สมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่ฯ นำผู้เสียหายแชร์นำมันตะเกียงกว่า200คน ร้อง ปปง.ขอเร่งนำเงินคืนเยียวยาผู้เสียหาย(มีคลิป)

แบ่งปันข่าวนี้ :
แบ่งปันข่าวนี้ ...

วันนี้ 6พ.ย.60 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย นำผู้เสียหาย จากคดีแชร์ลูกโซ่  ตะเกียงน้ำมันหอมระเหย จาก จ.นครราชสีมา   จ.ศรีสเกษ  จ.ขอนแก่น  จ.อุบล  จ.กาฬสินธุ์ จ.อยุธยา จ.มหาสารคาม จ.สระแก้ว  จ.ชลบุรี  กว่า200คน เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.ต. รมย์สิทธิ วีริยาสรร รักษาราชแทน เลขาธิการ ปปง  ซึ่งได้ขอร้องเรียนให้ทาง ปปง ช่วยจัดการประสานนำเงินของผู้เสียหายกว่า 74 ล้านบาท คืนผู้เสียหาย หลังจากศาลแพ่ง มีคำพิพากษาให้ทรัพย์เป็นของ ปปง ซึ่งในสำนวนคดีแรกมีผู้เสียหายเพียง 95 คน ต่อมามีผู้เสียหายถึง 10,000 คน โดยที่ ดีเอสไอมีการแบ่งสำนวนไว้ 3 สำนวน มีการอายัดเงินไว้ 800 ล้านบาท

นาย สามารถ กล่าวว่า  โดยส่วนใหญ่ผู้เสียหายจะถูกหลอกชักชวนจากคนสนิทให้ร่วมลงทุน มีการปันผลให้นิดหน่อยก่อนบริษัทจะปิดตัวหนีไป ซึ่งจะเห็นได้ว่าเหยื่อผู้เสียหายแชร์ลูกโซ่มีอยู่ 2 ประเภท คือประเภทแรกคือ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ แต่ต้องการเข้าไปเพื่อให้ได้เงินก่อน จากการที่ตนเองเป็นผู้เสียหายในวงอื่นมาก่อน หรือ บางคนมีนิสัยเสพติดการลงทุนแบบนี้ ทำให้มีการชักชวนแบบหมู่คณะ ซึ่งใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ในการหลอกลวง จึงทำให้เหยื่อแชร์ลูกโซ่ มีทุกระดับ ทุกอาชีพ ทุกชนชั้น ทุกเพศ ทุกวัย

ส่วนประเภทที่สองคือ เหยื่อที่แท้จริง ที่ไม่เคยรู้จักแชร์ลูกโซ่  เชื่อว่าธุรกิจที่ตัวเองไปลงทุน เพราะเชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจว่านั่นคือธุรกิจที่มีอยู่จริง  เหยื่อผู้เสียหายเหล่านี้ ที่รัฐบาลจะต้องเข้าไปช่วยเหลือ เพราะถ้าไม่ช่วยเหลือ เค้าจะไปผันตัวเองไปเป็นเหยื่อแบบในกลุ่มแรก   ทางสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทยอยากให้รัฐบาลมีมาตรการเชิงรุกในการปราบปรามแชร์ลูกโซ่ เพราะอาชญากรรมดังกล่าว ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับคนไทยมาตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน จึงขอเสนอให้รัฐบาลมีการแก้ไขปัญหาดังต่อไปนี้

  1. ให้มีการแก้ไขกฎหมาย เพิ่มโทษผู้กระทำความผิดในฐานฉ้อโกงประชาชน ที่แต่เดิมมีอัตราโทษเพียงแค่ 3-5 ปีเป็น 7-14 ปี เพื่อทำให้มิจฉาชีพติดคุกอย่างต่ำ50 ปี เพื่อทำให้มิจฉาชีพเกรงกลัวกฎหมายและไม่กล้าทำความผิดแบบนี้อีก”
  2. ภาครัฐควรมีหน่วยงานลักษณะ “One Stop Service บริการแบบเบ็ดเสร็จรับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อในธุรกิจแชร์ลูกโซ่หรือฉ้อโกงโดยเฉพาะ เนื่องจากปัจจุบันประชาชนไม่ทราบที่แจ้งความอย่างชัดเจน เพราะบางครั้งหน่วยงานที่ผู้เสียหายไปแจ้งก็ไม่รับแจ้ง เพราะฉะนั้น ต้องมีหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนโดยเฉพาะ มีเจ้าภาพที่ชัดเจน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพราะมีประชาชนตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ทุกวัน”
  3. รัฐบาลควรมีปฏิบัติการเชิงรุก มีกระบวนการเยียวยาผู้เสียหายให้รวดเร็วขึ้น รวมถึงการสร้างการรับรู้ แสวงหาตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำความผิดที่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือฉ้อโกงประชาชน ไม่รอให้เกิดความเสียหายจำนวนมหาศาลขึ้นก่อน

4 ต้องคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาคดีแชร์ลูกโซ่ทุกคดี เพื่อให้มิจฉาชีพเกรงกลัวต่อกฏหมายที่ผ่านมา ให้ประกันตัวก็หลบหนี หรือไม่ก็ไปหลอกลวงคนอื่นซ้ำอีก เพราะไม่เกรงกลัวต่อบทลงโทษ มีให้เห็นมาแล้วคดีเติมเงินมือถือ และ ในอดีตผ่านมาเช่นคดีแชร์บลิสเชอร์

5  ต้องมีเจ้าภาพทำคดีล้มละลาย เพราะทุกวันนี้ไม่มีใครทำสำนวนฟ้องล้มละลาย จึงทำให้คดีล่าช้า ใช้เวลายาวนานถึง 30 ปี กว่าจะได้รับเงินคืน เช่นคดีแชร์แม่นกแก้ว ที่ผู้เสียหายแจ้งความเมื่อปี พ.ศ.2530 แต่เพิ่งได้รับเงินคืนเมื่อเดือนกรกฏาคม พศ 2560 ที่ผ่านมา

อ่านแล้ว135 times!

แบ่งปันข่าวนี้ ...
แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *