แชร์ลูกโซ่ ระบาดหนักทุกหย่อมหญ้า อดีตข้าราชการบำนาญพร้อม ผู้เสียหายกว่า 200 คน ร้อง ปปง ต่อเนื่อง (มีคลิป)

แบ่งปันข่าวนี้ :
แบ่งปันข่าวนี้ ...

 

วันนี้ 29พ.ย.60 ที่สำนักงานปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย นำผู้เสียหาย ที่ลงทุนในแชร์เพชรพลอย และ แชร์forex 222  โดยมี นางสาว กมลนันท์ กัญญาบัตร เป็นคนชักชวนเสนอผลตอบแทนที่สูง เดินทางเข้ายื่นเอกสารแก่พลตำรวจตรี รมย์สิทธิ วีริยาสรร รรท เลขาธิการ ปปง

โดยผู้เสียหายจำนวน  134 คน นำเอกสารมาร้องทุกข์จำนวน 2 ลัง จำนวน 2529 ซึ่งก่อนหน้าผู้เสียหายทั้งหมดนี้ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ( ปอศ ) และจากพยานเอกสารจะเห็นได้ว่า ผู้เสียหายได้โอนเงินให้กันนางสาวกมลนันท์ จริง มีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 500ล้านบาท จึงอยากให้ ทาง ปปง ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และ ประสานงานไปยัง ปอศ และ ดีเอสไอ เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นกับประชาชนผู้เสียหาย

ส่วนผู้เสียหายอีก 14 คนที่ ถูกหลอกลวงบ้านสตาซี่ แชร์บ้านออมเงินออมทอง ได้ร่วมนำเอกสารมายื่น พร้อมเขียนคำร้องคุ้มครองสิทธิ โดยมอบเอกสารจำนวน 801 แผ่นให้กับท่านเลขาธิการ ปปง ด้วย

นอกจากนี้ตัวแทนผู้เสียหายจาก แชร์บ้านน้ำหวาน 10คนจาก500คน เข้าเขียนคำร้องคุ้มครองสิทธิ ต่อท่านเลขาธิการ ปปง เพื่อให้ติดตามทรัพย์สินมาคืนโดยได้มอบเอกสารจำนวน 396 แผ่น ให้กับทาง ปปง.ด้วย

ด้าน นาย สามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย  กล่าวว่า   อยากให้รัฐบาลมีมาตรการเชิงรุกในการปราบปรามแชร์ลูกโซ่ เพราะอาชญากรรมดังกล่าว ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับคนไทยมาตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน ที่ประเทศชาติต้องเสียหายนับแสนล้านบาท และทำลายครั้งเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงประเทศ

ดังนั้น จึงขอเสนอให้รัฐบาลมีการแก้ไขปัญหาดังต่อไปนี้

  1. ให้มีการแก้ไขกฎหมาย เพิ่มโทษผู้กระทำความผิดในฐานฉ้อโกงประชาชน ที่แต่เดิมมีอัตราโทษเพียงแค่ 3-5 ปีเป็น 7-14 ปี เพื่อทำให้มิจฉาชีพติดคุกอย่างต่ำ50 ปี

 

  1. ภาครัฐควรมีหน่วยงานลักษณะ “One Stop Service บริการแบบเบ็ดเสร็จรับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อในธุรกิจแชร์ลูกโซ่หรือฉ้อโกงโดยเฉพาะ เนื่องจากปัจจุบันประชาชนไม่ทราบที่แจ้งความอย่างชัดเจน

เพราะฉะนั้น ต้องมีหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนโดยเฉพาะ มีเจ้าภาพที่ชัดเจน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว  เพราะมีประชาชนตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ทุกวัน”

  1. รัฐบาลควรมีปฏิบัติการเชิงรุก มีกระบวนการเยียวยาผู้เสียหายให้รวดเร็วขึ้น รวมถึงการสร้างการรับรู้ แสวงหาตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำความผิดที่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือฉ้อโกงประชาชน ไม่รอให้เกิดความเสียหายจำนวนมหาศาลขึ้นก่อน

 

4 ต้องคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาคดีแชร์ลูกโซ่ทุกคดี เพื่อให้มิจฉาชีพเกรงกลัวต่อกฏหมายที่ผ่านมา ให้ประกันตัวก็หลบหนี หรือไม่ก็ไปหลอกลวงคนอื่นซ้ำอีก เพราะไม่เกรงกลัวต่อบทลงโทษ มีให้เห็นมาแล้วคดีเติมเงินมือถือ และ ในอดีตผ่านมาเช่นคดีแชร์บลิสเชอร์

5  ต้องมีเจ้าภาพทำคดีล้มละลาย เพราะทุกวันนี้ไม่มีใครทำสำนวนฟ้องล้มละลาย จึงทำให้คดีล่าช้า ใช้เวลายาวนานถึง 30 ปี กว่าจะได้รับเงินคืน เช่นคดีแชร์แม่นกแก้ว ที่ผู้เสียหายแจ้งความเมื่อปี พ.ศ.2530 แต่เพิ่งได้รับเงินคืนเมื่อเดือนกรกฏาคม พศ 2560 ที่ผ่านมา

 

 

อ่านแล้ว117 times!

แบ่งปันข่าวนี้ ...
แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *