ชมรมช่วยเหลือเหยี่ออาชญากรรม พาผู้เสียหาย ถูกฉ้อโกงโดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของดีเอสไอ

แบ่งปันข่าวนี้ :
แบ่งปันข่าวนี้ ...

วันนี้ 6 ก.ย.59 เวลา 13.00 น. ที่  กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมตัวแทนผู้เสียหาย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพื่อช่วยตรวจสอบหลังมีขบวนการหลอกลวง อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงดีเอสไอ รับทำคดีมรดก เจ้าของบริษัทชาวออสเตรเลียซึ่งเสียชีวิตที่ต่างประเทศ มูลค่าความเสียหายกว่า 15 ล้านบาท โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ เป็นผู้รับเรื่อง

ข่าว1

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า วันนี้นำผู้เสียหายจากโครงการหลอกลวงฉ้อโกงประชาชน อ้างศาลอาญาสั่งให้ ดีเอสไอ ทำคดีมรดก 6,000 ล้านบาท ของ รอน แมคเวลเสวนสัน นักธุรกิจชาวออสเตรเลีย ซึ่งมีผู้เสียหายหลายราย โดยขบวนการดังกล่าวเริ่มต้นจาก นายจิรศักดิ์ หุ่นอิน ผู้รับเหมาทำแอร์ให้บริษัทของ นายรอน และมีภรรยาเป็นคนไทย ชื่อ นางสุพรรษา ระเบียบรัตน์ ทั้งนี้ระหว่าง นายรอน เดินทางกลับประเทศของตัวเองได้เกิดประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต ทำให้ไม่สามารถจ่ายเงินค่าแรงให้ผู้รับเหมาได้ ก่อนเดินทางไปฟ้องศาลและชนะคดีแต่ก็ไม่สามารถนำเงินออกมาได้อ้างว่ามีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับคดีที่อยู่ใน ดีเอสไอ

ข่าว3

ต่อมา นายจิรศักดิ์ ได้ประสานให้ น.ส.สุปราณี ทิพยัคฆ์ เป็นผู้ดำเนินการเดินเรื่องเกี่ยวกับการหลอกผู้เสียหายให้นำเงินมาช่วยคดีมรดก พร้อมอ้างว่ามีค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่ต้องเคลียร์ให้ ดีเอสไอ เพื่อนำทรัพย์สินมรดกของ นายรอน ออกมาจาก ดีเอสไอ หากได้รับเงินแล้วจะมาคืนให้ตามเปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ร่วมลงทุน

 

“น.ส.สุปราณี อ้างชื่ออดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ คือ นายธาริต เพ็งดิษฐ์  พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ นายทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีและเจ้าหน้าระดับล่างอีกหลายคน ร่วมขบวนการหลอกลวงชาวบ้านกลุ่มนี้ โดยคาดว่ามีผู้เสียหายหลายรายจากขบวนการนี้ ชมรมฯ จึงนำผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับขบวนการนี้ต่อ ดีเอสไอ และร้องขอให้ ดีเอสไอ เป็นผู้เสียหายในคดีนี้ด้วย”  นายอัจฉริยะ

ข่าว3

ด้าน นายเผชิญ ฤทธิชัย หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนถูกหลอกเป็นจำนวนเงิน 5.4 ล้านบาท โดยเมื่อ ช่วง ต.ค.2554 ตนได้รับการชักชวนจาก น.ส.สุปราณี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทกัน อ้างว่า นายจิรศักดิ์ ชนะคดีความเรื่องค่ารับเหมาให้บริษัท นายรอน แต่ไม่สามารถนำเงินออกมาจาก ดีเอสไอ ได้และต้องมีค่าใช้จ่ายหลายอย่าง อาทิ ค่าบัญชี ค่าเดินทาง ค่าเจ้าหน้าที่ ฯลฯ ซึ่งตนก็ยินยอมให้ยืมเพราะว่าเชื่อใจและเห็นอยู่ข้างบ้านกัน หลังจากนั้น น.ส.สุปราณี ได้บอกให้ตนไปเปิดบัญชีธนาคารรอไว้เลยเพราะใกล้ได้เงินจาก ดีเอสไอ แล้วแต่ก็ยังไม่ได้ตามคำกล่าวอ้าง ต่อมาเมื่อตนได้สอบถามกับ น.ส.สุปราณี ก็ได้รับการบ่ายเบี่ยงอ้างว่าต้องรอ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ก่อน ซึ่งขณะนี้ล่วงเลยเวลามาเกือบ 5 ปี ทำให้วันนี้จึงเดินทางมา ดีเอสไอ เพื่อช่วยตรวจสอบเกี่ยวกับการแอบอ้างของขบวนการดังกล่าว

 

ขณะที่ พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า เป็นตัวแทนรับเรื่องดังกล่าวจากนี้จะนำเข้าที่ประชุมเพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบว่าเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ให้แล้วเสร็จภายใน 10 วัน ก่อนเสนออธิบดีดีเอสไอ พิจารณาต่อไป

 

///////////////////////////////////////////////////////////

อ่านแล้ว8770 times!

แบ่งปันข่าวนี้ ...
แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.