านหน้าและไม่มีอักษร ขส.ที่ด้านหลังแผ่นป้ายทะเบียนดังกล่าว และไม่มีเลข(Running Number) ที่มุมด้านซ้ายของแผ่นป้ายทะเบียน จึงทำการตรวจสอบหมายเลขตัวถัง พบว่ายังไม่มีการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกแต่อย่างใดและจากการตรวจสอบระยะทางรวมของรถยนต์พบว่ามีระยะทางที่วิ่งมาแล้วทั้งสิ้น 34,979 กิโลเมตร
จากการสอบถาม นายณัฐวุธฯ ให้การว่า วันนี้ตนได้ขับขี่ รถกระบะคันดังกล่าว เพื่อบรรทุกสินค้าแช่เย็นมาที่ด้านท้ายรถ จาก จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อไปส่งให้กับลูกค้าปลายทาง จังหวัดปทุมธานี โดยเมื่อประมาณเดือนกันยายน เซลล์ขายรถเป็นผู้นำแผ่นป้ายทะเบียนจำนวน 2 แผ่น ออกมาให้กับตนดู บอกว่าป้ายทะเบียนจริงหมด แต่ตนเองยินดีที่จะใช้ จากนั้นตนได้ใช้งานมาตลอดระยะเวลาประมาณ 3 – 4 เดือนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน โดยตนเองก็ทราบว่าเป็นเอกสารทางราชการปลอม จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอยุธยา จึงได้แจ้งข้อหา “ ปลอมและใช้เอกสารทางราชการปลอม ” ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 – 100,000 บาท จากนั้นได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรพระอินทร์ราชา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป
อ่านแล้ว26 times!

