คุก3ปี ไม่รอลงอาญา แทน เทือกสุบรรณ และบรรเจิด เหล่าปิยะสกุล ลูกชายและเลขาส่วนตัว สุเทพ เทือกสุบรรณ คดีรุกป่าเกาะสมุย

แบ่งปันข่าวนี้ :
แบ่งปันข่าวนี้ ...

 

วันที่ 21 ก.ย.59 ศาลอาญา อ่านคำพิพากษาคดีบุกรุกที่เขาแพง เกาะสมุย ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายพรชัย ฟ้าทวีพร อายุ 51 ปี ผจก.ห้างหุ้นส่วนเรืองปัญญาคอนสตรัคชั่น , นายสามารถ หรือ โกเข็ก เรืองศรี อายุ 59 ปี หุ้นส่วน หจก.เรืองปัญญาคอนสตรัคชั่น และนายหน้าขายที่ดิน , นายแทน เทือกสุบรรณ อายุ 35 ปี บุตรชายของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฏร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์  และนายบรรเจิด เหล่าปิยะสกุล อายุ 61 ปี อดีตเลขานุการส่วนตัวของนายสุเทพ อายุ เป็นจำเลยที่ 1- 4 ในความผิดร่วมฐาน ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถางป่า หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองและผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต และฐานเข้าไปยึดถือ ครอบครอง ก่อสร้าง หรือเผาป่าในที่ดินของรัฐโดยมิได้มีสิทธิครอบครองหรือไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ตามประมวลกฎหมาย

โดยก่อนหน้านี้ได้มีการร้องเรียนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในยุค นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีดีเอสไอ และคณะกรรมการคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษ สอบสวนผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 รายดังกล่าว ในข้อหา “ก่นสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และเข้าไปยึดถือ ครอบครอง ก่นสร้าง หรือเผาป่าในที่ดินของรัฐโดยมิได้มีสิทธิครอบครองหรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ คือที่ผืน  น.ส.3 ก.เลขที่ 3301, 3302 และ 3285 หมู่ที่ 6 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เนื้อที่ส่วนที่ออกโดยมิชอบ 31-2-97 ไร่ โดยในส่วนนี้ได้ดำเนินคดีกับนายพงษ์ชัย และนายสามารถ และ 2.โฉนดที่ดินเลขที่ 28109 เฉพาะส่วนที่เกินจากที่ดินตาม น.ส.3 ก.เลขที่ 3301, 3302 และ 3285 มีการรวมแปลงเป็นโฉนดเลขที่ 28109 เป็นเนื้อที่ 14 ไร่ หมู่ที่ 6 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

 

จึงพิพากษาว่า นายพงษ์ชัย และนายสามารถ หรือโกข็ก มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ให้จำคุกคนละ 5ปี  ส่วนนายแทน และนายบรรเจิด มีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน ให้ลงโทษความผิดตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักสุด ให้จำคุกคนละ 3ปี

จากการตัดสินของศาลเห็นว่า ป่าไม้เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ และเป็นสมบัติที่ล้ำค่าของชาติ ควรที่ประชาชนจะต้องร่วมกันหวงแหน บำรุงรักษาให้อุดมสมบูรณ์เพื่อประโยชน์ร่วมกัน ไม่ให้เป็นของส่วนตัวแก่ผู้ใด การกระทำของทั้ง4 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพดิน ฟ้า อากาศ ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่มีเหตุให้รอการลงอาญา

ภายหลัง ทนายความ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ อาทิ สมุดเงินฝากธนาคาร หนังสือ น.ส.3 ก. เพื่อขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ต่อสู้คดี

โดยเมื่อเวลา 16.15 น. ศาลพิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์แล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งสี่ โดยตีราคาประกัน นายพงษ์ชัย และนายสามารถ หรือโกข็ก จำเลยที่ 1-2 คนละ 800,000 บาท และนายแทน และนายบรรเจิด จำเลยที่ 3-4  คนละ 500,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยทั้งสี่เดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

 

ต่อมามีการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และมีความเห็นสั่งฟ้องต่อพนักงานอัยการคดีพิเศษ ซึ่งอัยการคดีพิเศษพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 ราย กระทำความผิดตาม พรบ.ป่าไม่จริง จึงมีความเห็นสั่งฟ้องต่อศาลอาญา และมีการต่อสู้คดีมาเป็นระยะเวลากว่า5ปี

ทั้งนี้ ในคำพิพากษา ระบุว่า ป่าไม้ เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญและเป็นสมบัติที่ล้ำค่าของชาติ ควรที่ประชาชนจะต้องร่วมกันหวงแหนบำรุงรักษาให้อุดมสมบูรณ์เพื่อประโยชน์ร่วมกัน มิใช่เป็นของส่วนตัวแก่ผู้ใด การกระทำของจำเลยทั้งสี่มีผลทำให้ สภาพอากาศผืนน้ำเปลี่ยนแปลง จึงเป็นความผิดร้ายแรง ไม่ต้องรอการลงอาญา

อ่านแล้ว2504 times!

แบ่งปันข่าวนี้ ...
แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.