ปปท. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายภาคประชาสังคมต่อต้านการทุจริต แนะวิธีแก้ทุจริตด้วยหลักธรรมาภิบาล6ข้อ

แบ่งปันข่าวนี้ :
แบ่งปันข่าวนี้ ...

วันนี้ 7 ก.ย.59 นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ  หรือ ปปท. นายพีระพงษ์  สายเชื้อ ปลัดกรุงเทพมหานคร   และศูนย์ประสานงานภาคประชาสังคมส่งเสริมธรรมาภิบาลและต่อต้านการทุจริต หรือ ศปสธ. จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายภาคประชาสังคมต่อต้านการทุจริต โดยได้รับความสนใจจากภาคีภาคประชาชนทั่วกทม. เข้าร่วมรับฟังเป็นอย่างมาก

นายประยงค์ ปรียาจิตต์  เลขาธิการคณะกรรมการ ปปท.กล่าว่า ต้องยอมรับว่าปัญหาการทุจริตในรอบ 10 ปีที่ผ่านมามีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งเหตุที่เกิดความรุนแรงจะต้องโทษเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ไม่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และที่ผ่านมา ปปท. ก็ดำเนินการล่าช้าเพราะไม่มีกฎหมายที่ให้อำนาจ ปปท. ที่ทำได้อย่างอิสระ จนเกิดปัญหาที่ทับถมมานาน ทั้งนี้ วิธีที่ป้องกันการทุจริตได้ดีที่สุดคือหลักธรรมาภิบาล ซึ่งมีองค์ประกอบ 6 ข้อ

ข่าว1

คือ 1.หลักนิติธรรม ต้องเอากฎหมายเป็นหลัก หากถูกหรือผิดก็จะต้องดำเนินไปตามกฎหมาย  ถ้าการทำงานอยู่ในกรอบธรรมมาภิบาล ก็ไม่สามารถทำให้เกิดการทุจริตได้  หากกฎหมายไม่ดีก็จะต้องทำการแก้กฎหมาย 2.หลักคุณธรรม การยึดมั่นในความถูกต้องดีงาม สำนึกในหน้าที่ของตน มีความซื่อสัตย์สุจริต  3.หลักความโปร่งใส คือการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน มีที่มาที่ไปชัดเจนและเท่าเทียม มีกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องชัดเจนได้  4 .หลักการมีส่วนร่วม คือการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมรับรู้และร่วมคิด ทั้งเสนอความคิดเห็นในการตัดสินใจปัญหาสำคัญของประเทศในด้านต่างๆ 5.หลักความรับผิดชอบและตรวจสอบได้ คือการรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ เป็นการสร้างกลไกให้ผู้รับผิดชอบ ตระหนักในหน้าที่และการใส่ใจปัญหาสาธารณของบ้านเมือง  6.หลักความคุ้มค่าคือการบริหาร จัดการ และการใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าอีกทั้งให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม  อย่างไรก็ตามถ้าการทำงานในภาครัฐทั้งหมดอยู่ในกรอบ ธรรมมาภิบาล หากทุกส่วนทำอย่างนี้การทุจริตก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะมันคือการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม แต่ที่ผ่านมากลไกภาครัฐไม่ทำงาน พอรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช.เข้ามาก็ได้มีคำสั่งม.44 สั่งย้ายข้าราชการออกจากตำแหน่งออก อีกทั้งกระตุ้นให้ข้าราชการอยู่ในกรอบธรรมมาภิบาล

ข่าว3

ด้านนายพีระพงษ์  กล่าวว่า ศูนย์ประชารัฐเสริมสร้างธรรมาภิบาลต้านทุจริตของ กทม. ประกอบด้วย 3 ฝ่าย คือ กทม. ภาคประชาชน ปปท.โดย กทม.มีลูกจ้าง 50,000 คน ข้าราชการ 100,000 คน ส่วนใหญ่ กทม.นั้นเป็นงานข้าราชการเป็นหลัก ทั้งภาครัฐและเอกชน วันนี้ทุกคนสุจริต  ถ้าถามว่า กทม. จะทำอะไรบ้างเพื่อป้องกันการทุจริต  ที่ผ่านมายอมรับว่าภายในองค์กรนั้น ข้าราชการมีการทุจริตและมีการลงโทษมีการพิจารณาความผิดและลงโทษเกือบทุกเดือน   อีกทั้งวันนี้ทาง กทม. ยังโดน 10 องค์กร.อาทิเช่น  ปปช.  สตง. สำนักงานอัยการสูงสุด เตือน กทม. ให้ปฎิบัติตาม

ข่าว2

ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิด เราต้องใช้และต้องซื้อและทยอยติดตั้งให้ทั้งกรุงเทพ โดยปัญหากล้องวงจรปิดนั้นหากจะด่านั้น คงจะด่าได้ทุกวัน กรณีที่ กทม.จะต้องใช้งบประมาณเพิ่มนั้น ในการบริหารงานด้านจราจร แต่เท่าที่ตนๆได้รับรายงานจากจราจรนั้น ทราบว่าทางกล้อง cctv นั้นมีไม่เพียงพอเพราะแต่ละปีนั้นทาง กทม.จะได้รับ 76,000 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายนั้นมีมากกว่า 100,000 ล้านแล้วจะให้ทาง กทม.นั้นจะนำงบประมาณมาจากไหน   ส่วนกรณีชุมชนป้อมมหากาฬ ทางกทม.ทำการรื้อถอนบ้านเรือนของประชาชนเพราะเป็นไปตามที่เมื่อมีการเวนคืนพื้นที่ดังกล่าวไปแล้วเมื่อปี2535

อ่านแล้ว2082 times!

แบ่งปันข่าวนี้ ...
แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.